Current world situation (2025) รู้เท่าทันสถานการณ์โลกปัจจุบัน เพื่อปรับตัว (PartIII) “Massive transformation. Between 2025 and 2030” การพลิกโฉมครั้งสำคัญในช่วงปี พ.ศ. 2568 (ค.ศ.2025) ถึง 2573 (ค.ศ.2030)

  • Post author:

ความท้าทายและโอกาสที่มาพร้อมกันระหว่างปี ค.ศ.2025 – ค.ศ.2030 นั้น ด้วยโลกในปัจจุบัน เป็นการยากมากที่จะคาดเดาฉากทัศน์ของโลกในระยะไกลมากกว่านี้ แต่สิ่งที่มนุษย์ชาติ และคนไทยต้องเผชิญนับจากวันนี้ ได้ประมวลมาจาก World Economic Forum MIT Technology Review และเอกสารของผู้เขียน Blog เอง ขอสรุปประเด็นจากภาพ ที่ผ่านการประมวลข้อมูลมาดังนี้ เพื่อให้เกิดเส้นทางลัด (Shortcut) ของการมองภาพรวม

Challenges and Opportunities 2025-2030

The world is currently undergoing a period of massive transformation. Between 2025 and 2030 มนุษย์ชาติเราจะเผชิญหน้ากับความท้าทายที่ซับซ้อนมากขึ้น ส่งผลกระทบต่อทุกด้านของชีวิต ตั้งแต่ระดับบุคคล (Individual level) และชุมชน (Community level) ไปจนถึงระดับโลก (Global scale)

สิ่งที่เราจะต้องเผชิญและพึงจะตระหนักรู้ก่อน เพื่อเตรียมเลือกเส้นทางการรับมือ การเตรียมความพร้อม และเผชิญหน้าในที่สุด มนุษย์ที่ปรับตัวปรับ Mindset เป็น Growth Mindset จะอยู่รอดและอยู่ดีต่อไป ขอให้เชื่อมั่นในจุดแข็งและความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์แบบในตนเอง แต่ก่อนอื่นขออธิบายจากภาพส่วนของการพลิกโฉมครั้งสำคัญในช่วงปี พ.ศ. 2568 (ค.ศ.2025) ถึง 2573 (ค.ศ.2030) ดังนี้

1 การเพิ่มขึ้นของผู้สูงวัย (Increasing Ederly Population) ด้วยเทคโนโลยีความก้าวหน้าทางการแพทย์และสุขลักษณะ ตลอดจนวิถีชีวิตความเป็นอยู่ ตลอดจน Trend สุขภาพมนุษย์จะมีอายุที่ยืนยาวมากขึ้น การเพิ่มขึ้นของประชากรผู้สูงวัยของทั้งโลก รวมทั้งประเทศไทย ก่อให้เกิดปัญหาความท้าท้ายด้านแรงงาน การเปิดโอกาสใหม่ทางธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง การให้ความสำคัญใส่ใจด้านสุขภาพ รวมทั้งด้านสวัสดิการสังคม ในส่วนเหล่านี้ เป็นอีกหนึ่งส่วนสำคัญที่โลกและบริบททางสังคมจะต้องเผชิญ

2. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) โลกเกิดการเปลี่ยนแปลงจากธรรมชาติที่เสื่อมโทรมจากการรุกล้ำ จากการสร้างมลภาวะต่อโลก จากกิจกรรมของมนุษย์ หรือความผันแปรตามธรรมชาติ ทำให้สภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงและแปรปรวนไปอย่างรุนแรงแบบที่ไม่เคยเห็นจะปรากฏบ่อยและถี่มากขึ้น เป็นปัญหาแบบฤดูกาลที่จะมาให้เห็นโดยตลอดนับจากนี้ เราจะเห็นปัญหาน้ำท่วมหนัก น้ำฝนบ่าไหลล้นท่วมในเขตเมือง การเกิดไฟป่าที่รุนแรง ปรากฏการณ์ฝุ่น PM 2.5 ปัญหาภัยแรงที่จะปรากฏยาวนาน ล้วนแต่เป็นภัยทางธรรมชาติที่รุนแรง ที่ไม่นับรวมปรากฏการณ์แผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด การละลายของน้ำแข็งขั้วโลก และการเกิดสึนามิ เป็นต้น เราต้องเผชิญหน้ากับสิ่งเหล่านี้โดยไม่อาจหลีกหนีได้ รวมทั้งที่สำคัญคือ ปัญหาการขาดแคลนทรัพยากรต่างๆที่จำเป็น แต่เราจะต้องตระหนักรู้และสร้างความร่วมมือต่อกัน ดังนั้นการพัฒนาอย่างยั่งยืน การรักษ์โลกโดยร่วมมือกันทั้งในระดับโลก ระดับประเทศสู่ระดับสังคม ในที่สุดอันนำมาสู่การพัฒนาอย่างสมดุล หรือการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development)

