ระดับการเปลี่ยนแปลงนวัตกรรม

  • Post author:

ระดับการเปลี่ยนแปลงนวัตกรรม

       ในการพัฒนานวัตกรรมขึ้นมาใหม่นั้น องค์การสามารถเลือกการปรับเปลี่ยนนวัตกรรมได้หลายทางเลือก ซึ่งแต่ละทางเลือกก็จะมีจุดมุ่งเน้นที่แตกต่างกัน โดยถ้าองค์การเลือกการพัฒนานวัตกรรมโดยเน้นการปรับเปลี่ยนจากรูปแบบการทำงานแบบเดิมในบางส่วน หรือ การเปลี่ยนแปลงในเชิงโครงสร้างซึ่งเป็นรูปแบบใหม่ของการดำเนินงาน หรือ การเน้นการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาเปลี่ยนแปลงแบบพลิกผัน โดยทั้งหมดเป็นการพิจารณาถึงระดับของการที่องค์การได้นำมาใช้ในการเปลี่ยนแปลงหรือการสร้างนวัตกรรม (degree of innovative change) โดยสามารถแบ่งออกระดับการเปลี่ยนแปลงนวัตกรรมออกได้เป็น 3 ระดับ ได้แก่ 1) การเปลี่ยนแปลงนวัตกรรมแบบค่อยเป็นค่อยไป 2) การเปลี่ยนแปลงนวัตกรรมแบบรุนแรง และ 3) การเปลี่ยนแปลงนวัตกรรมแบบพลิกผัน แต่ละระดับมีรายละเอียด ดังนี้

       1. การเปลี่ยนแปลงนวัตกรรมแบบค่อยเป็นค่อยไป (incremental innovative change) โดยเป็นนวัตกรรมที่เน้นการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องจากรูปแบบการทำงานแบบเดิมที่องค์การมีอยู่ โดยนวัตกรรมอาจเกิดจากการเรียนรู้จากการทำงานประจำวัน และมองเห็นโอกาสใหม่ที่เกิดขึ้นจากการทำงานนั้น  เช่น การนำวิธีการทำงานแบบใหม่เข้ามาทดแทนในบางขั้นตอนของการทำงาน หรืออาจเป็นการสร้างนวัตกรรมผลิตภัณฑ์/บริการใหม่ที่ปรับปรุงต่อเนื่องมาจากผลิตภัณฑ์/บริการเดิมที่องค์การมีอยู่ เป็นต้น โดยจุดประสงค์ของการสร้างนวัตกรรมแบบค่อยเป็นค่อยไปอาจเป็นไปเพื่อให้องค์การมีผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นจากเดิมหรือช่วยลดต้นทุน/ค่าใช้จ่ายลง การที่องค์การเลือกใช้การพัฒนานวัตกรรมแบบค่อยเป็นค่อยไปอาจเป็นเพราะการที่องค์การยังต้องการสร้างนวัตกรรมของการบริหารและการทำงานที่อยู่บนพื้นฐานแบบเดิมที่องค์การใช้อยู่และไม่ต้องการให้มีความเสี่ยงสูงต่อการเปลี่ยนแปลง

