แนวทางการเขียนที่มา และความสำคัญของปัญหา

  • Post author:

แนวทางการเขียนที่มา และความสำคัญของปัญหา

แนวทางการเขียนที่มา และความสำคัญของปัญหาในเบื้องต้น สามารถแบ่งออกเป็น 3 ส่วนด้วยกันดังนี้

1. ย่อหน้าแรก ควรมีการอภิปรายถึง ที่มาของปัญหาที่เกิดขึ้นทั่วๆ ไป ข้อดี ข้อเสียของปัญหา หรือ ข้อโต้แย้งที่ได้จากโครงงานของผู้จัดทำโครงงานท่านอื่น ซึ่งที่ได้ทำโครงงานมาแล้ก่อนหน้า

2. ย่อหน้าสอง ควรมีการอภิปรายถึง ความสำคัญหรือความรุนแรงของปัญหาที่เกิดขึ้น และแนวทางของการแก้ไขปัญหา(ถ้ามีผู้จัดทำโครงงานท่านทำไว้แล้ว)ในหัวข้อที่หรือเรื่องที่สนใจโดยในย่อที่สองนี้ควรมีการอ้างอิงเอกสารที่เกี่ยวข้องมาประกอบด้วยเพื่อให้มีความน่าเชื่อและสนับสนุนในหัวข้อหรือประเด็นที่ผู้จัดทำโครงงานสนใจศึกษายิ่งขึ้น

3. ย่อหน้าสุดท้าย ควรมีการอภิปรายถึง ข้อสรุปและจุดมุ่งหมายหรือมีการให้เหตุผลที่ชัดเจน เพื่อที่จะแก้ไขปัญหาในหัวข้อหรือประเด็นที่ผู้จัดทำโครงงานสนใจศึกษา โดยมีการลงท้ายในรูปแบบการเขียนว่า ผู้จัดทำโครงงานจะทำอะไร เพื่ออะไร และคาดหวังว่าจะได้ประโยชน์อะไร หรือแก้ปัญหาได้อย่างไร ที่ไหน

รูปแบบการเขียนที่มา และความสำคัญของปัญหาของโครงงาน ที่ดีมีดังนี้

1. มีการบรรยายสภาพที่เกิดขึ้นในปัจจุบันโดยไล่เรียงตามระดับจากมหภาคไปสู่ระดับจุลภาค เพื่อให้ผู้อ่านเห็นภาพใหญ่ลงมาสู่ภาพที่เล็กลงว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นมีผลกระทบอย่างไร ดังภาพที่ 3.1 และโครงงานที่จะจัดทำนั้นจะสามารถลดผลกระทบหรือเสนอนำแนวทางที่จะทำให้สภาพปัญหานั้นดีขึ้นได้หรือแก้ปัญหาอย่างไร ซึ่งรูปแบบนี้ค่อนข้างจะเป็นที่นิยมเนื่องจากทำให้ผู้อ่านเกิดความรู้ความเข้าใจได้อย่างครอบคลุม แต่อย่างไรก้อตามผู้เขียนควรเขียนให้กระชับไม่เยิ้นเยอจนเกินไปจนทำให้ผู้อ่านเกิดความสับสนได้ว่าผู้เขียนโครงงานต่อการสื่อสารในมิติใด

          ภาพที่ 3.1 การบรรยายสภาพที่เกิดขึ้นในปัจจุบันโดยไล่เรียงตามระดับจากมหภาคไปสู่ระดับจุลภาค ปรับจาก:กอบแก้ว ตะนะพัน

2. เขียนให้ตรงประเด็นปัญหา และเน้นปัญหาให้ถูกจุด การไม่เขียนยืดยาว อ้อมค้อมไปวกวนมา ควรเขียนลึกเจาะประเด็นให้ทราบว่าปัญหาคืออะไร อย่างชัดเจนและกระชับ

3. ไม่ควรนำตัวเลข ตารางยาวๆ หรือข้อมูลอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องมากมาใส่อ้างอิงความสำคัญของปัญหานี้มากจนเกินไป ควรเลือกเฉพาะข้อมูลที่เกี่ยวข้องจริงๆ หรือเลือกเฉพาะตัวเลขที่สำคัญๆ เท่านั้นและนำมาสรุปเป็นประโยคให้กลมกลืนกับเนื้อเรื่อง

4. ไม่ควรเขียนความสำคัญของปัญหาสั้นเกินไป จนจับประเด็นที่จะศึกษาไม่ได้ ควรเขียนเรื่องที่เกี่ยวข้องกับปัญหาให้ละเอียดพอสมควร

