การบริหารจัดการเครือข่าย : ประเภทของเครือข่าย

การบริหารจัดการเครือข่าย : ประเภทของเครือข่าย[1]

การดำเนินงานขององค์กรไม่ว่าจะเป็นองค์กรภาครัฐหรือองค์กรในภาคส่วนอื่นๆ ต่างมีพันธกิจ        ที่จะต้องดำเนินการให้สัมฤทธิผลด้วยกันทั้งสิ้น สำหรับการดำเนินงานขององค์กรภาครัฐมีพันธกิจที่ต้องดำเนินงานให้บริการสาธารณะแก่ประชาชนตามที่กฎหมายกำหนด การให้บริการสาธารณะแก่ประชาชนในหลายๆ ส่วนเป็นการดำเนินพันธกิจที่ต้องร่วมกันดำเนินงานระหว่างองค์กรภาครัฐด้วยกันเอง องค์กรภาครัฐกับภาคประชาชน หรือองค์กรภาครัฐร่วมกับองค์กรภาคอกชน การดำเนินงานร่วมกันนี้ได้สร้างเครือข่ายการดำเนินงานให้เกิดขึ้น สมาชิกของเครือข่ายจะแบ่งบทบาทและภาระหน้าที่ในการดำเนินงาน มีการร่วมกันดำเนินงานเพื่อให้เป้าหมายร่วมบรรลุผลสำเร็จ มีการประสานงาน มีการสื่อสารระหว่างกัน มีการช่วยเหลือ สนับสนุนการทำงานร่วมกันของฝ่ายต่าง ๆ  การดำเนินงานร่วมกันระหว่างองค์กรในภาคส่วนต่างๆ ด้วยวิธีการที่เหมาะสมจะก่อให้เกิดเครือข่ายการดำเนินงานร่วมกัน ก่อให้เกิดพลังร่วมในการดำเนินงานและเป็นกลไปในการขับเคลื่อนการดำเนินงานตามพันธกิจให้บรรลุเป้าหมาย ดังนั้นการเกิดขึ้น การสร้าง การพัฒนา การธำรงรักษาเครือข่ายจึงจำเป็นต้องมีแนวคิด หลักการ และวิธีการบริหารจัดการเครือข่ายที่ถูกต้องและเหมาะสมทั้งนี้เพื่อให้การดำเนินงานของเครือข่ายบรรลุเป้าหมายร่วมกัน

ด้วยพันธกิจและวิธีการดำเนินงานเฉพาะตัวของเครือข่ายต่างๆ ส่งผลให้มีเครือข่ายหลากชนิด หลายประเภทซึ่งการจำแนกประเภทของเครือข่ายอาจใช้เกณฑ์ในการพิจารณาได้หลายเกณฑ์ การใช้เกณฑ์ต่างกันจะทำให้การจำแนกประเภทของเครือข่ายต่างกันไปด้วย สำหรับเกณฑ์ที่สามารถใช้จำแนกประเภทเครือข่าย เช่น การพิจารณาจากสมาชิกของเครือข่าย การพิจารณาจากพื้นที่ตั้งเครือข่าย พิจารณาจากกิจกรรมหลักของเครือข่าย และการพิจารณาจากวัตถุประสงค์และโครงสร้างการดำเนินงานในลักษณะขององค์กรเครือข่าย สำหรับทัศนะของเสรี พงศ์พิศเห็นว่าสามารถจำแนกประเภทของเครือข่ายตามลักษณะของการร่วมกันดำเนินงานด้เป็น 2 ประเภทใหญ่[2] ดังนี้

                        1. เครือข่ายแนวราบ เครือข่ายประเภทนี้เกิดขึ้นจากการประสานการทำงานของบุคคลที่อยู่ในทำงานในระดับเดียวกัน หรือประกอบอาชีพเดียวกัน บุคคลเหล่านั้นจะมาเชื่อมประสานกันเป็นเครือข่ายและร่วมกันทำงานให้สัมฤทธิผลตามเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ เช่น เครือข่ายเกษตรกร เครือข่ายนักวิจัย เป็นต้น ลักษณะเฉพาะชองเครือข่ายประเภทนี้จะมุ่งเน้นในด้านการทำงานหรือการทำกิจกรรมร่วมกันของสมาชิก ที่ต่างมีเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์ตรงกัน

                        2. เครือข่ายแนวตั้ง เครือข่ายประเภทนี้เกิดจากการนำบุคคลจากหลากหลายระดับ หลากหลายอาชีพที่แตกต่างกันมาสร้างเป็นเครือข่าย เครือข่ายประเภทนี้มักจะเน้นในเรื่องของการให้ข้อมูลข่าวสารระหว่างกันมากกว่าที่จะมาดำเนินการหรือทำกิจกรรมร่วมกันเหมือนกับเครือข่ายแนวนอน สำหรับตัวอย่างของเครือข่ายแบบนี้ได้แก่ องค์กรเครือข่ายของภาคเอกชน องค์กรพัฒนาเอกชน(NGO) และองค์กรเครือข่ายภาคประชาชนเป็นต้น

