2) มาตรา ๑๐๑ งานจ้างก่อสร้างที่มีขั้นตอนการดําเนินการเป็นระยะๆ อันจําเป็นต้องมีการควบคุม งานอย่างใกล้ชิดหรือมีเงื่อนไขการจ่ายเงินเป็นงวดตามความก้าวหน้าของงาน ให้มีผู้ควบคุมงาน ซึ่งแต่งตั้งโดยผู้มีอํานาจเพื่อรับผิดชอบในการควบคุมงานก่อสร้างนั้น
3) มาตรา ๑๐๓ ในกรณีที่มีเหตุบอกเลิกสัญญาหรือข้อตกลงต่อไปนี้ ให้อยู่ในดุลพินิจของผู้มีอํานาจที่ จะบอกเลิกสัญญาหรือข้อตกลงกับคู่สัญญา (๑) เหตุตามที่กฎหมายกําหนด (๒) เหตุอันเชื่อได้ว่าผู้ขายหรือผู้รับจ้างไม่สามารถส่งมอบงานหรือทํางานให้แล้วเสร็จได้ภายในระยะเวลาที่กําหนด (๓) เหตุอื่นตามที่กําหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้หรือในสัญญาหรือข้อตกลง (๔) เหตุอื่นตามระเบียบที่รัฐมนตรีกําหนด
โดยพิจารณาประกอบกับระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐
ข้อ ๑๗๗ ในการจ้างก่อสร้างแต่ละครั้งที่มีขั้นตอนการดําเนินการเป็นระยะ ๆ อัน จําเป็นต้องมีการควบคุมงานอย่างใกล้ชิด หรือมีเงื่อนไขการจ่ายเงินเป็นงวดตามความก้าวหน้าของงาน ให้ หัวหน้า หน่วยงานของรัฐแต่งตั้งผู้ควบคุมงานที่มีความรู้ความชํานาญทางด้านช่างตามลักษณะของงานก่อสร้าง จากข้าราชการ ลูกจ้างประจํา พนักงานราชการ พนักงานมหาวิทยาลัย พนักงานของรัฐ หรือพนักงาน ของ หน่วยงานของรัฐที่เรียกชื่ออย่างอื่นของหน่วยงานของรัฐนั้น โดยพิจารณาร่วมกับ ข้อ ๑๗๘ หน้าที่ผู้ควบคุม งาน และข้อ ๑๘๓ นอกจากการบอกเลิกสัญญาหรือข้อตกลงตามมาตรา ๑๐๓ หากปรากฏว่าคู่สัญญาไม่ สามารถปฏิบัติตามสัญญาหรือข้อตกลงได้ และจะต้องมีการปรับตามสัญญาหรือข้อตกลงนั้น หากจํานวน เงินค่าปรับจะเกินร้อยละสิบของวงเงินค่าพัสดุหรือค่าจ้าง ให้หน่วยงานของรัฐพิจารณา ดําเนินการบอกเลิก สัญญาหรือข้อตกลง เว้นแต่คู่สัญญาจะได้ยินยอมเสียค่าปรับให้แก่หน่วยงานของรัฐ โดยไม่มีเงื่อนไขใด ๆ ทั้งสิ้น ให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐพิจารณาผ่อนปรนการบอกเลิกสัญญาได้เท่าที่จําเป็น รวมทั้ง ข้อ ๑๖๘ หลักประกัน การเสนอราคาและหลักประกันสัญญา
ให้กําหนดมูลค่าเป็นจํานวนเต็มในอัตราร้อยละห้าของวงเงิน งบประมาณหรือราคาพัสดุที่จัดซื้อจัดจ้างครั้งนั้น แล้วแต่กรณี เว้นแต่การจัดซื้อจัดจ้างที่หัวหน้าหน่วยงานของ รัฐเห็นว่ามีความสําคัญเป็นพิเศษ จะกําหนดอัตราสูงกว่าร้อยละห้าแต่ไม่เกินร้อยละสิบก็ได้ และการพิจารณา ในส่วนของสัญญาจ้างก่อสร้างที่เป็นราคาเหมารวม ผู้ว่าจ้างตกลงจ่ายและผู้รับจ้างตกลงรับเงินค่าจ้างจำนวน เงิน………………………..บาท (………………………………..…) ซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม จำนวน…………..…………บาท (………………………………..) ตลอดจนภาษีอากรอื่นๆ และค่าใช้จ่ายทั้งปวงด้วยแล้ว โดยถือราคาเหมารวมเป็น เกณฑ์และกำหนดการจ่ายเงินเป็นงวดๆ ร่วมกับการกำหนดเวลาแล้วเสร็จและสิทธิของผู้ว่าจ้างในการบอก เลิกสัญญา
