HRD Tip 3: จงมั่น “ให้” แล้วเราจะ “ได้”มา! โดย อ.ดร.สุปัญญดา สุนทรนนธ์

“โลกให้ในสิ่งที่เราคู่ควรเสมอ

อยู่ที่เราแล้วล่ะ ว่า…ได้ให้อะไรกับโลกนี้ไปก่อนหรือเปล่า”

ดร.เวนย์ ดายเออร์

คนส่วนใหญ่คิดว่า….ถ้าเรา “ได้รับเยอะๆ” เช่น ถ้าเราได้เงินเดือนเยอะๆ …ได้โบนัสเยอะๆ ได้สวัสดิการดีๆ นั่นแปลว่า…ฉันกำลังก้าวหน้าในการทำงานแล้ว

แต่ถ้านั่น มันเป็นจริงแค่เพียงส่วนหนึ่ง และการได้อะไรเยอะ ไม่ใช่แปลว่า…จะได้อย่างนั้นตลอดไปล่ะคะ?

สำหรับประเทศไทยแล้ว พวกเราทราบมั้ยคะ? ว่า…AI หรือ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ ยังไม่ใช่เรื่องน่ากลัวอย่างที่คิด
แต่กลับเป็นตัวเรา ที่ไม่รู้ตัว ที่ไม่รู้วิธีปรับตัวให้เข้ากับคนอื่นๆ
หรือ เข้ากับบริษัทให้ได้ต่างหาก ที่น่าห่วงกว่า!!!

ทำไมก้อยถึงพูดแบบนั้น….เราไปดูผลสำรวจอันนึงกันค่ะ

ปี 2561 มีการสำรวจ นายจ้างกว่า 3,000 รายในประเทศไทย
โดยให้ตอบแบบสอบถามในงานวิจัยที่มหาวิทยาลัย
ถามไปถึงเหตุผลหลักที่เลิกจ้างพนักงาน ผลปรากฎว่า…

92 % ตอบว่า เพราะ คนนั้นเข้ากับคนอื่นไม่ได้

5 % บอกว่า ไม่ผ่านการวัดผลการทำงาน

2 % ตอบว่า เลิกจ้างเพราะบริษัทขาดทุน

1% เท่านั้นที่ตอบว่า…
เพราะมี AI หรือหุ่นยนต์ มาทำงานแทน

และเรื่องที่ทำให้หัวหน้า หรือ คนในบริษัทนั้นๆ รู้สึกว่า คนๆนึงเข้ากับคนอื่นๆ ไม่ได้มากที่สุด ก็คือ “คนๆนั้น เป็นคนเห็นแก่ตัว จะเอาแต่ได้ และไม่คิดถึงส่วนรวม” ค่ะ

ใช่ค่ะ…การคิดถึงแต่ตัวเองว่า จะ “ได้” อะไรบ้างมาก่อน ไม่ได้ทำให้เราได้ อย่างที่เราคิด  แต่อยากได้มากๆ กลับทำให้ได้ผลตรงกันข้าม คือ ทำให้คนส่วนมากไม่อยากทำงานด้วย

และเมื่อเป็นแบบนั้น ต่อให้เราทำงานเก่งแค่ไหน สุดท้ายการทำงานของเราก็มักเกิดปัญหา  และเป็นที่มาของการถูกเชิญให้ออกไป ในที่สุด!!!

ในทางตรงข้าม…ถ้าเราเป็นคนที่ รู้จัก “ให้” โดยเฉพาะรู้จัก “ให้อย่างมีศิลปะ” ไม่ใช่ให้แบบสะเปะสะปะ  คือ “รู้จักให้ในสิ่งที่ผู้รับอยากได้” เราก็จะได้สิ่งดีๆ คืนมาอย่างที่เราคาดไม่ถึงเลยล่ะค่ะ

เพราะฉะนั้น เคล็ดลับนี้ ก้อยจึงไม่ได้มาแนะนำให้เราเป็นคนโลกสวย คือ พี่นี้มีแต่ให้ แต่สุดท้ายก็แห้ว แต่อย่างใด แต่ก้อยมาแนะนำ “ศิลปะแห่งการให้” เพื่อนำมาสู่สถานการณ์อัน Win-Win

ทั้งตัวเราและคนอื่นๆ 

ลองคิดดูซิค่ะ ว่า…นอกจากผลการทำงานแล้ว เจ้านายยังอยากได้อะไรจากเราอีก?

ใช่ค่ะ ก้อยพบว่า…หลายครั้งที่เจ้านายอยากได้คนอาสาทำงานอื่นๆ เพิ่มเติม ถ้าเราทำได้  เรารับอาสาไป คิดว่าเวลามีโอกาสดีๆมาถึง อย่างมีทุนจากต่างประเทศมา เจ้านายจะนึกถึงใครก่อนค่ะ ระหว่างคนที่มีน้ำใจกับนาย  หรือ คนที่ไม่เคยเอ่ยปากจะช่วยอะไร

แล้วเพื่อนๆร่วมงาน ของเราล่ะ นอกจากการช่วยประสานงานตามปกติกันแล้ว หลายครั้งที่ เพื่อนๆก็

  • ต้องการให้เราช่วยเสนอไอเดียที่ทำให้เพื่อนทำงานได้ดีขึ้น
  • ต้องการมีใครซักคนรับฟังตอนเกิดปัญหา
  • ต้องการให้เราเป็นกำลังใจตอนทำอะไรท้าทาย
  • ต้องการให้เราร่วมยินดีในความสำเร็จของเขา

แล้วจริงๆ การให้สิ่งเหล่านี้ เราก็ให้ได้โดยไม่ต้องเสียเงินทองอะไรซักหน่อย  แถมพอให้สิ่งเหล่านี้ไปแล้ว ความสัมพันธ์ระหว่างเรากับเพื่อนๆร่วมงานก็ดีขึ้น ทำงานกันก็ราบรื่น ดีกับตัวเราอีกต่างหาก

แล้วกับลูกน้องเราล่ะ  ลูกน้องเองเราก็ต้องการให้เรา

  • ให้อภัยหากพวกเขาทำพลาด
  • ให้คำแนะนำในสิ่งที่พวกเขายังไม่เก่ง 
  • ให้โอกาส ให้พวกเขาได้แสดงความสามารถบ้าง 

เห็นไหมค่ะ ว่า…จริงๆการให้สิ่งเหล่านี้ เราเองก็ “ให้” ได้ ถ้าเราพร้อมจะ “เปิดใจที่จะให้”

เคล็ดลับนี้ ไม่ใช่แค่ก้อยคิดเองเท่านั้นแล้วเอามาบอกนะคะ มีการศึกษาทางจิตวิทยาเลยว่า “เมื่อให้ผู้อื่น ผู้อื่นก็จะให้ตอบเรา เมื่อช่วงชิงจากผู้อื่น ผู้อื่นก็จะช่วงชิงกลับ  เมื่อรักผู้อื่น ผู้อื่นก็จะรักตอบ เมื่อเราชื่นชอบคนอื่น  คนอื่นก็จะชื่นชอบเรา”