      2. การเปลี่ยนแปลงนวัตกรรมแบบรุนแรง (radical innovative change) เป็นวิธีการของการสร้างนวัตกรรมที่มุ่งพลิกจากรูปแบบพื้นฐานที่องค์การเคยใช้ ซึ่งนวัตกรรมเกิดขึ้นจากการวิจัยและพัฒนาหรืออาจมาจากการทดลองในห้องปฏิบัติการ ซึ่งมักเป็นนวัตกรรมที่มีการเปลี่ยนแปลงในเชิงโครงสร้างซึ่งเป็นรูปแบบใหม่ที่แตกต่างจากโครงสร้างของรูปแบบการทำงานแบบเดิม (Freeman and Perez,1988) โดยเป็นการสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ บริการใหม่ ระบบการจัดการแบบใหม่ การนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ โดยนำมาออกแบบใหม่ (re-design) มีลักษณะเหมือนกับการคิดการเปลี่ยนแปลงแบบปฏิรูป หรือแนวคิดของการรื้อปรับใหม่ (Reengineering) ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนวัตกรรมแบบรุนแรงจำเป็นที่องค์การจะต้องมีการลงทุนในการพัฒนานวัตกรรม และมุ่งให้นวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นมาอยู่ในลักษณะที่เหนือกว่าคู่แข่งขันหรือแตกต่างจากตลาดที่เป็นอยู่เดิม ซึ่งการที่องค์การเลือกใช้วิธีการเปลี่ยนแปงนวัตกรรมแบบรุนแรง ก็เพราะองค์การต้องการที่จะสร้างคุณค่าใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นแก่ลูกค้า/ผู้บริการ หรือสังคมที่แตกต่างจากรูปแบบเดิมที่มีอยู่ โดยมุ่งหวังที่จะสร้างการตระหนักและรับรู้ใหม่ให้เกิดขึ้นแก่ลูกค้า/ผู้บริการหรือตลาด โดยคาดหวังว่าวิธ๊การเปลี่ยนแปลงนวัตกรรมแบบรุนแรงนี้จะมีส่วนช่วยทำให้องค์การมีผลประกอบการหรือผลลัพธ์ของการดำเนินงานขององค์การที่สูงขึ้นอันเป็นผลมาจากการมีลูกค้าหรือผู้รับบริการที่เพิ่มขึ้น มีส่วนแบ่งตลาดที่เพิ่มขึ้น      3.การเปลี่ยนแปลงนวัตกรรมแบบพลิกผัน (disruptive innovative change) เป็นวิธีการสร้างนวัตกรรมที่เกิดจากการที่องค์การต้องการสร้างคุณค่าใหม่ที่แตกต่างจากเดิมอย่างสิ้นเชิงโดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเป็นเครื่องมือหรือเป็นการเปลี่ยนแปลงนวัตกรรมที่เป็นรูปแบบธุรกิจ (business model) โยที่การเปลี่ยนแปลงแบบพลิกผันนี้มักมีผลต่อการเพิ่มคุณค่าทางเศรษฐกิจให้เกิดขึ้นในระดับสูง โดยที่องค์การอาจจะเลือกสร้างนวัตกรรมบนพื้นฐานของความก้าวหน้าของเทคโนโลยีดิจิทัล หรืออาจคิดออกแบบรูปแบบธุรกิจใหม่ (new business model) ที่สร้างคุณค่าใหม่ให้แก่องค์การที่แตกต่างจากรูปแบบธุรกิจแบบเดิมที่ใช้อยู่ การเปลี่ยนแปลงประเภทนี้อาจถูกเรียกว่า disive innovation ซึ่งหมายถึง การสร้างนวัตกรรมที่แตกต่างจากเดิมอย่างสิ้นเชิง โดยมุ่งหวังที่จะสร้างสิ่งใหม่ให้เกิดขึ้นในองค์การหรือธุรกิจนั้นอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน โดยองค์การมุ่งที่จะให้ตนเองเป็นผู้ริเริ่มหรือผู้ชนะในอุตสาหกรรมหรือธุรกิจนั้น วิธีการเปลี่ยนแปลงนวัตกรรมแบบพลิกผันนี้ มักพบในวิธีคิดของกลุ่ม Start-up ที่ชอบริเริ่มนวัตกรรมใหม่ที่แตกต่างจากเดิมที่เคยมีอยู่ โดยที่องค์การจะต้องมีลงทุนใหม่ในทรัพยากรต่าง ๆ เช่น งบประมาณ เวลา บุคลากร เทคโนโลยี เป็นต้น เพื่อมุ่งสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ บริการใหม่ ระบบการจัดการแบบใหม่ ที่เข้ามาท้าทายกับแบบเดิมที่เคยใช้กันอยู่ โดยการเปลี่ยนแปลงนวัตกรรมแบบพลิกผันจะมีส่วนสำคัญต่อการเกิดมูลค่าสูงแก่องค์การหรือการเติบโตของประเทศ