ลักษณะของภาษีอากรที่ดี

ภาษีอากรที่ดีมี 7 ลักษณะดังนี้

          1) หลักความเป็นธรรม (Equity)ภาษีอากรที่ดีต้องมีลักษณะที่มีความเป็นธรรม ทั้งสองฝ่ายคือผู้เสียภาษีและรัฐที่เป็นผู้จัดเก็บภาษี ภาษีอากรมีความเป็นธรรมจะก่อให้เกิดความสมัครใจจากผู้เสียภาษี

          2) หลักความแน่นอนและชัดเจน (Certainty and Clarity) ความแน่นอนชัดเจน ในเรื่องของบทบัญญัติตามกฎหมายภาษีอากรและวิธีปฏิบัติจัดเก็บ ทั้งนี้เพราะผู้เสียภาษีต้องมีความมั่นใจระดับหนึ่งว่า ภาษีอากรที่จะต้องเสียเป็นจำนวนเท่าใด จะต้องเสียเมื่อใด และจะต้องเสียด้วยวิธีการใด

          3) หลักความเป็นกลาง (Neutrality) หลักความเป็นกลาง หมายถึง ภาษีอากรจะต้องไม่เปลี่ยนแปลงหรือกระทบรูปแบบการแข่งขันด้านการผลิตสินค้าและบริการของผู้ผลิต การบริโภคหรือการออม

          4) หลักการอำนวยรายได้ (Productivity)

หลักการอำนวยรายได้ หมายถึง การที่รัฐสามารถจัดเก็บภาษีโดยมีรายได้เพียงพอต่อรายจ่ายของรัฐที่จ่ายไปเพื่อดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ตามที่รัฐจะต้องดำเนินการ ในขณะที่บทบาทของรัฐในทางเศรษฐกิจของแต่ละประเทศเพิ่มมากขึ้น ความจำเป็นในการหารายได้ภาษีอากรเพื่อนำมาใช้จ่ายจึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

          ดังนั้น ภาษีอากรที่ดีควรเป็นภาษีอากรที่สามารถอำนวยรายได้สูงให้กับรัฐ หากระบบภาษีอากรใดมีโครงสร้างที่อำนวยรายได้ให้กับรัฐไม่สูง เมื่อรัฐมีความจำเป็นจะต้องจัดเก็บภาษีอากรเพื่อนำมาใช้จ่ายเพิ่มขึ้น รัฐก็ต้องเพิ่มอัตราภาษีอากรที่มีอยู่เดิมหรือเพิ่มการจัดเก็บประเภทภาษีใหม่ ๆ ซึ่งในทัศนะของผู้เสียภาษีอากรจะเห็นว่าเป็นการสร้างความเดือดร้อนเพิ่มเติมให้แก่ประชาชนอันจะมีผลกระทบกระเทือนต่อระดับความสมัครใจในการเสียภาษีอากรได้

          5) หลักความยืดหยุ่น (Flexibility) หลักความยืดหยุ่น ภาษีอากรที่มีความยืดหยุ่น หมายถึง ระบบภาษีอากรที่สามารถปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจได้อย่างเหมาะสม เป้าหมายสำคัญของการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจของรัฐ ก็คือการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจทั้งทางด้านราคาและด้านการจ้างงาน ดังนั้นระบบภาษีอากรที่ดีจึงควรเป็นระบบที่ช่วยให้บรรลุวัตถุประสงค์ในการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจด้วย

         6) หลักความสะดวก (Convenience) หลักความสะดวก ภาครัฐมีสิ่งอำนวยความสะดวกในการจัดเก็บภาษีดังนี้

          มีจำนวนบุคลากรที่เพียงพอและมีคุณภาพโดยต้องมีความรู้พื้นฐานในเรื่องกฎหมาย ระเบียบแบบแผน แนวทางปฏิบัติที่มีอยู่ภายใต้มาตรฐานเดียวกัน กรณีใดมีข้อวินิจฉัยหรือยุติแล้วต้องสามารถอ้างอิงได้อย่างชัดเจน           มีเครื่องมือในการอำนวยความสะดวก เช่น โปรแกรมสำนักงาน (Spreadsheet) ซึ่งเป็นไฟล์ excel สามารถดาวน์โหลดได้จากเว็บไซต์กรมสรรพากร เพื่อช่วยคำนวณรายจ่ายทางภาษีเงินได้นิติบุคคล

          7) หลักความมีประสิทธิภาพ (Effectiveness) ควรเป็นระบบที่เสียค่าใช้จ่ายในการจัดเก็บ (Collection Cost) น้อยที่สุด นอกจากจะพิจารณาจากค่าใช้จ่ายในการจัดเก็บภาษีแล้ว ยังควรพิจารณาจากประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของหน่วยงานรับผิดชอบการจัดเก็บภาษีด้วย ซึ่งความมีประสิทธิภาพของหน่วยงานที่รับผิดชอบจัดเก็บภาษีจะช่วยลดความไม่เป็นธรรมระหว่างผู้เสียภาษีได้ ขณะเดียวกันหากพิจารณาถึงผลในระยะยาวแล้ว ถ้าประชาชนโดยทั่วไปมีความสมัครใจในการเสียภาษีมากขึ้น จะทำให้การจัดเก็บภาษีได้รับจำนวนเงินที่สูงยิ่งขึ้น อีกทั้งค่าใช้จ่ายในการติดตามจัดเก็บภาษีก็จะลดลงด้วย