ความสำคัญของนโยบายการบริหารราชการไทย

ความสำคัญของนโยบายการบริหารราชการไทย

นโยบายการบริหารราชการไทยมีความสำคัญในด้านต่างๆ สามารถอธิบายได้ 8 ประการดังนี้

          ประการแรก  เป็นแนวทางให้รัฐดำเนินการตรากฎหมายและกำหนดนโยบายในการบริหารราชการแผ่นดินที่สำคัญและเกี่ยวข้องกับการปฏิรูปประเทศในแต่ละช่วงและแต่ยุคสมัยภายใต้สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจ สังคม การเมืองและภาวะการณ์ต่างๆที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งนี้เพื่อให้การดำเนินงานของรัฐมีหลักค้ำประกัน มีความชอบธรรมเนื่องจากได้มีการกำหนดไว้ในกฎหมาย โดยเฉพาะรัฐธรรมนูญในหมวด แนวนโยบายแห่งรัฐ การตรากฎหมายจะนำไปสู่การบังคับใช้กฎหมายเพื่อให้การบริหารราชการไทยได้รับการยอมรับและสามารถดำเนินการได้เป็นไปตามกรอบที่รัฐธรรมนูญได้วางแนวทางไว้

ประการที่สอง  นโยบายการบริหารราชการไทยมีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ  ชีวิตความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิตของประชาชน  ซึ่งหากคำแถลงนโยบายต่อรัฐสภาของรัฐบาลมีสาระสำคัญที่ตรงต่อความต้องการของประชาชน มีการนำไปปฏิบัติโดยระบบราชการไทยโดยไม่บิดเบือดและประชาชนได้รับผลจากนโยบายอย่างเต็มที่แล้ว จึงนับได้ว่าส่งผลดีต่อการพัฒนาประเทศอย่างรอบด้าน ทั้งทาง เศรษฐกิจ สังคม การเมือง การปกครอง การต่างประเทศ และรวมถึงการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างรอบด้าน

         ประการที่สาม   นโยบายการบริหารราชการไทยเป็นเครื่องช่วยกำหนดทิศทางและแนวทางในการบริหารให้กับระบบราชการไทยว่ามีวิสัยทัศน์และเป้าหมายสูงสุดในการพัฒนาไปในทิศทางใด การบริหารราชการทั้งราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาคและราชการส่วนท้องถิ่น สามารถดำเนินการและนำนโยบายไปปฏิบัติไปในทิศทางที่สอดคล้องกับ นโยบายของรัฐบาล แนวนโยบายแห่งรัฐ และยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งนโยบายของรัฐบาลได้กำหนดสาระสำคัญไว้ในคำแถลงนโยบาย และแนวนโยบายแห่งรัฐได้กำหนดสาระสำคัญไว้ในรัฐธรรมนูญ   สำหรับยุทธศาสตร์ชาติ ได้กำหนดสาระสำคัญไว้ในพระราชบัญญัติการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ.2560 (ซึ่งทำให้การบริหารราชการไทยทราบแนวทาง นอกเหนือจากแนวปฏิบัติที่ระบุสาระสำคัญไว้ใน พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 รวมถึงฉบับปรับปรุง พ.ศ.2545 และ พ.ศ.2546)

          ประการที่สี่   นโยบายการบริหารราชการไทยในฐานะที่เป็นยุทธศาสตร์ชาติเป็นเป้าหมายการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนตามหลักธรรมาภิบาลเพื่อใช้เป็นกรอบในการจัดทำแผนต่าง ๆ ให้สอดคล้องและบูรณาการกันเพื่อให้เกิดเป็นพลังผลักดันร่วมกันของทุกฝ่ายการมีแนวนโยบายจึงเป็นกรอบและแนวทางในระยะยาวในฐานะที่เป็นเป้าหมายหลักของการพัฒนาประเทศ ซึ่งมีเป้าหมายใน 6 ด้านได้แก่ 1)  ยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคง 2)  ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน3) ยุทธศาสตร์การพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ 4) ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างโอกาสความเสมอภาคและเท่าเทียมกันทางสังคม 5) ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างการเติบโตบน คุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และ6) ยุทธศาสตร์ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ

          ประการที่ห้า  นโยบายการบริหารราชการไทยแสดงถึงขอบข่าย และภารกิจต่างๆของรัฐบาลและระบบราชการไทย อาทิ ภารกิจด้านการสาธารณสุข ภารกิจด้านการศึกษา  ภารกิจด้านพัฒนาสังคม ภารกิจด้านการป้องกันประเทศ ภารกิจด้านสิ่งแวดล้อม และภารกิจด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นต้นซึ่งภารกิจในแต่ละด้านที่เป็นขอบข่ายของนโยบาย เหล่านี้จะมีเจ้าภาพหลักหรือส่วนราชการที่จะต้องนำนโยบายไปปฏิบัติ มีการบังคับใช้ให้เป็นไปตามกฎหมายที่กำหนด ระบบราชการจะต้องมีการดำเนินการให้บรรลุ ผลผลิต ผลลัพธ์และผลสัมฤทธิ์ต่อไป อาทิ กระทรวงสาธารณะสุข จะต้องดำเนินการในส่วนของภารกิจด้านสุขภาพหรือการสาธารณสุข การป้องกัน รักษาและดูแลประชาชนจากสถานการณ์โรคโควิด-19 ให้เป็นไปตามนโยบาย   และ กระทรวงศึกษาธิการจะต้องดูแลภารกิจด้านการศึกษา อาทิ การจัดการศึกษาภายใต้สถานการณ์ใหม่ และภารกิจด้านการดูแลระบบการศึกษาออนไลน์ จากนโยบายการศึกษาที่ผู้เรียนและสถานศึกษาจะต้องทำการปรับตัวจากสถานการณ์โรคโควิด-19  เป็นต้น