นอกจากการจำแนกประเภทของเครือข่ายดังกล่าวข้างต้นแล้ว พีรธร บุณยรัตน์พันธ์ และคณะ, 2554 : 39) เห็นว่าการจำแนกประเภทของเครือข่ายสามารถใช้ลักษณะของเครือข่ายซึ่งเป็นองค์กรทางสังคมที่ทำหน้าที่เชื่อมโยงบุคคล กลุ่ม ชมรมสมาคม เข้าด้วยกัน เพื่อเกิดการเรียนรู้ร่วมกัน และช่วยเหลือเกื้อกูลกันมาจำแนกประเภทของเครือข่ายได้เป็น 3 ประเภทคือ[3]  

1. เครือข่ายความคิด เครือข่ายประเภทนี้จะเน้นที่การคิด ความรู้ เทคนิค และการเผยแพร่เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้สิ่งต่างๆ ที่เกี่ยวกับเครือข่ายระหว่างสมาชิก  แนวคิดต่างๆ เกี่ยวกับการดำเนินงานของเครือข่าย การสร้างความยั่งยืนของเครือข่าย การพัฒนาเครือค่ายในเชิงกว้างและเชิงลึก เป็นต้น

2. เครือข่ายกิจกรรม   เครือข่ายประเภทนี้มักจะให้ความสำคัญกับการดำเนินกิจกรรมของสมาชิกเครือข่ายที่ทุกฝ่ายร่วมกันดำเนินงานบรรลุเป้าหมาย มุ่งเน้นการช่วยเหลือ การประสานงานกันระหว่างบุคคล กลุ่มบุคคล และองค์การที่เข้าร่วมเป็นเครือข่าย ทั้งนี้ เพื่อร่วมกันสร้างความสำเร็จในการทำงานหรือกิจกรรมของเครือข่าย อีกทั้งให้ความสำคัญกับการป้องการปัญหาอุปสรรคที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินงานหรือกิจกรรมต่างๆ ภายในกระบวนการดำเนินงานของเครือข่ายอีกด้วย

3. เครือข่ายสนับสนุน  เครือข่ายประเภทนี้จะเน้นในเรื่องของการสนับสนุนและส่งเสริมการดำเนินกิจกรรมหรืองานของสมาชิกเครือข่ายให้บรรลุเป้าหมาย ทั้งในด้านการสนับสนุนความรู้ การบ่งปันข้อมูลสารสนเทศ สนับสนุนทรัพยากรสำหรับการดำเนินงาน การถ่ายทอดเทคนิคและวิธีการดำเนินงาน วิธีการระดมสมาชิก รวมทั้งการระดมทุนหรืองบประมาณทั้งจากภายในและภายนอกเครือข่ายด้วย

                        นอกจากนี้ในทัศนะของสุทิตย์,(พระมหา)อาภากโร(อบอุ่น) เห็นว่าเครือข่ายมีหลายประเภทจำแนกได้ดังนี้[4]

                        1. เครือข่ายเชิงพื้นที่ เครือข่ายประเภทนี้เกิดจากการรวมตัวกันของบุคคล กลุ่มคน หรือองค์การในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งที่เครือข่ายใช้พื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง (area) ดำเนินงานหรือทำกิจกรรมร่วมกันเพื่อบรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่ง เครือข่ายประเภทนี้เป็นเครือข่ายที่เกิดขึ้นในลักษณะของการบูรณาการ ไม่แยกส่วนการทำงานออกจากกัน เครือข่ายจะยึดเอาพื้นที่เป็นเป้าหมายหรือหมุดหมายแห่งความสำเร็จในการดำเนินงานหรือทำกิจกรรมใดๆ โดยทุกภาคส่วนจะร่วมกันทำงานในพื้นที่ที่กำหนด เครือข่ายเชิงพื้นที่จะมีลักษณะและโครงสร้างหลากหลายรูปแบบ เช่น

                        1.1 การแบ่งเครือข่ายตามกระบวนการทำงานร่วมกันในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง  เครือข่ายชนิดนี้จะพบได้จากการจัดระบบการบริหารภาครัฐที่มีลักษณะของเครือข่ายทั้งในระดับอำเภอ ตำบล หรือหมู่บ้าน เช่น เครือข่ายประชาคมอำเภอ เป็นต้น หรือเป็นเครือข่ายตามระดับพื้นที่ที่มีขอบข่ายที่กว้างขึ้น เช่น เครือข่ายประชาคม อำเภอบ้านตาขุน จังหวัดสุราษฎร์ธานี หรือเป็นเครือข่ายในระดับประเทศได้แก่กลุ่มเครือข่ายสมาพันธ์เกษตรกรแห่งประเทศไทย และ/หรือเป็นเครือข่ายในระดับนานาชาติ เช่น เครือข่ายการพัฒนาของ United Nations Development Programme  หรือ UNDP เป็นต้น

