การตัดสินใจอย่างมีจริยธรรมของผู้ประกอบการ ตามแนวทางประโยชน์นิยม
ประโยชน์นิยม (Utilitarianism) เป็นการตัดสินใจโดยประเมินจากผลการกระทำที่กระทบต่อความสุขโดยรวมของทุกคน การกระทำที่เพิ่มความสุขโดยรวมถือเป็นการกระทำที่ดีที่สุดตามหลักจริยธรรม อย่างไรก็ตามความสุขนั้นถือว่าเป็นความรู้สึกส่วนตัว จึงเป็นการยากที่จะประเมิน และมีความไม่แน่นอนเนื่องจากเป็นการคาดการณ์ผลที่จะเกิดขึ้นในอนาคต อีกทั้งควรมีการพิจารณาถึงกลุ่มบุคคลที่จะได้รับผลของการกระทำอันเกิดจากการตัดสินใจเพื่อประเมินถึงความสุขโดยรวมของทุกคนในแต่ละแง่มุม ขั้นตอนการตัดสินใจตามแนวทางประโยชน์นิยมมีดังนี้
1) ระบุหรือกำหนดทางเลือกทั้งหมด
2) พิจารณาว่า ใครได้รับผลกระทบจากการกระทำเหล่านั้น
3) ให้คะแนนวัดความสุข ในระดับ +10 ถึง -10 โดย
+10 หมายถึง ความสุขสูงสุดที่เป็นไปได้
-10 หมายถึง สิ่งที่เลวร้ายที่สุดเท่าที่จะจินตนาการได้
4) คำนวณเพื่อสรุปประโยชน์หรือสิ่งที่เลวร้ายทั้งหมดที่เกิดจากการกระทำทางเลือก
ตัวอย่าง: กรณีพบอุบัติเหตุ
แจ็คกำลังขับรถไปสนามบินประจำภูมิภาคเพื่อไปหาเพื่อน 2 คน แจ็คเลือกใช้เส้นทางลัดซึ่งเป็นถนนลูกรังต้องใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง เนื่องจากเป็นพื้นที่ห่างไกล จึงไม่ค่อยมีคนใช้ถนนเส้นนี้ ระหว่างทางแจ็คเห็นรถคันหนึ่งตกลงไปในพุ่มไม้หนาหลายฟุต มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 คน การบาดเจ็บนั้นไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต แต่ร้ายแรงพอที่จะช่วงเหลือตัวเองไม่ได้ คนหนึ่งขาหัก คนหนึ่งมีเลือดออก โทรศัพท์มือถือไม่มีสัญญาณใช้งานไม่ได้ แจ็คเผชิญกับทางเลือก 2 ทาง คือ
ทางเลือกที่ 1 ลงไปช่วยเหลือผู้ที่ได้รับบาดเจ็บไปส่งโรงพยาบาลที่อยู่ห่างออกไปซึ่งต้องใช้เวลา 1 ชั่วโมง ทำให้ต้องพลาดเที่ยวบินและต้องซื้อตั๋วใหม่เพื่อบินในวันถัดไป ซึ่งทำให้มีค่าใช้จ่าย 500 ดอลลาร์
ทางเลือกที่ 2 ขับรถต่อไปเพื่อให้ทันขึ้นเครื่องบิน โดยที่ไม่รู้ว่าจะมีรถคันอื่นผ่านมาช่วยเหลือเมื่อไร
คำถาม: อะไรคือการกระทำที่ถูกต้องตามแนวทางประโยชน์นิยม
โดยสัญชาตญาณคนส่วนใหญ่อาจคิดว่าการช่วยเหลือเป็นสิ่งที่ถูกต้อง แต่เพื่อสนับสนุนความคิดนี้ว่า ถูกต้องหรือไม่ จึงนำแนวทางจริยธรรม “ประโยชน์นิยม” มาช่วยในการตัดสินใจดังตารางที่ 15.1
ตารางที่ 15.1 ตัวอย่างการนำแนวทางจริยธรรม “ประโยชน์นิยม” มาใช้ในการตัดสินใจ
ผู้ที่ได้รับผลกระทบ | ทางเลือกที่ 1 | ทางเลือกที่ 2 |
แจ็ค | -3 | 0 |
เพื่อนของแจ็ค 2 คน | -1 ´ 2 = -2 | 0 |
ผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 คน | +3 ´ 2 = +6 | -7 ´ 2 = -14 |
ผลรวม | +1 | -14 |
ที่มา: ดัดแปลงจาก Christian U. Becker, 2019
จากตารางที่ 15.1 พบว่า ในทางเลือกที่ 1 นั้น จะทำให้แจ็คต้องพลาดเที่ยวบินและมีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้น 500 ดอลลาร์จึงถือได้ว่า เป็นความสูญเสีย แต่เป็นความสูญเสียที่ไม่มากจึงให้ค่าคะแนนที่ -3 ส่วนเพื่อนของแจ็ค 2 คนนั้นอาจต้องผิดหวังเล็กน้อยเนื่องจากต้องพบแจ็คในวันถัดไป จึงให้ค่าคะแนนที่ – 1 แต่เนื่องจากส่งผลกระทบต่อเพื่อน 2 คน จึงต้องคูณด้วย 2 จึงได้ค่าเท่ากับ -2 และในส่วนของผู้ที่ได้รับบาดเจ็บนั้น เมื่อได้รับความช่วยเหลือจึงถือเป็นความสุขแต่เนื่องจากผู้ได้รับบาดเจ็บไม่ได้รับอันตรายร้ายแรงและหากไม่ได้รับการช่วยเหลือในครั้งนี้ก็ยังมีโอกาสที่จะได้รับความช่วยเหลือจากผู้อื่น จึงให้คะแนนที่ + 3 และเนื่องจากมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 คน จึงต้องคูณ 2 ได้คะแนนเท่ากับ + 6 คะแนน ต่อจากนั้นจึงรวมค่าผลกระทบในทางเลือกที่ 1 เท่ากับ – 3 -2 + 6 = +1
สำหรับทางเลือกที่ 2 นั้น แจ็คกับเพื่อนของแจ็คทั้ง 2 คน จะไม่ได้รรับผลกระทบใดๆ จึงให้คะแนน 0 คะแนน ในขณะที่ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจะไม่ได้รับความช่วยเหลือและต้องทนรับความเจ็บปวดจนกว่าจะมีผู้อื่นเข้ามาช่วยเหลือ ถือว่า ได้รับความสูญเสีย เจ็บปวด จึง ให้คะแนนที่ -7 และเนื่องจากมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 คนจึงต้องคูณ 2 ได้คะแนนเท่ากับ -14 ต่อจากนั้นจึงรวมค่าผลกระทบในทางเลือกที่ 2 เท่ากับ 0 + 0 – 14 = -14
เมื่อได้ค่าผลกระทบทั้ง 2 ทางเลือก ให้ตัดสินใจเลือกทางเลือกที่มีค่าสูงสุด ในกรณีของแจ็คจึงควรตัดสินใจเลือกทางเลือกที่ 1 คือ ช่วยเหลือผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ ตามแนวทางจริยธรรม “ประโยชน์นิยม”
การตัดสินใจโดยการคำนวณลักษณะนี้ถึงแม้ว่าจะเสียเวลาแต่เพื่อให้การตัดสินใจอยู่บนพื้นฐานของกระบวนการที่โปร่งใสและสามารถชี้แจงเหตุผลเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจทางจริยธรรมได้อย่างสมเหตุสมผล ถูกต้องและชัดเจน