แนวคิดธรรมาภิบาล (Good Governance): พื้นฐานการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี

แนวคิดธรรมาภิบาล (Good Governance): พื้นฐานการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี

แนวคิด “ธรรมาภิบาล” หรือ Good Governance เป็นกรอบแนวคิดที่ได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายในวงการบริหารภาครัฐและการพัฒนาประชาธิปไตย โดยมีจุดเน้นสำคัญในการส่งเสริมการบริหารกิจการสาธารณะที่ยึดหลักคุณธรรม ความโปร่งใส การมีส่วนร่วม และความรับผิดชอบ โดยมีเป้าหมายเพื่อให้การบริหารรัฐเกิดความเป็นธรรมและมีประสิทธิภาพ (United Nations Development Programme [UNDP], 1997)

องค์ประกอบของธรรมาภิบาลนั้นมีความหลากหลายขึ้นอยู่กับบริบทและหน่วยงานที่นิยาม อย่างไรก็ตาม หน่วยงานระหว่างประเทศ เช่น ธนาคารโลก (World Bank, 1992) ได้เสนอ 3 เสาหลักของธรรมาภิบาล ได้แก่ 1) ความรับผิดชอบ (Accountability), 2) ความโปร่งใส (Transparency) และ 3) หลักนิติธรรม (Rule of Law) ขณะที่องค์กรอย่าง UNDP เพิ่มเติมองค์ประกอบ เช่น การมีส่วนร่วม (Participation), ความเสมอภาค (Equity), ประสิทธิภาพ (Efficiency) และการเห็นพ้องร่วมกัน (Consensus orientation) เพื่อสะท้อนลักษณะที่พึงประสงค์ของภาครัฐในระบอบประชาธิปไตย (UNDP, 1997)

ในบริบทของประเทศไทย แนวคิดธรรมาภิบาลถูกนำมาใช้เป็นกรอบในการพัฒนาระบบราชการและการบริหารท้องถิ่นอย่างจริงจังภายใต้ พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 ซึ่งกำหนดว่าองค์กรของรัฐต้องดำเนินงานเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน มีประสิทธิภาพ โปร่งใส ตรวจสอบได้ และเน้นการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน (สำนักงาน ก.พ.ร., 2562)

วิจัยโดย สนิท อักษรแก้ว (2545) ระบุว่า ธรรมาภิบาลในบริบทไทยควรคำนึงถึง 6 หลักสำคัญ ได้แก่ หลักนิติธรรม, หลักคุณธรรม, หลักความโปร่งใส, หลักการมีส่วนร่วม, หลักความรับผิดชอบ และหลักความคุ้มค่า ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการจัดการบ้านเมืองที่มีความยั่งยืนและได้รับความไว้วางใจจากประชาชน

นอกจากนี้ แนวคิดธรรมาภิบาลยังเชื่อมโยงกับการบริหารกิจการบ้านเมืองในระดับท้องถิ่น โดยเฉพาะองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งต้องบริหารงานโดยคำนึงถึงการมีส่วนร่วมของชุมชน ความเป็นธรรมในการให้บริการสาธารณะ และความโปร่งใสในการใช้งบประมาณ (วรรณา วงศ์ฉัตร, 2561)

กล่าวโดยสรุป แนวคิดธรรมาภิบาลเป็นหลักสำคัญในการยกระดับการบริหารภาครัฐทั้งในระดับชาติและท้องถิ่น เพื่อให้การบริหารมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และตอบสนองต่อประชาชนอย่างแท้จริง และยังเป็นเครื่องมือเชิงหลักการที่ช่วยเสริมสร้างประชาธิปไตยและการพัฒนาที่ยั่งยืนในระยะยาว