Nattasit Chaisaard, Ph.D.
การบริหารจัดการการก่อสร้าง โดยเฉพาะการจัดการงานสนาม (Fieldwork in Construction Management) มีความเชื่อมโยงกันในทุกด้าน ทุกมิติ โดยความสำเร็จขึ้นอยู่กับการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพระหว่างฝ่ายต่างๆ ประกอบด้วย ทีมงานบริหารโครงการ ผู้ชำนาญการ อย่างวิศวกรและช่างแขนงต่างๆ ทั้งงานระบบไฟฟ้า ประปา ช่างก่อฉาบ งานผนัง Facade งาน HVAC เป็นต้น ตลอดจนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่น ๆ ในแต่ละขั้นตอนและกิจกรรมที่จะดำเนินการส่งมอบงานโครงการในแต่ละเฟส ซึ่งในรายละเอียดต่างๆเหล่านี้ส่งผลต่อภาพรวมสำหรับผลลัพธ์ของโครงการทั้งหมด ซึ่งต้องการการวางแผน การจัดสรรทรัพยากร การดำเนินการ และการติดตาม ประเมินผลอย่างรัดกุมรอบคอบ เพื่อให้การดำเนินงานโครงการเป็นไปอย่างราบรื่น มีความปลอดภัย อยู่ภายใต้ต้นทุนที่กำหนด เป็นไปตามมาตรฐานด้านงานวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม ตลอดจนการรับประกันคุณภาพ การรับประกันตามสัญญา และในที่สุดคือความพึงพอใจของลูกค้า หรือผู้ว่าจ้าง ในฐานะเจ้าของโครงการก่อสร้าง โดยเมื่อศึกษา Mind Map นี้ประกอบ

แผนภาพ Mind map เกี่ยวกับ Fieldwork in Construction Projects (By Nattasit Chaisaard, Ph.D.)
พบว่า ทีมงานหลัก: ทีมบริหารจัดการการก่อสร้าง (Core Team) ประกอบด้วย แรงงาน (laborers) เป็นกระดูกสันหลังของโครงการก่อสร้างใดๆ (The backbone of any construction project) ซึ่งแรงงานต้องทำงานโดยอาศัยความแข็งแรงและความอดทนของร่างกาย (physical strength and endurance) เช่น การทำความสะอาดพื้นที่ การจัดการและการขนส่งวัสดุ และช่วยอำนวยร่วมต่อทีมวิศวกรและช่างผู้ชำนาญการ ผู้ดูแลไซต์ หรือ Site Supervisor ปฏิบัติหน้าที่ดูแลการดำเนินงานประจำวันในไซต์งานก่อสร้าง เพื่อให้แน่ใจว่างานดำเนินไปอย่างปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และตามแผนงานที่กำหนด โดยที่ Site Supervisor จัดการแรงงานและประสานงานร่วมกับทีมวิศวกรและช่างผู้ชำนาญการผู้ชำนาญการและผู้รับเหมาช่วง ผู้ชำนาญการเฉพาะด้าน (Skilled Tradespeople) จะเป็นทีมวิศวกรและช่างผู้เชี่ยวชาญในแขนงต่าง ๆ ของการก่อสร้าง เช่น งานระบบไฟฟ้า ประปา ช่างก่อฉาบ งานผนัง Facade งาน HVAC เป็นต้น พวกเขาเหล่านี้จะดำเนินงานด้านเทคนิคของโครงการก่อสร้างโดยเฉพาะ ทำให้การออกแบบเป็นจริงได้ ช่างสำรวจและผู้ตรวจสอบงาน (Surveyor & Inspector) ปฏิบัติหน้าที่ตรวจสอบผลการดำเนินงานเพื่อให้แน่ใจว่าโครงการเป็นไปตามข้อกำหนดการออกแบบ (design specifications) เป็นไปตามข้อบังคับที่เป็นมาตรฐานในการออกแบบและการก่อสร้างส่วนต่างๆของอาคาร (building codes) ตลอดจนมาตรฐานความปลอดภัย (safety standards) พวกเขาทำการสำรวจรังวัด ชี้วัดผลการดำเนินการ รวมทั้งตรวจสอบผลการดำเนินการตลอดระยะเวลาการก่อสร้างในโครงการ
ขั้นตอนและกิจกรรมของโครงการ:
(1) การเตรียมการในหน่วยงานก่อสร้าง (Site Preparation) กิจกรรมในเบื้องต้นก่อนหน้าเพื่อเตรียมการในไซต์งานหรือหน่วยงานก่อสร้าง รวมถึงการขจัดขนย้ายต้นไม้ พืชพรรณต่างๆในพื้นที่เดิม ตลอดจนทำการรื้อถอนโครงสร้างเดิม (ถ้ามี) การตรวจสอบรังวัดและยืนยันขอบเขตของพื้นที่ของโครงการก่อสร้าง ตลอดจนการเตรียมการเพื่อปรับระดับที่ดิน เพื่อเตรียมการโดยสร้างพื้นผิวการทำงานที่เรียบได้ระดับที่เหมาะสม (level working surface) (2) การขุดดิน (Soil Excavation) การขุดและนำดินออกจากพื้นที่เดิมเพื่อเตรียมงานส่วนฐานราก ชั้นใต้ดิน basements หรือสาธารณูปโภคใต้ดิน underground utilities