เทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทในทุกๆ ด้านของมนุษย์ แม้แต่การดำเนินธุรกิจที่เทคโนโลยีเหล่านี้จะเป็นทั้งอาวุธและแต้มต่อให้กับธุรกิจ จึงขอยกตัวอย่างเทคโนโลยียุคใหม่ ดังนี้ SME Startup (2020)
- AI (Artificial Intelligence) หรือ ปัญญาประดิษฐ์
โปรแกรมที่เขียนขึ้นเพื่อให้คอมพิวเตอร์สามารถทำความเข้าใจ เรียนรู้ วิเคราะห์ และประมวลผลต่างๆ อย่างอัตโนมัติ ซึ่ง AI แบ่งออกเป็นหลายระดับตามความสามารถหรือความฉลาดเมื่อเปรียบเทียบกับมนุษย์ โดยผู้เชี่ยวชาญ ได้อธิบายว่า AI มีรูปแบบการทำงาน 5 ลักษณะ ได้แก่ 1) การวิเคราะห์และอธิบายเบื้องต้น (Describe) 2) การพยากรณ์ (Predict) 3) การทำงานอัตโนมัติ (Automate) 4) การจัดประเภท (Classify) และ 5) การให้คำแนะนำ (Prescribe) ตัวอย่างการใช้งานในภาคธุรกิจ ในปัจจุบันมีการนำ AI มาใช้เพื่อลดการทำงานบางส่วน อาทิ Chatbot ในการตอบคำถามลูกค้า การบริหารความสัมพันธ์ระหว่างบริษัทกับลูกค้า โดย AI จะมาช่วยเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลพฤติกรรมลูกค้าให้รวดเร็วและแม่นยำขึ้น - Blockchain ช่วยป้องกันการปลอมข้อมูล คือ ระบบการกระจายฐานข้อมูล (Distributed Ledgers) ที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นและป้องกันการปลอมแปลงข้อมูล รวมทั้งการมีสัญญาอัจฉริยะ (Smart Contracts) โดยข้อมูลที่จัดเก็บแบบกระจายทำให้ยากต่อการเปลี่ยนแปลงหรือบิดเบือนข้อมูล สามารถตรวจสอบที่มาหรือติดตามข้อมูลการทำธุรกรรมตลอดห่วงโซ่คุณค่า
- Cloud ตัวช่วยเก็บข้อมูล คือ การให้รบริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยผู้ใช้งานสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้งานได้อย่างอิสระ สามารถใช้งาน Cloud ผ่านอินเตอร์เน็ต สามารถใช้งานได้โดยไม่จำกัดสถานที่ เวลา มีความยืดหยุ่น สามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานตามความเหมาะสมได้อย่างรวดเร็ว และประหยัดค่าใช้จ่าย ตัวอย่างการใช้งานในภาคธุรกิจ หลายองค์กรใช้ Cloud ในการเก็บรักษา Backup Media ซึ่งสามารถกำหนดการเก็บข้อมูลแบบ Long-term Retention Period ได้สะดวกและมีค่าใช้จ่ายต่ำกว่าการใช้งานแบบดั้งเดิมบน Server ของหน่วยงาน นอกจากนี้การพัฒนา Application ในปัจจุบันมักใช้ Cloud เนื่องจากมีเครื่องมือในการพัฒนาครบถ้วน
- Data การต่อยอดข้อมูลใช้ประโยชน์ คือ ข้อมูลทุกอย่างที่สามารถแปลงเป็นดิจิทัลได้ ซึ่งอาจอยู่ในรูปของตัวเลข ตัวหนังสือ รูปภาพ เสียง ภาพเคลื่อนไหว โดยใช้เทคโนโลยี AI ช่วยวิเคราะห์และประมวลผล ตัวอย่างการใช้งานในภาคธุรกิจ บริษัทชั้นนำของโลก ทั้ง Facebook, YouTube, Google, Netflix รวมไปถึง Starbucks ในประโยชน์การการวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานได้มากที่สุด ยกตัวอย่างเช่น Netflix ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วจากการเก็บข้อมูลผู้ชมทั้งในด้านประวัติการเข้าชม การกดหยุดเล่น อุปกรณ์ที่ใช้ การค้นหา การให้คะแนน ฯลฯ นำมาทำเป็น Big Data ที่วิเคราะห์จากการเลือกดูหนังที่ผ่านมาว่า ผู้ชมน่าจะอยากดูเรื่องใดเป็นเรื่องต่อไป ทำให้มีผู้สมัครสมาชิกมากกว่า 137 ล้านราย (ข้อมูล ณ สิ้นปี 2018)
- E-Business ธุรกิจต้องมีออนไลน์ คือ การดำเนินธุรกิจด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและอินเตอร์เน็ต อาทิ การค้าออนไลน์ (E-Commerce) ธุรกิจบริการออนไลน์ (E-Service) ธุรกิจดิจิทัลคอนเทนต์ (Digital Content) ตัวอย่างธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ ธุรกิจเหล่านี้มีทั้งการเริ่มต้นจากการเป็นธุรกิจที่ดำเนินโดยใช้เทคโนโลยีเป็นหลัก และธุรกิจพัฒนาจากธุรกิจดั้งเดิมเป็นธุรกิจดิจิทัล เช่น Central.com, DHL ไทยรัฐออนไลน์ รวมไปถึงการโอนเงินผ่านระบบ Prompt Pay ของกลุ่มธนาคาร เป็นต้น
- platForm คือ รูปแบบธุรกิจที่ใช้ Digital Platform ในการดำเนินธุรกิจ รองรับ E-Business แบ่งออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่
1. Innovation Platform ที่เปิดโอกาสให้บริษัทหรือบุคคลอื่นได้พัฒนาสินค้าหรือบริการใหม่ๆ แล้วนำมาวางไว้ใน Platform ของตนเอง ทำให้เกิดเป็นนวัตกรรมใหม่ๆ ที่ต่อยอดกันไปเรื่อยๆ เช่น Apple iOS หรือ Google Android
2. Transaction Platform เป็นลักษณะคล้ายๆ ตลาด ที่เปิดโอกาสให้ผู้ซื้อและผู้ขายมาเจอกันและเกิดการซื้อขายสินค้าหรือบริการขึ้น Platform ในลักษณะนี้เป็นตัวกระตุ้นที่นำไปสู่ Sharing Economy ในหลายๆ อุตสาหกรรม เช่น Uber, Grab, Airbnb เป็นเสมือนตลาดกลางที่ช่วยให้ผู้ซื้อหรือผู้ขายได้มีโอกาสเจอและจับคู่กันมากขึ้น
3. Integration Platform เป็นบริษัทใหญ่ๆ ที่มีทั้งแบบ Innovation และ Transaction platform รวมกัน เช่น Apple กับ Google เน้นนวัตกรรม แต่ขณะเดียวกันก็เป็นตลาดกลางให้ผู้ซื้อผู้ขายมาเจอกัน
4. Investment platform เป็นพวกบริษัทหรือนักลงทุนที่เน้นการเข้าไปลงทุนในบริษัทที่ใช้ Platform หลายๆ บริษัท เช่น Priceline Group ที่เน้นเรื่องการท่องเที่ยวและเดินทางก็เข้าไปลงทุนทั้งใน Priceline, Kayak, Open Table เป็นต้น
