การออกแบบการวิจัยการตลาด เป็นการออกแบบกระบวนการในการเก็บ รวบรวม วิเคราะห์ ตีความ และรายงานข้อมูลทางการตลาดของสินค้าและบริการอย่างเป็นระบบ มีระเบียบ แบบแผน ที่ใช้ในการจัดการข้อมูลที่เกี่ยวข้องในการดำเนินธุรกิจ โดยเริ่มตั้งแต่การเก็บรวบรวม บันทึก ประมวลผล วิเคราะห์ข้อมูล แปลความหมายของผลที่ได้ และการนำเสนอข้อมูลหรือการรายงานผลการวิจัยเพื่อใช้ดำเนินงานและตัดสินใจทางการตลาด
การวิจัยการตลาด หมายถึง กระบวนการและขั้นตอนในการออกแบบ เก็บรวบรวม ดำเนินการวิเคราะห์และประมวล ข้อมูลด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการตลาด เช่น ข้อมูลภายในองค์กรธุรกิจเอง ข้อมูลของลูกค้า ข้อมูลของคู่แข่งขัน และสภาพการแข่งขันในธุรกิจ ฯลฯ ไปจนถึงการเขียนรายงาน สิ่งที่ได้จากการวิเคราะห์และประมวลผลข้อมูลต่างๆ อย่างเป็นระบบ เรามักจะเรียกสิ่งที่ได้จากการวิเคราะห์และประมวลผลเพื่อนำมาเขียนรายได้ได้ เรียกข้อมูลเหล่านั้นว่าเป็น “สารสนเทศทางการตลาด” ซึ่งนักการตลาด ผู้บริหารองค์กรธุรกิจ รวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้องจะได้ใช้เป็นข้อมูลในการประกอบการตัดสินใจแก้ปัญหาทางการตลาดต่อไป หรือยังสามารถนำ “สารสนเทศทางการตลาด” เหล่านี้ไปใช้ประโยชน์เพื่อช่วยในการกำหนดแนวทางการดำเนินการงานเพื่อกำหนดนโยบายด้านการตลาดในการดำเนินธุรกิจให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด สามารถตอบโจทย์ปัญหาที่เกิดขึ้นหรือตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างถูกต้องและตรงประเด็น
ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความสำเร็จและคุณภาพของการทำวิจัยด้านการตลาด
1. ปัจจัยด้านบุคคลผู้ดำเนินการวิจัย หมายถึง ประสบการณ์และคุณลักษณะของผู้วิจัยว่ามีความรู้ความเข้าใจและประสบการณ์ในการทำวิจัยทั้งในส่วนของทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง และในเรื่องที่เป็นปัญหาและวัตถุประสงค์ของการวิจัย ซึ่งหมายถึง ทักษะด้านการวิจัย (Research skill) ซึ่งถือเป็นปัจจัยที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยผู้วิจัยต้องมีความรู้ ความสามารถในการทำวิจัยที่เพียงพอและมีประสบการณ์เกี่ยวกับเรื่องที่ต้องการทำวิจัย ซึ่งหมายความว่าผู้วิจัยต้องมีความสามารถในการค้นหาเอกสารและวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องได้อย่างถูกต้องเหมาะสม รวดเร็ว มีทักษะในการใช้เครื่องมือการวิจัยประเภทต่างๆ และสามารถเลือกใช้เครื่องมือวิจัยได้อย่างถูกต้องเหมาะสม มีความรู้เกี่ยวกับระเบียบวิธีวิจัย การแปลผล ความสามารถในการวิเคราะห์ผลการวิจัยที่ได้ และสามารถจัดหมวดหมู่ของความคิด การเขียนรายงานวิจัย โดยให้แง่คิดและมุมมองในส่วนของการอภิปรายผลการวิจัย และข้อแนะนำในการใช้ประโยชน์จากงานวิจัยได้เป็นอย่างดี
2. ความเร่งรีบและระยะเวลาในการทำวิจัย การทำวิจัยต้องมีกระบวนการที่ใช้เวลาเริ่มตั้งแต่ กระบวนการที่ 1- 7 อย่างมีระเบียบแบบแผน ใช้เวลาในการทำการวิจัยมากพอสมควรขึ้นอยู่กับความยากง่ายและความสลับซับซ้อนของปัญหาที่ผู้วิจัยต้องการศึกษา ดังนั้น จึงต้องใช้ความสามารถในการบริหารเวลาเพื่อให้มีเวลาเพียงพอในการทำงานวิจัย เพราหากเกิดปัญหาทางด้านระยะเวลาขึ้น ย่อมส่งผลกระทบโดยตรงต่อการทำวิจัย
3. การสนับสนุนจากหน่วยงานต่างๆ การทำหรือดำเนินการทำวิจัยนั้น ผู้วิจัยต้องได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานภายในและภายนอก ตัวอย่างการสนับสนุนจากหน่วยงานภายใน เช่น การให้ข้อมูลจากฝ่ายงานต่างๆ ภายในองค์กร หรือให้การสนับสนุนทางด้านทรัพยากรและอนุญาตให้ดำเนินการวิจัยในเวลาทำงาน เป็นต้น เพื่อนำผลที่ได้จากการวิจัยมาใช้ประโยชน์ ปรับปรุงและพัฒนาการทำงานภายในองค์กรให้ดียิ่งขึ้น เป็นต้น ตัวอย่างการสนับสนุนจากหน่วยงานภายนอก เช่น การสนับสนุนทางด้านข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องและเป็นประโยชน์กับงานวิจัย
4. งบประมาณและทรัพยากรที่จะใช้ งบประมาณในการทำงานวิจัยมีส่วนสำคัญและจำเป็นต่อการทำวิจัยทางการตลาดเพราะในการทำวิจัยทางการตลาดต้องอาศัยอุปกรณ์ วัสดุสิ้นเปลือง ทีมงาน และค่าใช้จ่ายในการลงค่าสนาม ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ค่าใช้จ่ายสิ้นเปลืองต่างๆ ตามสภาพของการวิจัยแต่ละประเภท งบประมาณส่วนใหญ่จะมีจำกัด ดังนั้น ผู้วิจัยจำเป็นต้องบริหารจัดการงบประมาณที่มีอยู่อย่างจำกัด จัดสรรให้เกิดประโยชน์และประสิทธิภาพอย่างสูง
5. การสนับสนุนด้านอื่นๆ เช่น ความร่วมมือของทีมงาน ความร่วมมือที่ได้รับจากผู้ให้ข้อมูลเพื่อนำมาดำเนินการวิจัย เป็นต้น