ดังนั้นการดำเนินการโครงการก่อสร้างจะอยู่ภายใต้งบประมาณ ตามที่กำหนดในสัญญาจ้างก่อสร้าง โดยการดำเนินการโครงการก่อสร้าง จะมีการกำหนดเวลาแล้วเสร็จและสิทธิของผู้ว่าจ้างในการ บอกเลิกสัญญา ภายในกำหนด ระบุเป็นจำนวนวันนับถัดจากวันลงนามในสัญญา โดยผู้รับจ้างจะต้องเสนอ แผนงานให้เป็นที่พอใจแก่ผู้ว่าจ้าง โดยแสดงถึงขั้นตอนของการทำงานและกำหนดเวลา ที่ต้องใช้ในการทำงานหลักต่างๆ ให้แล้วเสร็จ ผู้รับจ้างต้องเริ่มทำงานที่รับจ้างภายในกำหนดตามที่ระบุวันที่ โดยนับถัด จากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งให้เริ่มงาน และจะต้องทำงานให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลา ระบุเป็นจำนวน วัน นับถัดจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งดังกล่าวนั้น “ถ้าผู้รับจ้างมิได้เสนอแผนงาน หรือมิได้ลงมือทำงานภายใน กำหนดเวลาหรือไม่สามารถทำงานให้แล้วเสร็จตามกำหนดเวลา หรือมีเหตุให้เชื่อได้ว่าผู้รับจ้างไม่สามารถ ทำงานให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลา หรือจะแล้วเสร็จล่าช้าเกินกว่ากำหนดเวลา หรือผู้รับจ้างทำผิดสัญญา ข้อใดข้อหนึ่ง หรือตกเป็นผู้ถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด หรือตกเป็นผู้ล้มละลาย” หรือเพิกเฉยไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง ของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ หรือผู้ควบคุมงาน หรือบริษัทที่ปรึกษา ซึ่งได้รับมอบอำนาจจากผู้ว่าจ้าง ผู้ว่าจ้างมีสิทธิที่จะบอกเลิกสัญญานี้ได้ “และมีสิทธิจ้างผู้รับจ้างรายใหม่เข้าทำงานของผู้รับจ้างให้ลุล่วงไปได้ ด้วยการใช้สิทธิบอกเลิกสัญญานั้นไม่กระทบสิทธิของผู้ว่าจ้างที่จะเรียกร้องค่าเสียหายจากผู้รับจ้าง การที่ผู้ว่าจ้างไม่ใช้สิทธิเลิกสัญญาดังกล่าวข้างต้นนั้น ไม่เป็นเหตุให้ผู้รับจ้างพ้นจากความรับผิดตามสัญญา ” ทั้งนี้ตาม สัญญาจ้างก่อสร้างจะมีการกำหนดหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญาของผู้รับจ้างที่มีข้อผูกพันและความรับ ผิดทั้งปวงตามสัญญา
ดังนั้นการปฏิบัติงานก่อสร้างของฝ่ายผู้รับจ้างจะต้องให้ความร่วมมือกับฝ่ายผู้ว่าจ้าง โดยเฉพาะผู้ควบคุมงานหรือบริษัทที่ปรึกษาที่ผู้ว่าจ้างแต่งตั้ง ทั้งนี้การไม่ปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของผู้ว่าจ้าง คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ผู้ควบคุมงานหรือบริษัทที่ปรึกษาที่ผู้ว่าจ้างแต่งตั้ง อาจเป็นสาเหตุประการหนึ่งที่ สำคัญ ทำให้เกิดความล่าช้าต่อการปฏิบัติงานโครงการก่อสร้าง รวมทั้งอาจส่งผลต่อต้นทุนการดำเนินงานของ ฝ่ายผู้รับจ้างเอง ดังนั้นการไม่ดำเนินการตามคำวินิจฉัยอันเป็นไปเพื่อวัตถุประสงค์และประโยชน์สูงสุดแห่ง สัญญาก่อสร้าง อาจก่อให้เกิดค่าเสียหายหรือค่าใช้จ่ายใดๆเพิ่มขึ้น ผู้รับจ้างอาจต้องรับภาระด้านการเงิน เพิ่มเติม โดยที่ไม่สามารถขอขยายอายุสัญญาได้ ทั้งนี้ผู้รับจ้างต้องให้ความร่วมมือ โดยประสานงานกับผู้ควบคุม งานหรือบริษัทที่ปรึกษาที่ผู้ว่าจ้างแต่งตั้ง มีความสำคัญสำหรับการปฏิบัติงานใดๆ จะต้องเป็นไปตามข้อกำหนด ที่ระบุในสัญญาก่อสร้าง
