ประเภทของโครงงานด้านการจัดการงานก่อสร้าง

  • Post author:

โครงงานจัดเป็นการเรียนรู้รูปแบบหนึ่งที่ทำให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ด้วยตนเอง โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์อย่างเป็นขั้นตอนและใช้ความรู้ที่ตนเองได้ศึกษามาบูรณาการ โครงงานสามารถจำแนกตามเงื่อนไขต่างๆ ได้หลายลักษณะ สำหรับในที่นี้จะจำแนกตามลักษณะของกิจกรรมได้ 4 ประเภท คือ โครงงานประเภทสำรวจ (survey project) โครงงานประเภททดลอง (experimental project) โครงงานประเภทสิ่งประดิษฐ์ (development project) โครงงานประเภททฤษฎี (theory project) ดังรายละเอียดต่อไปนี้

1.1 โครงงานประเภทสำรวจ เป็นโครงงานที่มีวัตถุประสงค์ในการสำรวจและรวบรวมข้อมูล เกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง แล้วนำข้อมูลที่ได้จากการสำรวจนั้นมาจำแนกเป็นหมวดหมู่ และนำเสนอ ในรูปแบบที่เหมาะสม เพื่อให้เห็นลักษณะหรือความสัมพันธ์ ในเรื่องที่ต้องการศึกษาได้อย่างชัดเจนและมีระบบ หรืออาจเป็นโครงงานประเภทเก็บรวบรวมข้อมูล เพื่อหาสาเหตุของปัญหาหรือสำรวจความคิดเห็น ข้อมูลที่รวบรวมได้บางอย่างอาจเป็นปัญหาที่นำไปสู่การทดลองหรือค้นพบสาเหตุของปัญหาที่ต้องหาวิธีแก้ไขและปรับปรุงร่วมกันต่อไป

ตัวอย่างโครงงานประเภทนี้ ได้แก่

  • การสำรวจประเภทและปริมาณของเศษวัสดุก่อสร้างในโครงการก่อสร้างบ้านจัดสรร
  • การสำรวจพฤติกรรมของคนงานก่อสร้างระหว่างการทำงานก่ออิฐ
  • การสำรวจคุณภาพน้ำทิ้งจากโครงการก่อสร้างอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก
  • การสำรวจบทบาทหน้าที่ของผู้หญิงในธุรกิจก่อสร้าง
  • การสำรวจมลพิษของอากาศบริเวณหน่วยงานก่อสร้างโครงการอาคารพักอาศัยขนาดใหญ่
  • การศึกษาเกี่ยวกับการปฏิบัติตนในการอยู่ร่วมกันของคนงานก่อสร้างในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า (COVID-19)

1.2 โครงงานประเภททดลอง เป็นโครงงานที่มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาเรื่องใดเรื่องหนึ่ง โดยเฉพาะที่ต้องออกแบบทดลองเพื่อศึกษาว่าเป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้หรือไม่ มีการควบคุมตัวแปรอื่นซึ่งอาจมีผลต่อตัวแปรที่ต้องการศึกษา ซึ่งการทดลองในที่นี้ไม่ได้เจาะจงเฉพาะการทดลองให้ห้องทดลองเท่านั้น โครงงานประเภทนี้มีขั้นตอนการดำเนินงาน ประกอบด้วยการกำหนดปัญหา การกำหนดวัตถุประสงค์ การตั้งสมมติฐาน การออกแบบการทดลอง การรวบรวมข้อมูล การดำเนินการทดลอง การแปลผลข้อมูล และการสรุปผลการทดลองตามสมมติฐานที่ตั้งไว้

ตัวอย่างโครงงานประเภทนี้ ได้แก่

  • การศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อผลิตภาพของแรงงานก่อสร้าง
  • การนำเศษวัสดุเหลือใช้มาแทนวัสดุมวลรวมหยาบในงานคอนกรีต
  •  การศึกษาปัจจัยที่ส่งผลกระทบให้ระบบการจัดซื้อจัดจ้างล่าช้าในงานก่อสร้างส่วนราชการ
  • การเปรียบเทียบสถิติการเกิดอุบัติเหตุในโครงการก่อสร้างอาคารระบบสำเร็จรูปกับระบบหล่อในที่
  • การศึกษาเปรียบเทียบประสิทธิภาพของวัสดุประเภทไม้ เหล็ก และพลาสติก เพื่อใช้ในงานแบบหล่อก่อสร้าง
  • การเปรียบเทียบค่าประสิทธิภาพการฉาบปูนโดยใช้แรงงานคนและการใช้เครื่องพ่นปูน
  • การประยุกต์ใช้อากาศยานไร้คนขับประมาณการความก้าวหน้าในการทำงานก่อสร้างอาคารคอนโดมิเนียม

