HRD Tip 4: สนใจแต่รองเท้าของเรา…ดีกว่า! โดย อ.ดร.สุปัญญดา สุนทรนนธ์

“ไม่ใช่ทางที่แสนยากลำบากหรอก ที่ทำให้เราไปไม่ถึงฝัน

แต่เป็นกรวดหินเล็กๆพวกนั้น ที่อยู่ในรองเท้าเราต่างหาก!

              สุภาษิตญี่ปุ่น

“โดนเพื่อนร่วมงาน หลายคน บ่นว่า…เราทำให้เสียเวลา ที่ไปเสนอไอเดียอะไรไม่รู้ แล้วนายเลยให้งานกับทีมเพิ่มเลย” (ก็จริงๆแล้ว ไอเดียนี้มันดีกับผลงานโดยรวมของทีมเรา ไม่ใช่เหรอ?)

“โดนเจ้านาย บอกว่า …. เรื่องที่เราเสนอไป มันทำไม่ได้หรอก เรามันมโน ไม่มองโลกตามความจริง” (ก็ไหนใครบอก วิธีเดิมๆมันไม่ได้ผล ให้เราลองนอกกรอบ คิดอะไรใหม่ๆ ไม่ใช่เหรอ?)

“โดนคนที่บ้านบ่น ไม่เข้าใจเราเลย ว่า…จะลงทุนขายของออนไลน์ไปทำไม งานที่ทำอยู่ ก็ดีอยู่แล้ว มาหาเรื่องเสี่ยง เรื่องเหนื่อยเปล่าๆ” (ก็ไหนใครบอกว่า ถ้ามีรายได้เพิ่ม มีเงินกว่านี้ เราจะได้ไปเที่ยวต่างประเทศกันทั้งบ้านได้บ้าง ไม่ใช่เหรอ?)

พวกเรามีใครเคยเป็น เคยโดนแบบนี้กันบ้างไหมคะ? 

ที่พอเราตัดสินใจ ทำไปแบบนี้…ก็ไม่มีใคร เข้าใจเรา แม้แต่คนข้างๆกาย คนที่เราหวังว่า จะอยู่เคียงข้างคอยให้กำลังใจ  ยังมาค้าน มาห้ามเราเลย!

ก้อยเองยอมรับว่าเป็นคนหนึ่ง ซึ่งตอนเข้ามาทำงานใหม่ๆ เป็นคนแคร์คำคน แคร์สายตาคนมาก จนสุดท้ายมัวแต่ฟังคนนั้นคนนี้ งานการถดถอย  ที่หนักกว่านั้นคือ พลังใจหดหายไปด้วยมากๆ

จนต้องหาทางแก้ปัญหานี้ และหาวิธีว่าจะต้องทำยังไง ให้หายวิตกจากเรื่องที่ต้องคอยมาสน ว่า… “คนรอบๆจะคิดกับเรายังไง จะเข้าใจในสิ่งที่เราทำไปหรือไม่?

ทำไมกันนะ…ตอนแรกๆใครๆ ก็ดูเหมือนจะสนับสนุนให้กำลังใจเราดี  เอ้า…แต่ทำไมพอเราเริ่มทำจริงๆ กลับไม่มีใคร สนับสนุน ไม่มีใครให้กำลังใจ เพื่อไปต่อเลย
“ชักท้อแล้วนะ…ที่นี้ ตัวเราต้องทำไงดีล่ะ?” 

ก่อนจะตอบคำถามนี้  มีเรื่องหนึ่ง ซึ่งอยากให้ทุกคน ที่กำลังอยู่ในสถานการณ์นี้  เข้าใจก่อนว่า…
“ไม่มีใคร เคยเจอเหตุการณ์ หรือ เคยมีปัจจัยอะไรชีวิต ที่เหมือนกันได้ แบบเป๊ะๆ หรอกนะ”

เพราะงั้น…ถ้าคนอื่นๆ ไม่มาเจอแบบเรา ไม่ได้มาเป็นตัวเรา
‘ก็อย่าเอาความไม่เข้าใจของเขา มาใส่ใจเรา ให้หนักเปล่าๆเลย’