ขั้นตอนนี้อาจเกี่ยวข้องกับการเสริมเสถียรภาพ ให้กับมวลดิน (Soil Stabilization) หรือการอัดดิน (3) การทำฐานราก (Foundation Work) การก่อสร้างฐานของโครงสร้าง ซึ่งอาจรวมถึงประเภทต่าง ๆ ของฐานราก เช่น ส่วนของคอนกรีต Footings เสาเข็ม หรือ เคซอง (caissons) ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพของดินและความต้องการทางโครงสร้าง (4) การก่อสร้างโครงสร้าง (Structural Construction) การสร้างโครงสร้างขององค์อาคาร ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับเสา คาน และแผ่นพื้นคอนกรีต หรือเหล็กรูปพรรณ ซึ่งให้การค้ำจุนเป็นส่วนหลักสำหรับตัวอาคารโครงการ (5) การสร้างผนังภายนอก (Building Envelopes) หรือเปลือกของอาคาร การปิดล้อมโครงสร้างด้วยส่วนของผนังภายนอก (Enclosing the structure with exterior walls ) หลังคา และหน้าต่าง เพื่อให้การปกป้องจากสภาพอากาศและสร้างสภาพแวดล้อมภายในอาคารที่สามารถควบคุมได้ (6) ระบบ MEP (MEP Systems) การติดตั้งระบบวิศวกรรมประกอบอาคาร ประกอบด้วย งานระบบเครื่องกล ระบบไฟฟ้า และระบบประปา รวมถึง ระบบ HVAC การเดินสายไฟ (Electrical wiring) แสงสว่าง ท่อประปา และอุปกรณ์ระบบสุขาภิบาล (7) การตกแต่งภายใน (Interior Finishing) การทำให้พื้นที่ภายในแล้วเสร็จสมบูรณ์ด้วย แผ่นผนัง (drywall) พื้น สี เพดาน แผงตู้ชั้นเก็บของและการตกแต่งอื่น ๆ เพื่อสร้างพื้นที่ที่ใช้งานได้และมีความสวยงาม (8) การทำความสะอาดและฟื้นฟูไซต์ (Site Clearing and Restoration) การทำความสะอาด (cleaning up) ไซต์หลังจากการก่อสร้างเสร็จสิ้น การกำจัดขยะและโครงสร้างชั่วคราว และการจัดสวนเพื่อฟื้นฟูไซต์งานก่อสร้างให้กลับสู่สภาพที่ยอมรับได้.
เป้าหมายโดยรวม:
การดำเนินงานที่ราบรื่น (Smooth Operations) การทำให้แน่ใจว่าโครงการดำเนินไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ ลดความล่าช้าและการหยุดชะงัก และรับประกันการสื่อสารและการประสานงานที่มีประสิทธิภาพระหว่างทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง
ความปลอดภัย (Safety) ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของคนงาน สาธารณะ และสิ่งแวดล้อมรอบข้างตลอดระยะเวลาโครงการ โดยปฏิบัติตามกฎระเบียบด้านความปลอดภัยและแนวปฏิบัติที่ดีที่สุด
การควบคุมต้นทุน (Cost Control) การจัดการเกี่ยวกับต้นทุนของโครงการ (Project costs) ให้อยู่ในงบประมาณ รวมถึงการติดตามค่าใช้จ่าย การติดตามต้นทุนค่าแรงและวัสดุ (labor and material costs) และการระบุโอกาสในการประหยัดค่าใช้จ่าย (potential cost-saving opportunities)
การประกันคุณภาพ (Quality Assurance) การดำเนินการควบคุมคุณภาพเพื่อให้แน่ใจว่าผลการดำเนินโครงการก่อสร้างตรงตามหรือสูงกว่ามาตรฐานคุณภาพที่กำหนด โดยอาศัยการตรวจสอบและการทดสอบ (conducting inspections and testing) และการแก้ไขข้อบกพร่องใดๆที่เกิดขึ้น (addressing any deficiencies)
ความพึงพอใจของลูกค้า (Client Satisfaction) การตอบสนองที่เป็นไปตามหรือเกินกว่าความคาดหวังของลูกค้า โดยการส่งมอบโครงการก่อสร้างที่มีคุณภาพสูงตรงเวลาและภายใต้งบประมาณ ในขณะเดียวกันก็รักษาการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพและตอบสนองต่อข้อกังวลต่างๆ
ความเชื่อมโยง:
การบริหารจัดการการก่อสร้างมีความเชื่อมโยงกันในทุกฝ่ายในแต่ละด้านสำหรับแต่ละขั้นตอนการดำเนินการในหน้างานหรือส่วนงานสนาม โดยทุกส่วนมีผลกระทบซึ่งกันและกัน และการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพเป็นสิ่งสำคัญในการบรรลุเป้าหมายของโครงการในภาพรวม
Share
Rewrite
Related