1.3 โครงงานประเภทสิ่งประดิษฐ์ เป็นโครงงานที่มีวัตถุประสงค์ในการนำเอาความรู้ ทฤษฎี หลักการ หรือแนวคิดมาประยุกต์ใช้ โดยการประดิษฐ์เป็นเครื่องมือ เครื่องใช้ โปรแกรมหรือซอฟต์แวร์ หรืออุปกรณ์ต่างๆ เพื่อประโยชน์ในการเรียน การทำงาน หรือการใช้สอยอื่นๆ การประดิษฐ์คิดค้นตามโครงงานนี้อาจเป็น การประดิษฐ์ขึ้นมาใหม่โดยที่ยังไม่มีใครทำ หรือเป็นการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงหรือดัดแปลงของเดิมที่มีอยู่แล้วให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ อาจจะเป็นได้ทั้งประเด็นทางด้านสังคมหรือด้านวิทยาศาสตร์ รวมทั้งการสร้างแบบจำลองที่ใช้ประกอบการอธิบายแนวคิดในเรื่องต่างๆ ทั้งนี้สิ่งต่างๆเหล่านั้นจะต้องผ่านการพิสูจน์อย่างมีหลักการก่อน

ตัวอย่างโครงงานประเภทนี้ ได้แก่

  • การพัฒนา Microsoft Excel worksheet เพื่อการวิเคราะห์เสถียรภาพของลาดดิน
  • การสร้างต้นแบบโปรแกรมสำเร็จรูปเพื่อการตรวจรับวัสดุเข้าหน่วยงานก่อสร้าง
  • โครงงานประดิษฐ์สื่อสังคมออนไลน์เพื่อสร้างภาพลักษณ์ขององค์กรก่อสร้าง
  • การออกแบบระบบควบคุมต้นทุนสำหรับผู้ประกอบการรับเหมาก่อสร้างขนาดเล็ก

1.4 โครงงานประเภททฤษฎี เป็นโครงงานที่มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอทฤษฎี หลักการ หรือแนวคิดใหม่ๆ เกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ทั้งทางวิทยาศาสตร์และประวัติศาสตร์ ที่ยังไม่มีใครคิดมาก่อน หรือศึกษาขยายจากเดิมที่มีอยู่ ซึ่งความรู้ ทฤษฎี หลักการ หรือแนวคิดที่เสนอ ต้องผ่านการพิสูจน์อย่างมีหลักการหรือใช้วิธีการที่น่าเชื่อถือ โดยอาจจะอยู่ในรูปของสูตรสมการ หรือคำอธิบายก็ได้ โดยผู้เสนอได้ตั้งกติกาหรือข้อตกลงขึ้นมาเอง แล้วนำเสนอทฤษฎี หลักการหรือแนวคิด หรือจินตนาการของตนเองตามกติกาหรือข้อตกลงนั้น หรืออาจจะใช้กติกาหรือข้อตกลงเดิมมาอธิบายก็ได้ ผลการอธิบายอาจจะใหม่ยังไม่มีใครคิดมาก่อน หรืออาจจะขัดแย้งกับทฤษฎีเดิม หรืออาจจะเป็นการขยายทฤษฎีหรือแนวคิดเดิมก็ได้ ซึ่งผู้ที่ทำโครงงานประเภทนี้ต้องมีพื้นฐานความรู้ในเรื่องนั้นๆ เป็นอย่างดี หรือต้องมีการศึกษาค้นคว้าข้อมูลมาประกอบอย่างลึกซึ้ง จึงจะทำให้สามารถกำหนดความรู้ ทฤษฎีหลักการหรือแนวคิดใหม่ๆ ขึ้นได้

ตัวอย่างโครงงานประเภทนี้ ได้แก่

  • การประยุกต์ใช้ทฤษฎีเสถียรภาพเชิงลาดดินในงานก่อสร้างคลองชลประทานในพื้นที่ ตำบลบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี
  • การเปรียบเทียบการวิเคราะห์เสถียรภาพของคันดินด้วยวิธีสมดุลขีดจำกัดและวิธีไฟไนต์เอลิเมนต์
  • การประเมินวัฏจักรชีวิตของอาคารผ่านแบบจำลองสารสนเทศอาคารสำหรับอาคารอยู่อาศัยรวม