          ประการที่หก นโยบายการบริหารราชการไทยมีความสำคัญต่อการตอบสนองความต้องการและช่วยแก้ไขปัญหาของประชาชน นโยบายที่จะตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อาจจะต้องมีการสำรวจความคิดเห็นและความต้องการ ซึ่งโดยปกติพรรคการเมืองจะรวบรวมความต้องการของประชาชนและเมื่อชนะการเลือกตั้งก็จะนำมาแถลงนโยบาย นำมากำหนดนโยบายเพื่อนำมาปฏิบัติและส่งมอบผลประโยชน์จากนโยบาเพื่อตอบสนองประชาชน ตัวอย่าง นโยบายที่ตอบสนองความต้องการ เช่น นโยบายประกันรายได้เกษตรกร นโยบายพักชำระหนี้ นโยบายรถคันแรกและนโยบายปรับลดภาษีเงินได้นิติบุคคล สำหรับนโยบายที่ช่วยแก้ไขปัญหาประชาชนอาจมีมุมมองในวงกว้างและเป็นการแก้ไขปัญหาสาธารณะและปัญหาวิกฤต เช่นนโยบายแก้ไขปัญหาจราจร นโยบายป้องกันและปราบปรามยาเสพติด นโยบายช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย   นโยบายและมาตรการเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 ที่ช่วยเหลือประชาชนเป็นวงกว้างและครอบคลุม เป็นต้น

          ประการที่เจ็ด  นโยบายการบริหารราชการไทยเป็นเครื่องมือทำให้ทราบกรอบการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี  งบประมาณรายจ่ายของประเทศย่อมมีความสัมพันธ์กับทิศทางและแนวทางการพัฒนาประเทศ ดังนั้นหากนโยบายของรัฐบาลให้ความสำคัญกับยุทธศาสตร์หรือภารกิจใด กรอบการจัดสรรงบประมาณในยุทธศาสตร์นั้นย่อมมีวงเงินงบประมาณรายจ่ายที่สูง  ตัวอย่าง การจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2564 สำนักงบประมาณ. (2563).  มีการจัดสรรดังนี้ ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างโอกาสความเสมอภาคและเท่าเทียมกันทางสังคมได้รับการจัดสรรมากที่สุดจำนวน 795,806.0941 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 24.12 ของงบประมาณรายจ่ายรองลงมายุทธศาสตร์การพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์จำนวน 577,755.1688 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 17.51 ของงบประมาณรายจ่าย และยุทธศาสตร์ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ 556,528.7598 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 16.86 ของงบประมาณรายจ่าย ประจำปี พ.ศ.2564

ประการที่แปด  นโยบายการบริหารราชการไทยเป็นเครื่องมือสำคัญในการตรวจสอบและประเมินผลการทำงานของรัฐบาล   นโยบายของรัฐบาลที่แถลงต่อรัฐสภามีความสำคัญทั้งในแง่กระบวนการนโยบายและการดำเนินงานในการบริหารแผ่นดิน กล่าวคือ ผลจากที่คณะรัฐมนตรีได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาจะนำไปสู่การกำหนดนโยบาย และการนำไปปฎิบัติโดยระบบราชการ โดยการใช้อำนาจบริหารราชการแผ่นดิน ผ่านกฎหมายที่ได้ให้อำนาจไว้ และนำไปสู่ขั้นตอนสุดท้ายคือการประเมินผลนโยบายและการประเมินผลการทำงานของรัฐบาลว่าได้ตรงตามที่ได้แถลงไว้ต่อรัฐสภาหรือไม่ สำหรับในการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลจะมีองค์กรและตัวแสดงต่างๆในระบบนโยบายสามารถตรวจสอบการทำงานและการบริหารของรัฐบาลได้ ตัวแสดงเหล่านี้ได้แก่ ฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายตุลากร พรรคการเมือง องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ สื่อมวลชน องค์กรวิชาชีพต่างๆ ประชาชน สถาบันการศึกษา มหาวิทยาลัย และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในนโยบาย  เป็นต้น

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560. (2560, 6 เมษายน). ราชกิจจานุเบกษา. เล่มที่ 134 ตอนที่ 40 ก, หน้า 1-90.

เลือกตั้งสหรัฐฯ 2020: โจ ไบเดน กับคำมั่นและแนวนโยบาย (2563) สืบค้นจาก https://www.bbc.com/thai/international-54151862, เข้าถึงเมื่อ 26 สิงหาคม 2564

วิษณุ เครืองาม (2553) วารสารสถาบันพระปกเกล้า ปีที่ 8, ฉบับที่ 2 (พฤษภาคม-สิงหาคม 2553) หน้า 5-17

สรรเสริญ วงศ์ชะอุ่ม. (2554). การวางแผนพัฒนาประเทศ. กรุงเทพฯ : ศูนย์การพิมพ์เพชรรุ่ง

สำนักงบประมาณ. (2563). เอกสารงบประมาณ ฉบับที่ 4 งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.

2564. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์อักษรไทย.

สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2560). แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม

แห่งชาติ ฉบับที่ 12, สืบค้นจาก http://plan.bru.ac.th/, เข้าถึงเมื่อ 20 สิงหาคม 2564 สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2561). ยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2561 – 2580