แนวทางการพัฒนาทักษะดิจิทัลให้แก่ทรัพยากรมนุษย์ขององค์การ
สำหรับแนวทางที่สามารถนำมาใช้ในการพัฒนาทักษะดิจิทัลของทรัพยากรมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นการปรับเปลี่ยนทักษะทางดิจิทัล หรือ การยกระดับทักษะทางดิจิทัล หรือ การสร้างทักษะใหม่ทางดิจิทัล สามารถดำเนินการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ได้ 3 แนวทางที่สำคัญ คือ แนวทางการเรียนรู้ด้วยตนเองจากการปฏิบัติงาน แนวทางการเรียนรู้จากการฝึกอบรมและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในระยะยาว และแนวทางการเรียนรู้จากผู้อื่นและการสอนงาน แต่ละแนวทางมีรายละเอียด ดังนี้
- แนวทางการเรียนรู้ด้วยตนเองจากการปฏิบัติงาน ประกอบด้วยวิธีการที่สำคัญ ได้แก่
(1) การเรียนรู้ในรูปแบบออนไลน์ (e-Learning) ซึ่งเป็นการเรียนรู้ผ่านระบบการจัดการเรียนรู้ (learning management system) เช่น Moodle (Modular Object-Oriented Dynamic Learning Environment) ซึ่งเป็นระบบที่มาสนับสนุนการเรียนรู้แบบออนไลน์หรือที่เรียกว่า e-Learning หรือ MOOC (Massive Open Online Course) ซึ่งเป็นหลักสูตรการเรียนแบบออนไลน์ที่เป็นแบบเปิดเสรีสำหรับทุกๆคน เป็นต้น โดยที่องค์การได้กำหนดให้บุคลากรเข้าไปศึกษาเรียนรู้ด้วยตนเองเพื่อเพิ่มทักษะด้านดิจิทัล เช่น หลักสูตรการพัฒนาทักษะดิจิทัลที่สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) ได้จัดทำขึ้นมาเพื่อให้ประชาชนเข้าไปเรียนฟรี อาทิ หลักสูตรกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับผู้ปฏิบัติงานภาครัฐ หลักสูตรแนวปฏิบัติกระบวนการทางดิจิทัลภาครัฐเพื่อสนับสนุนการดำเนินการตาม พ.ร.บ. การปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2565 เป็นต้น สามารถดูรายละเอียดหลักสูตรดิจิทัลต่างๆ ของสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) ได้ที่ htpps://tdga.dga.or.th
(2) การฝึกอบรมพร้อมไปกับการปฏิบัติงานที่มุ่งเน้นให้เกิดทักษะการปฏิบัติงานจริงที่เกิดขึ้น (on-the-job training) ผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล
(3) การเพิ่มคุณค่าในงานที่ผู้บังคับบัญชามอบหมายงานใหม่ๆ ให้รับผิดชอบและมีอำนาจในการตัดสินใจ ซึ่งจะเป็นการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรให้สูงขึ้น (job enrichment) เช่น มอบอำนาจให้ปรับปรุงกระบวนการทำงานให้เป็นแบบดิจิทัล
(4) การเพิ่มปริมาณงานด้วยการมอบหมายงานให้รับผิดชอบเพิ่มขึ้น (job enlargement) เช่น การให้เข้ามาร่วมในโครงการดิจิทัลต่างๆ ขององค์การ
(5) การมอบหมายงาน (job assignment) โดยอาจจะเป็นการที่องค์การได้มีการมอบหมายให้บุคลากรเข้ามาร่วมกิจกรรม/โครงการดิจิทัลใหม่ๆ เพื่อให้มาเรียนรู้จากการปฏิบัติงานจริงที่เกิดขึ้น
(6) การหมุนเวียนงานเพื่อสร้างประสบการณ์การทำงานใหม่ๆ ทางดิจิทัล ให้เกิดขึ้นภายใต้สภาพแวดล้อมที่แตกต่างจากเดิม (job rotation)
(7) การติดตามหรือการสังเกตการปฏิบัติงาน (job shadowing) เพื่อให้ได้สัมผัสกับประสบการณ์จริงของการทำงานผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล
(8) การทำกิจกรรม (activity) ด้วยการให้บุคลากรเข้ามาเรียนรู้ผ่านกิจกรรมขององค์การ ซึ่งจะเป็นการทำให้บุคลากรได้เกิดการเรียนรู้จากการกระทำจริงในโครงการหรือกิจกรรมทางดิจิทัล