ตามสัญญาโครงการก่อสร้าง “มีการกำหนดระยะเวลาแล้วเสร็จและสิทธิของผู้ว่าจ้างในการบอกเลิก สัญญา (ข้อ ๑๙) ภายในกำหนด ๓๐ วัน หรือกำหนดการนับถัดจากวันลงนามในสัญญา ผู้รับจ้างจะต้อง เสนอแผนงานก่อสร้าง โดยแสดงถึงขั้นตอนของการทำงานและกำหนดเวลาที่ต้องใช้ในการทำงานหลัก ต่างๆ ให้แล้วเสร็จ ผู้รับจ้างมีภาระความรับผิดชอบที่จะต้องเริ่มทำงานที่รับจ้างภายในกำหนดเวลา นับถัด จากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งเตือนให้เริ่มงาน และจะต้องทำงานให้แล้วเสร็จภายในกำหนดที่ระบุตามสัญญา”
ดังนั้นการปฏิบัติงานล่าช้าจากการวางแผนไม่ถูกต้อง การไม่ปฏิบัติงานตามแผนที่ระบุตามสัญญา การ
ปฏิบัติงานที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดตามสัญญา ถือเป็นความบกพร่องโดยตรงของผู้รับจ้างที่จะส่ งผลกระทบ ต่อระยะเวลาการปฏิบัติงานโครงการตามสัญญา ผู้ควบคุมงานมีหน้าที่เร่งรัดและออกบันทึกเตือนในเรื่อง ดังกล่าว และนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ เพื่อพิจารณาผลความคืบหน้าจากเหตุดังกล่าว การดำเนินการที่บกพร่องดังกล่าวของผู้รับจ้าง หากไม่มีการชี้แจ้ง ปรับปรุง หรือตอบสนองต่อคำสั่งของ ผู้ควบคุม อาจส่งผลต่อการบอกเลิกสัญญาได้ (ตามสิทธิของผู้ว่าจ้าง)
ตามทัศนะของผู้ควบคุมงาน เห็นว่าแผนการดำเนินการโครงการมีความสำคัญมาก จะต้องสอดคล้อง
กับแผนการใช้งานทรัพยากรของผู้รับจ้างโดยตรง ตลอดจนงวดงาน (ที่จะต้องมีการจัดทำ S-Curve Monitoring) เพื่อติดตามตรวจสอบผลการดำเนินการจริงของผู้รับจ้าง ร่วมกับการตรวจสอบงวดงาน และการปฏิบัติงานตามสัญญา ทั้งนี้ผู้รับจ้างจะต้องประสานงาน หารือร่วมกับผู้ควบคุมงาน โดยระบุแผนการ ดำเนินการตาม Master Project Planning and Scheduling โดยปรับให้เป็นแผนปฏิบัติงานจริง รายเดือน และรายสัปดาห์ที่จะต้องบรรจุชุดรายการงาน (Work Packages) ตามจริงที่จะปฏิบัติในหน้างาน เพื่อให้เห็น ภาพรวม และรายละเอียดในระดับกิจกรรมที่จะต้องดำเนินการในแต่ละช่วงเวลา ทำให้สามารถคาดการณ์ได้ถึง ความเสี่ยงและสภาวการณ์ใดๆล่วงหน้า เพื่อจะสามารถปรับเปลี่ยนแก้ไขตลอดจนเร่งรัดแผนงานและการ ดำเนินการก่อสร้างได้ถูกต้องก่อนที่จะประสบปัญหาความล่าช้าจากการปฏิบัติงาน ทั้งนี้จะต้องประสานงาน อย่างใกล้ชิดกับผู้ควบคุมงานก่อสร้างโดยตลอด โดยในประการสำคัญส่วนของแผนงานและการดำเนินการที่ เกี่ยวข้องทั้งหมด จะต้องรายงานต่อคณะกรรรมการตรวจรับพัสดุ