อาจารย์ท่านหนึ่งของก้อย ซึ่งตัวท่านเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาเพื่อการพัฒนาตัวเอง ที่โค้ชและสอนคนสำเร็จระดับโลกมากมาย แถมยังเป็นตัวจริงในการเป็นผู้บุกเบิกธุรกิจ และงานใหม่ๆหลายๆด้านได้ประสบความสำเร็จมากๆ  ในฐานะผู้เชี่ยวชาญ  ท่านยังใจดี ให้คำแนะนำกับก้อยแบบตรงๆ เน้นๆ เลยว่า…
“ความคิดเห็นของคนอื่น ไม่เคยใช่เรื่องจริงของคุณซะหน่อย! แล้วจะต้องคอยกังวลไปทำไมล่ะ ฮึ? “
(เออ…คิดดูดีๆก็จริงนะ ส่วนใหญ่ให้ความคิดเห็นมามากกว่า)

ท่านยังชี้ให้เห็นถึงตัวอย่าง  ผู้คนมากมายที่ประสบความสำเร็จระดับโลกว่า… ตอนที่คนสำเร็จ อย่าง

ตอนที่ โธมัส อัลวา เอดิสัน เริ่มประดิษฐ์หลอดไฟ    

ตอนที่ สตีฟ จ๊อบ ได้นำเสนอ iPhone มือถือแบบไม่มีแป้นกดปุ่ม

ตอนที่แจ๊ค หม่า เริ่มทำธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ ในจีน  และยังมี ตัวอย่างอื่นๆ อีกมากมาย

คนสำเร็จเหล่านี้ ตอนที่ทำอะไรแรกๆ ทำอะไรใหม่ๆ ใครๆก็พากันบอกว่า…แปลกประหลาด!

คนก็มีแต่คนคัดค้าน แถม ก็มีเยอะ ที่คนรอบๆตัวพากันถอยห่าง

แต่พวกเขาก็ยังทำในสิ่งที่ตัวเองเลือก  ทำสิ่งที่ตัวเองเชื่อมั่นต่อไป จนในที่สุดใครๆก็ได้เห็นผลงาน


ดังนั้น ในบางครั้งที่เกิดคำถามในใจตัวเอง ว่า… “ไม่มีใครเห็นด้วยเลย แล้วเราควรไปต่อดีไหม?”

คำตอบที่ก้อยมักใช้กับตัวเอง หรือ ให้ไป เวลาที่มีใครมาปรึกษาเรื่องนี้ ง่ายๆ เลย ก็คือ…จงกลับไปคุยกับตัวเองให้จบ และตัดสินใจให้แน่ๆว่า…เราต้องการและตัดสินใจจะทำสิ่งนี้ แม้ตอนนี้อาจไม่มีใครเห็นด้วยจริงๆ หรือไม่ ?

ถ้า คำตอบ คือ “ใช่”

ก็ต้องมั่นใจ และใช้พลังแห่งการตัดสินใจ (Power of Decision Making) ให้จริงจัง

เชื่อไหมล่ะคะ? ว่า…เรื่อง พลังแห่งการตัดสินใจ (Power of Decision Making) นี่ เป็นอีกหนึ่งเทคนิค ทางจิตวิทยาที่สำคัญในการตัดความกังวลเลย ลองนึกถึงตอนเราจะเลิกกับใครซักคน ตอนที่ทุกข์ใจมากสุด คือ ตอนจะอยู่หรือจะไปนี่ล่ะค่ะ  ลองตัดสินใจได้ แม้จะต้องอกหักหรืออะไร ก็ยังชัดเจนกับชีวิตมากกว่า เสียพลังงานน้อยกว่าช่วงที่มัวลังเล มัวกังวล ตัดสินใจไม่ได้อยู่นั่นแหละ

Text Box:  “ไม่ต้องรอพร้อม ไม่ต้องรอใครยินยอม 
ไม่ต้องรอใครเข้าใจ
ฉันแค่ยอมตัดสินใจ!

เพราะฉะนั้น ถึงแม้เราอาจไม่พร้อม หรือ อาจลังเลกับบางสิ่ง ในบางสถานการณ์ แต่ถ้าเราให้ความสนใจและใส่พลังให้กับเรื่องที่เราตัดสินใจไปแล้ว ด้วยการตอกย้ำกับตัวเองบ่อยๆว่า…