                        1.2 การแบ่งเครือข่ายตามพื้นที่ที่มีทรัพยากรสำคัญ เช่น เครือข่ายพิทักษ์ลุ่มน้ำตาปี-พุมดวง จังหวัดสุราษฎร์ธานี และในการจัดการทรัพยากรชายฝั่งทะเลอ่าวปัตตานี ของเครือข่ายอนุรักษ์อ่าวปัตตานี เป็นต้น

                        2. เครือข่ายเชิงประเด็นกิจกรรม เครือข่ายประเภทนี้จะใช้ประเด็นกิจกรรมเป็นปัจจัยหลักในการรวมกลุ่มบุคคล กลุ่มคน หรือองค์การเข้าด้วยกัน มุ่งเน้นการจัดการในประเด็นกิจกรรมนั้นๆ อย่างจริงจัง ไปพร้อมๆ กับการให้ความสำคัญกับการสร้างความร่วมมือกับภาคีอื่นๆ โดยไม่ยึดติดกับพื้นที่ในการดำเนินกิจกรรม แต่จะใช้กิจกรรมที่กำหนดขึ้นเป็นปัจจัยในการสร้างเครือข่าย จะพบเครือข่ายประเภทนี้ได้ทั่วไป เช่น เครือข่ายป่าชุมชน เครือข่ายภูมิปัญญาชาวบ้าน เครือข่ายด้านคุ้มครองผู้บริโภค และเครือข่ายลูกโลกสีเขียวที่ดำเนินการโดยชุมชนบ้านห้วยหินลาดใน หมู่ 7 ตำบลบ้านโป่ง อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย เป็นต้น

                        3. เครือข่ายตามโครงสร้างหน้าที่ เครือข่ายประเภทนี้เป็นเครือข่ายที่เกิดขึ้นจากการใช้ภารกิจหรือกิจกรรมและการก่อตัวของกลุ่มผลประโยชน์ในสังคมในการสร้างเครือข่าย สามารถพบเครือข่ายประเภทนี้ได้ทั่วไปในสังคม  เช่น เครือข่ายของภาคประชาชน เครือข่ายของภาครัฐ เครือข่ายของภาคธุรกิจเอกชน และองค์กรพัฒนาเอกชนหรือ Non-Government Organization เป็นต้น  เครือข่ายตามโครงสร้างหน้าที่จะมุ่งการดำเนินงานหรือทำกิจกรรมโดยมีแนวคิด หลักการ วัตถุประสงค์และเป้าหมายหลักของเครือข่ายที่กลุ่มผลประโยชน์มาร่วมกันเป็นเครือข่าย เครือข่ายประเภทนี้แบ่งเป็น 4 ชนิดย่อยๆ ประกอบด้วย

                        3.1 เครือข่ายภาคประชาชน มีเป้าหมายเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับภาคประชาชนหรือชุมชนโดเฉพาะในเรื่องการพัฒนาการเรียนรู้และการจัดการตนเองของประชาชนในชุมชนใดชุมชนหนึ่งให้เกิดการพึ่งพาตนเองได้และพัฒนาสังคมต่อไปได้ เช่น เครือข่ายป่าชุมชน  เครือข่ายกุล่มสัจจะออมทรัพย์ เครือข่ายประมงพื้นบ้าน เป็นต้น

                        3.2 เครือข่ายภาครัฐ เป็นเครือข่ายที่องค์กรภาครัฐได้สร้างขึ้นเพื่อเป็นพลังในการขับเคลื่อนสังคมให้ดำเนินไปสู้เป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่ง โดยมีการดำเนินงานของเครือข่ายอย่างเป็นระบบ มีความเป็นทางการ(formal) เช่น เครือข่ายสถาบันการศึกษาได้แก่ เครือข่ายที่สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ได้สรุปบทเรียนโครงการการจัดการการเรียนรู้แบบเครือข่ายโดยการมีส่วนร่วมของชุมชนเพื่อสุขภาวะเด็กและเยาวชนอย่างยั่งยืน หรือ เครือข่ายการผลิตการตลาดสินค้าเกษตร เครือข่ายกองทุนหมู่บ้าน และเครือข่ายหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ เป็นต้น สำหรับเครือข่ายขององค์กรที่จัดตั้งโดยภาครัฐนี้ส่วนใหญ่จะให้ความสำคัญกับกระบวนการพัฒนาและการเข้าไปส่งเสริมการทำงานในระดับชุมชน อำเภอ หรือจังหวัดโดยเป็นการเชื่อมโยงและประสานงานกันระหว่างองค์กรภาครัฐกับภาคประชาชนทั้งในลักษณะแบบบนลงล่าง(top down) และ/หรือแนวราบ(horizontal) ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันเช่นเดียวกับเครือข่ายในระดับพื้นที่