3.Cybersecurity (ความปลอดภัยทางไซเบอร์) หมายถึง การป้องกันระบบคอมพิวเตอร์ และเครือข่าย โปรแกรมและข้อมูลจากภัยคุกคามทางดิจิทัล การคุกคามเหล่านี้อาจมีจุดประสงค์เพื่อเข้าถึง เปลี่ยนแปลง หรือทำลายข้อมูลที่ละเอียดอ่อน ขัดขวางกระบวนการทางธุรกิจตามปกติ หรือเรียกค่าไถ่จากผู้ใช้ ตลอดจนสิ่งที่เราพบเห็นคือการแสวงหาประโยชน์จากข้อมูลที่รั่วไหล การพบปัญหามิฉชาชีพ Call Center เป็นตัวอย่างที่พบอย่างทั่วถึง ในยุคดิจิทัลที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันมากขึ้น ความปลอดภัยทางไซเบอร์จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจาก

3.1 การป้องกันความเสียหายทางการเงินเพื่อ ลดความเสี่ยงในการสูญเสียเงินจากการโจรกรรมทางไซเบอร์

3.2 การปกป้องข้อมูล: ป้องกันข้อมูลส่วนบุคคล (Data Privacy) ข้อมูลทางการเงิน และข้อมูลทางธุรกิจจากผู้ไม่หวังดี หรือที่เรียกว่าภัยคุกคามทางไซเบอร์

3.3 การรักษาความต่อเนื่องทางธุรกิจ: ป้องกันการโจมตีที่อาจทำให้ระบบล่ม และส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ

3.4 การสร้างความน่าเชื่อถือ สร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าและคู่ค้าว่าข้อมูลของพวกเขาจะได้รับการปกป้อง

4. ความไม่เท่าเทียมกันทางสังคม (Social Inequality) โลกต่อจากนี้เราจะพบปัญหาความเลื่อมล้ำมากยิ่งขึ้น ผู้ครอบครองเทคโนโลยีชั้นสูง กลุ่มประเทศที่มีทุนทรัพย์มหาศาล มีเครือข่าย จะครอบครองโลกทั้ง เศรษฐกิจ สังคม การเมือง และเทคโนโลยีที่สร้างความแตกต่างเพิ่มสูงขึ้น การมีรายได้ของประชาชนจะแตกต่างเหลื่อมล้ำสูงขึ้น ทั้งทางรายได้ตลอดจนความมั่งคั่ง (Income and Wealth Disparity) การเข้าถึงเทคโนโลยีที่ไม่เท่าเทียมตลอดจนโอกาสในการเข้าถึงล้วนก่อให้เกิดความแตกต่างเพิ่มมากขึ้น จะเกิดการแบ่งแยกให้เหลื่อมล้ำมากขึ้นไปอีกสำหรับโลกต่อจากนี้ในอีก 5 ปี ทั้งบริบทของโลก ประเทศ และสังคม ตามลำดับ

5.ด้านภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) หมายถึง ปัจจัยทางการเมืองและภูมิศาสตร์ที่มีผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ในระดับโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริบทของเทคโนโลยีและโอกาสที่กำลังจะเกิดขึ้นในช่วงปี 2025-2030 การแข่งขันเพื่ออำนาจ ในยุคที่เทคโนโลยีมีบทบาทสำคัญ หรือ การแข่งขันกันทางด้านเทคโนโลยี (Technological Competition) ในส่วนของภูมิรัฐศาสตร์จะเกี่ยวพันกับการแข่งขันระหว่างประเทศมหาอำนาจในการเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี เช่น AI, IoT, และเทคโนโลยีชีวภาพ การแข่งขันนี้อาจนำไปสู่การกำหนดมาตรฐานและทิศทางทางด้านเทคโนโลยีของโลก โดยมีประเทศสหรัฐอเมริกา และจีนเป็นผู้นำ อันนำมาสู่การควบคุมห่วงโซ่อุปทาน และการจำกัดการเข้าถึงเทคโนโลยีของประเทศคู่แข่ง ซึ่งส่งผลให้เกิดปัญหาความขัดแย้งในระดับประเทศ

ใน Blog หน้าจะมาขยายความในส่วนที่เหลือ คือ Technology Reshaping the World ซึ่งเป็นตอนสุดท้ายที่เน้นบริบททางด้านเทคโนโลยีต่อไป