(9) การให้บุคลากรเรียนรู้ด้วยตนเอง (self-learning) ซึ่งเป็นการเรียนรู้ตามอัธยาศัย เช่น การอ่านหนังสือ การศึกษาผ่านวิดีทัศน์ออนไลน์ การศึกษาจากแหล่งทรัพยากรสารสนเทศการเรียนรู้แบบออนไลน์ที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีดิจิทัล เป็นต้น
(10) การมอบหมายให้เป็นวิทยากรภายในที่มาสอนงานให้คนอื่น (internal trainer)
(11) การให้ไปดูงานนอกสถานที่เพื่อให้ได้เห็นประสบการณ์ที่ดีจากองค์การภายนอก (site visit) และนำกลับมาคิดวิเคราะห์เพื่อนำมาปรับปรุงหรือพัฒนาองค์การดิจิทัลของตนเองต่อไป
(12) การเปรียบเทียบกับคู่แข่งขันหรือคู่เทียบ (benchmarking) ซึ่งโดยทั่วไปก็จะเน้นการเทียบเคียงกับองค์การที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้นำในดิจิทัลเรื่องนั้นซึ่งอาจจะเป็นระดับประเทศหรือในระดับสากลก็ได้
(13) การฝึกทักษะวิชาชีพ (vocational skill practice) ด้วยการเรียนรู้และฝึกทักษะให้สามารถทำได้ตามมาตรฐานวิชาชีพกำหนดไว้เป็นมาตรฐานวิชาชีพทางดิจิทัล
2. แนวทางการเรียนรู้จากการฝึกอบรมและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในระยะยาว ประกอบไปด้วยวิธีการที่สำคัญ ได้แก่
(1) การฝึกอบรม (training) เกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลซึ่งสามารถทำได้ทั้งรูปแบบเผชิญหน้าและแบบออนไลน์
(2) การประชุม/สัมมนา (meeting/seminar) โดยกำหนดประเด็นเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่เกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลที่ให้บุคลากรมารับฟังหรืออภิปรายโดยแสดงความคิดเห็นร่วมกัน ซึ่งก็สามารถทำได้ทั้งรูปแบบเผชิญหน้าและแบบออนไลน์
(3) การให้ทุนการศึกษา (scholarship) ซึ่งถือว่าเป็นการวางแผนในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ขององค์การในระยะยาวโดยสามารถให้ทุนศึกษาต่อได้ทั้งในและต่างประเทศในหลักสูตรที่ตรงกับความจำเป็นขององค์การ เช่น การให้ทุนการศึกษาต่อในหลักสูตร Data Science for Digital Business Transformation เป็นต้น โดยที่วิธีการต่างๆ ในกลุ่มนี้ทั้งหมดนี้จะเน้นให้ความสำคัญต่อการให้ความรู้เกี่ยวกับดิจิทัล (digital knowledge) แก่บุคลากรเป็นสำคัญ
3. แนวทางการเรียนรู้จากผู้อื่นและการสอนงาน ประกอบไปด้วยวิธีการที่สำคัญ ได้แก่
(1) การสอนงาน (coaching) โดยกำหนดให้ให้มีระบบและกลไกให้หน่วยงานมีการสอนงานในเรื่องต่างๆ ให้แก่บุคลากรของหน่วยงานตนเอง เพื่อให้สามารถทำงานผ่านเทคโนโลยีดิจิทัลใหม่ๆ
(2) การมีระบบพี่เลี้ยง (mentoring) โดยนำบุคคลที่มีประสบการณ์ด้านดิจิทัลที่สูงกว่ามาเป็นคนที่คอยให้คำแนะนำปรึกษาแก่บุคลากรที่เข้ารับการพัฒนาโดยเป็นการกำหนดไว้ชัดเจนว่าจะดูแลกี่คนและเป็นใครบ้าง
(3) การให้คำปรึกษาแนะนำ (consulting) ด้วยการนำเอาบุคคลหรือองค์การที่มีความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับการออกแบบการนำเทคโนโลยีดิจทัลมาให้คำปรึกษาในขั้นตอนและรายละเอียดวิธีปฏิบัติ เช่น การจัดตั้งคลีนิกการให้คำปรึกษาเพื่อพัฒนาทักษะดิจิทัลให้แก่บุคลากร เป็นต้น
(4) การกำหนดให้ทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญ (expert counterpart) เพื่อเป็นการพัฒนาทักษะดิจิทัลให้สูงขึ้นโดยได้เรียนรู้จากการเข้าไปทำงานกับผู้เชี่ยวชาญเรื่องนั้นโดยตรงซึ่งอาจจะเป็นผู้เชี่ยวชาญในและต่างประเทศ โดยที่วิธีการต่างๆ ในกลุ่มนี้ทั้งหมดนี้จะเน้นให้ความสำคัญต่อการให้บุคลากรผู้รับการพัฒนาได้รับการสอนและแนะนำจากผู้ที่มีประสบการณ์มาก่อน