                        1.3 เครือข่ายธุรกิจเอกชน เป็นเครือข่ายที่สร้างขึ้นมาเพื่อประโยชน์ในทางการค้า เป็นเครือข่ายที่เกิดจากการร่วมกันดำเนินงานในฐานะความเป็นหุ้นส่วนต่อกัน เช่น การร่วมมือการผลิตสินค้า ระหว่าง ผู้ผลิตรถยนต์ Toyota และ Mazda เพื่อร่วมมือกันเปิดโรงงานผลิตรถยนต์ที่สหรัฐฯและพัฒนาระบบรถยนต์และระบบ Infotainment ในรถยนต์ เป็นต้น การจัดตั้งเครือข่ายของกลุ่ม Star Alliance จากสายการบินห้าแห่งในสามทวีปคือ สายการบินยูไนเต็ด , สแกนดิเนเวียนแอร์ไลน์ , การบินไทย , แอร์แคนาดา และ Lufthans เป็นต้น

                        1.4 เครือข่ายองค์กรพัฒนาเอกชน[5] ในกรณีของประเทศไทยเครือข่ายประเภทนี้มีเป้าหมายเพื่อขับเคลื่อนให้ภาคประชาชนได้เกิดการตื่นตัวและปรับตัวเพื่อการพัฒนาตนเองโดยการสนับสนุนด้านวิชาการของสถาบันการศึกษา องค์กรพัฒนาเอกชนเป็นองค์กรที่มีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินงานพัฒนาสังคมโดยเน้นการพัฒนาคนและการมีส่วนร่วมของประชาชน อีกทั้งยังเป็นองค์กรที่อาจจะจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลหรือไม่ก็ได้ หากไม่จดทะเบียนนิติบุคคลก็จะต้องมีการจัดองค์กรเป็นคณะบุคคลขึ้นมาดูแลรับผิดชอบในการดำเนินกิจการอย่างมีระเบียบแบบแผนตามสมคมควร รวมทั้งเป็นองค์กรที่มีอิสระในการดำเนินงาน มีกิจกรรมต่อเนื่อง และไม่แสวงหาผลประโยชน์หรือค้ากำไร สำหรับองค์กรพัฒนาเอกชนในประเทศไทยในปัจจุบันเช่น มูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก สภาสตรีแห่งชาติในพระบรมราชินูปถัมภ์ มูลนิธิชุมชนท้องถิ่นพัฒนา มูลนิธิสากลเพื่อคนพิการ มูลนิธิเพื่อนพนักงานบริการ เป็นต้น


[1] เฉลิมพงศ์ มีสมนัย . รองศาสตราจารย์ทางรัฐประศาสนศาสตร์,  สาขาวิชาวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช

[2] ดูรายละเอียดในเสรี พงศ์พิศ.(2548).เครือข่าย:ยุทธวิธีเพื่อประชาคมเข้มข้น ชุมชนเข้มแข็ง. กรุงเทพฯ : สถาบันส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน,

[3] ดูรายละเอียดใน พีรธร บุณยรัตพันธุ์ และคณะ.(2555) .รายงานฉบับสมบูรณ์ชุดโครงการวิจัยเรื่องการศึกษาเพื่อพัฒนานโยบายและกลไกการส่งเสริมความเสมอภาคและความเป็นธรรมในสังคม. พีรธร บุณยรัตพันธุ์

พิษณุโลก : สถาบันเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน มหาวิทยาลัยนเรศวร.

[4] ดูรายละเอียดในพระมหาสุทิตย์ อาภากโร(อบอุ่น) (2548) “เครือข่าย:ธรรมชาติ ความรู้ และการจัดการ” ใน   ปาริชาติ วลัยเสถียร.( บรรณาธิการ).เครือข่าย:ธรรมชาติ ความรู้ และการจัดการ.กรุงเทพฯ : โครงการเสริมสร้างการเรียนรู้เพื่อชุมชนเป็นสุข,  หน้า 84

[5] ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน อรอุมา พัชรวรภาส.(2547) “องค์กรพัฒนาเอกชนในประเทศไทย”.วารสารสุทธิปริทัศน์.ปีที่ 8 ฉบับที่ 54 มกราคม-เมษายน 2547 หน้า 73-80 สืบค้นเมื่อวันที่ 28 เมษายา 2565. จากเว็บไซต์ dpujournal,+{$userGroup},+Orn-u-maPat.pdf