ดัชนีนวัตกรรมโลก สามารถนำมาใช้ในการพัฒนาเมืองมรดกโลกภายใต้แนวทางของ UNESCO ได้อย่างเป็นระบบ โดยอาศัยการเชื่อมโยงระหว่างมิติของ GII กับหลักเกณฑ์ของ UNESCO ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาที่ยั่งยืนในพื้นที่มรดกโลก
🔹 แนวทางการประยุกต์ใช้ GII เพื่อพัฒนาเมืองมรดกโลก ตามเกณฑ์ UNESCO โดย อพท.
| องค์ประกอบของ Global Innovation Index (GII) | การประยุกต์ใช้ในพื้นที่เมืองมรดกโลก | เชื่อมโยงกับเกณฑ์ของ UNESCO |
| 1. Institutions (โครงสร้างและคุณภาพของสถาบัน) | พัฒนาและส่งเสริมกลไกการบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วม เช่น คณะกรรมการจัดการพื้นที่มรดกโลก ที่มีภาคประชาชน ชุมชน และหน่วยงานท้องถิ่นร่วมตัดสินใจ | เน้น การมีส่วนร่วมของชุมชน และการบริหารจัดการแบบมีธรรมาภิบาล |
| 2. Human Capital & Research | ส่งเสริมองค์ความรู้เรื่องคุณค่าและการจัดการพื้นที่มรดกในชุมชน เช่น การอบรมผู้นำชุมชน วิจัยเชิงปฏิบัติการร่วม (PAR) เพื่อจัดทำแผนพัฒนา | สนับสนุน Capacity Building และการศึกษาเกี่ยวกับมรดกท้องถิ่น |
| 3. Infrastructure | ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับมรดก เช่น การออกแบบพื้นที่สาธารณะที่ไม่กระทบคุณค่าของพื้นที่ และใช้พลังงานสะอาด | ตรงกับ การพัฒนาอย่างยั่งยืน และไม่ทำลายคุณค่าทางวัฒนธรรม |
| 4. Market Sophistication | พัฒนาระบบตลาดท้องถิ่น โดยใช้กลไกตลาดเชิงวัฒนธรรม เช่น ตลาดผลิตภัณฑ์พื้นถิ่น GI (Geographical Indication), การท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ | เชื่อมโยงกับ เศรษฐกิจวัฒนธรรม และการสร้างรายได้ในท้องถิ่นอย่างยั่งยืน |
| 5. Business Sophistication | ส่งเสริมนวัตกรรมท้องถิ่นผ่าน Creative Economy เช่น การออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ใช้เรื่องราวมรดกวัฒนธรรมเป็นฐาน | สอดคล้องกับแนวคิด Heritage-based Innovation |
| 6. Knowledge & Technology Outputs | สนับสนุนการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการอนุรักษ์ เช่น การใช้ AR/VR ในพิพิธภัณฑ์, Digital Twin เมืองเก่า, e-Tourism | ตรงกับเกณฑ์ UNESCO ด้าน นวัตกรรมเพื่อการเรียนรู้และการอนุรักษ์ |
| 7. Creative Outputs | ส่งเสริมกิจกรรมสร้างสรรค์ เช่น เทศกาลวัฒนธรรม, การแสดงพื้นบ้าน, งานศิลปะร่วมสมัยที่ใช้พื้นที่มรดกเป็นเวที | สนับสนุนแนวคิด Living Heritage และการใช้มรดกในการสร้างอัตลักษณ์เมือง |
แนวทางการใช้พัฒนา “เครือข่ายเมืองสร้างสรรค์” โดยเชื่อมโยงกับเกณฑ์ของ UNESCO (Creative Cities / Sustainable Heritage)
| มิติของ GII (7 เสาหลัก) | แนวทางการใช้พัฒนา “เครือข่ายเมืองสร้างสรรค์” | เชื่อมโยงกับเกณฑ์ของ UNESCO (Creative Cities / Sustainable Heritage) |
| 1. Institutions | เสริมสร้างกลไกการบริหารแบบมีส่วนร่วม เช่น คณะกรรมการพัฒนาเมืองสร้างสรรค์จากหลายภาคส่วน | Good Governance, การมีส่วนร่วมของท้องถิ่น, การบริหารพื้นที่มรดกอย่างโปร่งใส |
| 2. Human Capital and Research | สร้างศูนย์นวัตกรรมท้องถิ่น, สนับสนุนการวิจัยภูมิปัญญาและทุนวัฒนธรรม | Capacity Building, การสืบทอดองค์ความรู้วัฒนธรรม |
| 3. Infrastructure | พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลเพื่อการท่องเที่ยวสร้างสรรค์ เช่น Wi-Fi เมืองเก่า, Smart Signage | Access to Culture and ICT, การใช้เทคโนโลยีเพื่อส่งเสริมวัฒนธรรม |
| 4. Market Sophistication | ส่งเสริมกลไกตลาดสร้างสรรค์ เช่น งานฝีมือ GI, การจัดงานเทศกาลอาหาร/ดนตรี/ศิลปะ | Creative Economy, ส่งเสริมผู้ประกอบการสร้างสรรค์ในพื้นที่มรดก |
| 5. Business Sophistication | สนับสนุนเครือข่าย SME สร้างสรรค์, การทำ Co-Creation ระหว่างชุมชนกับนักออกแบบ | Public-private-community Partnership, แพลตฟอร์มความร่วมมือด้านนวัตกรรมวัฒนธรรม |
| 6. Knowledge and Technology Outputs | จัดทำฐานข้อมูลเมืองสร้างสรรค์, สื่อดิจิทัล (VR, AR) นำชมชุมชนวัฒนธรรม, บูรณาการ AI เพื่อการวางแผนพื้นที่ | Innovation in Heritage Promotion, การใช้เทคโนโลยีเพื่อการอนุรักษ์ |
| 7. Creative Outputs | การจัดงานอีเวนต์, เทศกาลวัฒนธรรม, การผลิต Content สื่อสร้างสรรค์ที่มีอัตลักษณ์ท้องถิ่น | Fostering Cultural Expressions, การเผยแพร่มรดกทางวัฒนธรรมสู่เวทีโลก |