5. ในส่วนท้ายของความสำคัญของปัญหา ต้องเขียนขมวดท้าย หรือสรุปเพื่อให้มีส่วนเชื่อมโยงกับหัวข้อข้อวัตถุประสงค์ของการศึกษาต่อไปด้วย

ตัวอย่าง การเขียนที่มาของปัญหา และความสำคัญของโครงงานด้านการจัดการงานก่อสร้าง

เรื่อง การศึกษาปัญหาการใช้งานอาคารที่ก่อสร้างด้วยระบบสำเร็จรูปในเขตกรุงเทพมหานคร

ที่มาของปัญหา และความสำคัญ        
ปัจจุบันความต้องการใช้อาคารมีแนวโน้มที่สูงขึ้นส่งผลให้ งานก่อสร้างอาคารในประเทศไทยมีแนวโน้มสูงขึ้นด้วย ซึ่งการก่อสร้างอาคารส่วนใหญ่ จะมุ่งเป้าหมายไปที่พื้นที่เศษฐกิจ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ตามมา คือความต้องการพื้นที่ที่เหมาะสมกับก่อสร้างและระยะเวลาในการก่อสร้างที่รวดเร็ว มีความสวยงาม ความทันสมัย และคุณภาพมาตรฐาน ผู้ประกอบการจึงตอบโจทย์นี้ด้วยการนำระบบการก่อสร้างบ้านจัดสรรสำเร็จรูปมาทำก่อสร้างอาคารในเขตกรุงเทพมหานคร  เนื่องสามารถลดระยะเวลาในการก่อสร้าง และมีคุณภาพและมาตรฐานที่เป็นที่ยอมรับ ทำให้การก่อสร้างอาคารด้วยระบบสำเร็จรับได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน เพราะลดระยะเวลา อีกทั้งยังเพิ่มพื้นที่ใช้สอยให้กับตัวอาคารเนื่องจากไม่มี พื้น คาน เสาคอยกีดกันให้เสียพื้นที่ ถึงแม้ว่าระบบสำเร็จรูปจะมีข้อดีหลายประการ แต่จากการสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญ พบว่ามีข้อเสียหรือปัญหาในการใช้งานหลายประเด็นสำคัญๆ ด้วยกัน เป็นต้นว่า ต้องใช้เสาเข็มที่ยาวกว่าปกติ ต้องวงเงินลงทุนครั้งแรกมาก และต้องใช้วิศวกรที่มีความรู้ความชำนาญ         ดังนั้นโครงงานนี้จึงมีวัตถุประสงค์ ในการศึกษาปัญหาการใช้งานอาคารสำเร็จรูป จากผู้ใช้งานจริงถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในอาคาร ซึ่งผลการศึกษานี้ผู้วิจัยหวังว่าจะเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์สำหรับผู้ประกอบการก่อสร้างอาคารที่ใช้ระบบผนังสำเร็จรูปในกระบวนการก่อสร้าง ซึ่งจะได้รับทราบถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในแต่ละด้านจากผู้ใช้งาน มีสาเหตุมาจากเรื่องใดบ้าง แล้วจะนำปัญหาเหล่านั้นมาศึกษาถึงสาเหตุ วิเคราะห์หาแนวทางในการแก้ไข เพื่อลดปัญหาที่เกิดขึ้นต่อไป ส่งผลให้เกิดการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานที่สูงขึ้นของผู้ประกอบการในการก่อสร้างอาคารในอนาคตจากการทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง พบว่ามีการทำวิจัยเกี่ยวกับ การศึกษาการก่อสร้างระบบสำเร็จรูปในประเทศ มาเลเซีย  [2] และศึกษาการประยุกต์ใช้ระบบการก่อสร้างสำเร็จรูป สำหรับการก่อสร้างอาคารสูงในกรุงเทพมหานคร [6]  นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยที่เกี่ยวกับปัจจัยที่เป็นข้อได้เปรียบและข้อเสียเปรียบของระบบสำเร็จรูป [3] จากการทบทวนวรรณกรรมพบว่า มีงานโครงงานที่เกี่ยวกับการศึกษาปัญหาการใช้งานอาคารระบบสำเร็จรูป ผู้จัดทำโครงงานจึงมีความสนใจ ที่จะศึกษาปัญหาที่เกิดขี้นนี้เป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากได้เล้งเห็นความสำคัญของการใช้งานอาคาร ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญในปัจจัยสี่ของการดำรงชีวิต ด้วยเหตุนี้จึงเป็นที่มาของการจัดทำโครงงานในครั้งนี้