การบริหารภาครัฐสมัยใหม่

ในยุคปัจจุบัน องค์การต่าง ๆ ต้องเผชิญกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากกระแสโลกาภิวัตน์ การแข่งขันในระดับโลกที่รุนแรงไร้พรมแดน รวมถึงความเสี่ยงที่เกิดขึ้นทั้งจากภายในและภายนอกองค์การ ส่งผลให้การดำเนินงานขององค์การมีความท้าทายและซับซ้อนมากยิ่งขึ้น เพื่อให้สามารถอยู่รอดและประสบความสำเร็จได้ องค์การจำเป็นต้องมีการปรับตัวให้เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงในทุกมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคการบริการสาธารณะ ซึ่งความสัมพันธ์ระหว่างภาครัฐและประชาชนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเปิดโอกาสให้ประชาชนมีบทบาทในการแสดงความคิดเห็น และแสดงความต้องการต่อหน่วยงานรัฐได้อย่างกว้างขวางมากขึ้น ส่งผลให้การบริหารจัดการภาครัฐในปัจจุบันจำเป็นต้องเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน การพัฒนาระบบบริการ และการบริหารข้อมูลสารสนเทศ เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว

การนำแนวคิดการบริหารจัดการสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้ในภาครัฐ เช่น การบริหารการเปลี่ยนแปลง การจัดการคุณภาพ และการจัดการความรู้ เป็นกลยุทธ์สำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถขององค์การ การตระหนักว่าองค์การเป็นสิ่งมีชีวิตที่ขับเคลื่อนด้วยทุนมนุษย์ (Human Capital) มากกว่าทรัพยากรทั่วไป ทำให้องค์การต้องเน้นการพัฒนาและเสริมสร้างทุนความรู้ (Knowledge Capital) ที่สั่งสมอยู่ในตัวบุคลากร ผ่านการสร้างค่านิยมและวัฒนธรรมองค์การที่เอื้อต่อการเรียนรู้และการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ เนื้อหาของความรู้มักถูกแฝงอยู่ในภาษา วัฒนธรรม และประเพณี ซึ่งหากไม่ได้รับการจัดการอย่างเหมาะสม อาจส่งผลให้ความรู้ในท้องถิ่นถูกทำลายลง (เด่นชัย เอี่ยมสุวรรณ, 2556) ดังนั้น การเปลี่ยนแปลงความรู้เชิงปฏิบัติให้เป็นองค์ความรู้ที่เป็นระบบจึงเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อสร้างการเรียนรู้ในองค์การและนำไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน

วัฒนธรรมองค์การ (Organizational Culture) เป็นองค์ประกอบสำคัญที่เชื่อมโยงสมาชิกในองค์การเข้าด้วยกัน และเป็นรากฐานของการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพ วัฒนธรรมองค์การประกอบด้วยชุดของค่านิยม ความเชื่อ และแบบแผนพฤติกรรมที่สมาชิกในองค์การยึดถือร่วมกัน ทำหน้าที่กำหนดแนวทางการปฏิบัติ และสร้างเอกลักษณ์เฉพาะขององค์การ (อนพัทย์ พูลสวัสดิ์, 2563) วัฒนธรรมที่แข็งแกร่งมีบทบาทในการสร้างแรงจูงใจ การสร้างความสามัคคี และการผลักดันให้บรรลุเป้าหมายขององค์การในระยะยาว โดยมีทั้งรากฐานจากแนวคิดทางมานุษยวิทยาและสังคมวิทยา

ประสิทธิผลองค์การ (Organizational Effectiveness) เป็นแนวคิดที่ได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่องจากนักวิชาการ เนื่องจากเป็นตัวชี้วัดความสามารถขององค์การในการบรรลุเป้าหมาย (Kimberly, 1979; Cameron, 1981) ประสิทธิผลองค์การสะท้อนถึงความสามารถในการอยู่รอดและพัฒนาอย่างยั่งยืน ดังนั้น การศึกษาเกี่ยวกับปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิผลองค์การ จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการวางแผนกลยุทธ์และปรับปรุงการบริหารจัดการองค์การ

นอกจากวัฒนธรรมองค์การแล้ว การเป็นองค์การแห่งการเรียนรู้ (Learning Organization) ก็ถือเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่มีบทบาทในการส่งเสริมประสิทธิผลองค์การ องค์การแห่งการเรียนรู้คือองค์การที่มีการเรียนรู้ทั้งจากความสำเร็จและความล้มเหลว โดยการตั้งคำถามต่อกระบวนการทำงาน เพื่อค้นหาสาเหตุของปัญหาและพัฒนาวิธีการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น (Agyris, 1999) องค์การที่มีลักษณะของการเป็นองค์การแห่งการเรียนรู้จะมีความสามารถในการปรับตัวสูง มีการสังเกต วิเคราะห์ และปรับปรุงกระบวนการทำงานอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลต่อการบรรลุเป้าหมายและการเพิ่มประสิทธิผลองค์การในระยะยาว (ปริณ บุญฉลวย, 2556)

สำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการให้บริการสาธารณะที่ใกล้ชิดกับประชาชน การเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์การและการเป็นองค์การแห่งการเรียนรู้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความสำเร็จในการดำเนินงาน การเปลี่ยนแปลงแนวทางการบริหารจากภายใน (Inside-Out) เป็นการเน้นภายนอก (Outside-In) เพื่อรับฟังความคิดเห็นและตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างตรงจุด เป็นแนวโน้มที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจำเป็นต้องนำมาปรับใช้ (ฐิติพงศ์ กัญจนาภรณ์, 2562)

องค์การบริหารส่วนตำบลวังทอง อำเภอเมืองกำแพงเพชร จังหวัดกำแพงเพชร เป็นหนึ่งในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขนาดเล็กที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องในด้านโครงสร้างพื้นฐาน บริการสาธารณะ และการบริหารจัดการ จนได้รับรางวัลการบริหารจัดการที่ดีในปี พ.ศ. 2566 จากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม ด้วยบริบทของพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางเศรษฐกิจและสังคม บุคลากรขององค์การจำเป็นต้องมีความสามารถในการปรับตัว ปรับพฤติกรรมการทำงาน และสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับประชาชนในพื้นที่ เพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพการให้บริการและการบริหารจัดการ

จากความสำคัญดังกล่าว ผู้วิจัยจึงมีความสนใจที่จะศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างวัฒนธรรมองค์การและองค์การแห่งการเรียนรู้ที่มีต่อประสิทธิผลองค์การ กรณีศึกษาองค์การบริหารส่วนตำบลวังทอง อำเภอเมืองกำแพงเพชร จังหวัดกำแพงเพชร เพื่อสร้างองค์ความรู้ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาการบริหารจัดการองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นให้มีประสิทธิผลสูงสุด ตอบสนองต่อความต้องการของประชาชน และนำพาองค์การไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนในอนาคต