หลักเกณฑ์สำคัญในการคัดเลือกผู้รับเหมาสำหรับโครงการก่อสร้างสีเขียวในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE)  Key contractor selection criteria for green construction projects in the UAE

  • Post author:

El-Sayegh, S. M., Basamji, M., Haj Ahmad, A., & Zarif, N. (2021). Key contractor selection criteria for green construction projects in the UAE. International Journal of Construction Management, 21(12), 1240-1250.

ABSTRACT

Selecting the appropriate contractor is of paramount importance to the success of any construction project. This is even more important to green construction projects. There is a noticeable surge in the number of green construction projects. Green construction projects require contractors that have certain capabilities in addition to the traditional capabilities. This article highlights the key criteria for selecting contractors for green construction projects. Twenty criteria were identified based on literature review. These criteria were categorized into five groups: firm characteristics, firm record, commercial and technical bid, environmental and socio-economic. A survey was then developed and sent to professionals from the United Arab Emirates (UAE). The respondents evaluated the selection criteria using pair-wise comparison using the Analytic Hierarchy Process. Forty-eight responses were collected. The results show that the top five criteria are the bid price, energy management, technical bid, proposed time and water management. The results show that sustainability-related criteria (environmental and socio-economic groups) are important with a combined weight of 0.386.

ได้มีโอกาสได้อ่านหลักเกณฑ์สำคัญในการคัดเลือกผู้รับเหมาสำหรับโครงการก่อสร้างสีเขียวในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) เห็นว่ามีเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ขอนำมาบอกกล่าวและสรุปประเด็นสำคัญ เพื่อการนำมาปรับใช้ในบริบทของการก่อสร้างในแนวทางที่ยั่งยืนในประเทศไทย ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าความสำเร็จของโครงการก่อสร้าง โดยเฉพาะโครงการก่อสร้างอาคารเขียว ขึ้นกับสมรรถนะของผู้รับเหมาในฐานะผู้ดำเนินการก่อสร้างของโครงการ

ในการเลือกผู้รับเหมาสำหรับโครงการก่อสร้างสีเขียว มีเกณฑ์สำคัญ 20 ข้อที่ถูกระบุและจัดหมวดหมู่เป็น 5 กลุ่มหลัก แต่ละกลุ่มมีเกณฑ์ย่อย 4 ข้อ เกณฑ์เหล่านี้ครอบคลุมทั้งความสามารถแบบดั้งเดิม traditional capabilities และความสามารถเพิ่มเติมที่จำเป็นสำหรับโครงการก่อสร้างสีเขียว รายละเอียดของแต่ละกลุ่มเกณฑ์ประกอบด้วย

1. ลักษณะของบริษัท (Firm Characteristics)

กลุ่มนี้เกี่ยวกับคุณสมบัติทั่วไปของบริษัทผู้รับเหมาโดยไม่คำนึงถึงโครงการเฉพาะที่กำลังพิจารณา

  • สถานะทางการเงิน (Financial standing) หมายถึง การที่ผู้รับเหมามีทรัพยากรทางการเงินที่จำเป็นในการดำเนินโครงการและปฏิบัติตามภาระผูกพันทางการเงิน ลูกค้าบางรายอาจต้องการงบการเงินล่าสุดเพื่อการประเมิน ซึ่งสถานะทางการเงินจะให้ข้อมูลเกี่ยวกับกำไร ยอดขาย หนี้สิน และเงินทุนของบริษัท
  • โครงสร้างองค์กร (Firm organization) กล่าวคือ โครงสร้างองค์กรของบริษัทและหน้าที่พื้นฐาน รวมถึงฝ่ายทรัพยากรบุคคล, จัดซื้อ, โครงการ, วิศวกรรม และการเงิน
  • ขนาดและทรัพยากร (Size and resources) อ้างถึงจำนวนพนักงานและจำนวนทรัพยากรที่บริษัทควบคุม เช่น เครื่องจักรและอุปกรณ์, บุคลากร, ระดับการใช้เทคโนโลยี, ความเชี่ยวชาญ และปริมาณงาน เกณฑ์นี้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับความสามารถของผู้รับเหมาในการจัดการขนาดโครงการและจัดหาทรัพยากรที่เพียงพอ
  • ความมุ่งมั่นต่อความยั่งยืน (Commitment to sustainability) กล่าวคือ ความตระหนักของบริษัทเกี่ยวกับแนวปฏิบัติด้านความยั่งยืน และการรวมแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้องเข้ากับกระบวนการทำงานในโครงการได้อย่างเหมาะสมต่อบริบทการก่อสร้างของอาคารโครงการ ประเภทที่เน้นด้านความยั่งยืนดังกล่าว ตลอดจนความตระหนักรู้ต่อการนำแนวปฏิบัติด้านความยั่งยืนมาใช้ในองค์กรร่วมด้วย เช่น การประหยัดพลังงานและน้ำ รวมถึงการใช้ผลิตภัณฑ์รีไซเคิล ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จะช่วยเพิ่มระดับความตระหนักด้านความยั่งยืนของบริษัท

2. ประวัติบริษัท (Firm Record)

กลุ่ม “ประวัติบริษัท” อธิบายประวัติของบริษัทที่เป็นองค์กรหลักของผู้รับเหมา โดยเฉพาะต่อด้านการดำเนินโครงการให้สำเร็จตามกำหนดเวลา และความสัมพันธ์กับคู่สัญญาที่เกี่ยวข้องในโครงการ

  • ประสบการณ์ในโครงการที่คล้ายกัน (Experience in similar projects) เป็นปัจจัยที่อธิบายถึงประวัติความเชี่ยวชาญของผู้รับเหมาในโครงการก่อสร้างที่เคยทำมาแล้ว ซึ่งช่วยให้ลูกค้า (ว่าที่เจ้าของโครงการหรือผูู้ว่าจ้าง) สามารถตัดสินใจเลือกผู้รับเหมาที่มีประสบการณ์ที่เพียงพอและเหมาะสมกับโครงการที่เสนอ ผู้รับเหมาบางรายอาจมีประสบการณ์สูงในประเภทโครงสร้างก่อสร้างบางประเภทมากกว่างานก่อสร้างประเภทอื่น
  • ผลการดำเนินงานในโครงการที่ผ่านมา (Performance in past projects) ชี้วัดถึงความสำเร็จของโครงการก่อสร้างที่ผ่านมา และการควบคุมค่าใช้จ่ายและระยะเวลาดำเนินโครงการที่ไม่เกินกำหนด ความสำเร็จของโครงการสามารถวัดจากผลการดำเนินงานตามกำหนดเวลา, งบประมาณ, คุณภาพ และการไม่มีข้อพิพาทระหว่างกลุ่มบุคลากรผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในโครงการ ลูกค้าหรือเจ้าของโครงการ บางรายชอบทำงานซ้ำหรือคุ้นเคยกับผู้รับเหมาที่สามารถส่งมอบโครงการก่อสร้างในราคาที่เหมาะสม ตรงเวลา และไม่มีอุบัติเหตุ เคลมใดๆที่สร้างปัญหาต่อผู้ว่าจ้างที่เป็นเจ้าของโครงการ
  • ความสัมพันธ์กับลูกค้า (Relation with the client) ซึ่งจากแหล่งข้อมูลไม่ได้กล่าวให้รายละเอียดสำหรับเกณฑ์นี้ แต่จัดอยู่ในกลุ่มประวัติบริษัท ทั้งนี้สามารถกล่าวเพิ่มในประเด็นนี้ คือการสร้างและรักษาปฏิสัมพันธ์ที่ดีและมีประสิทธิภาพระหว่างผู้ให้บริการ (เช่น ผู้รับเหมา, บริษัทที่ปรึกษา, หรือนักพัฒนา) หรือกับลูกค้าหรือเจ้าของโครงการ ประกอบด้วย  การสื่อสารที่โปร่งใสและสม่ำเสมอ การสร้างความเห็นอกเห็นใจ ความเข้าใจ เป็นการสร้างความเชื่อมั่น การแก้ปัญหาร่วมกัน รับรู้หรือเห็นถึงปัญหาของผู้ว่าจ้าง การสร้างคุณค่าต่อการดำเนินการที่มากกว่าความคาดหวัง ทั้งนี้การรักษาความสัมพันธ์ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การสื่อสารเรื่องงานเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความเชื่อมั่น ความเข้าใจร่วมกัน การร่วมมือกัน และการแก้ไขปัญหาต่างๆทุกๆพัฒนาการดำเนินโครงการอย่างสร้างสรรค์ตลอดระยะเวลาของโครงการ โดยมีเป้าหมายเพื่อทำให้โครงการประสบความสำเร็จและสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าในระยะยาว
  • ชื่อเสียง (Reputation) หมายถึง อายุในการดำเนินการของกิจการ ความมั่นคง ภาพลักษณ์ที่สะท้อนเมื่อถูกพูดถึง การสอบทานประวัติว่าเคยมีข้อพิพาทหรือการถูกตัดสิทธิ์ใดๆในโครงการที่ผ่านมาอย่างไร เคยทิ้งงาน หรือไม่ทำงานครบตามสัญญาหรือไม่ ความพึงพอใจของลูกค้า และข้อพิพาททางกฎหมาย นอกจากนี้ สภาพการทำงานที่เสนอให้กับแรงงานยังส่งผลโดยตรงต่อชื่อเสียงของบริษัท อุบัติเหตุที่เคยเกิดขึ้น มาตรการในการรับมือ หรือการจัดการทางด้าน     สิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย ที่อาจจะทำให้ชื่อเสียงของบริษัทเสียหายหรือได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเกิดขึ้นซ้ำๆ ความล้มเหลวในการดำเนินโครงการในอดีตมีบทบาทสำคัญต่อชื่อเสียงของผู้รับเหมา การรักษาชื่อเสียงเป็นการรักษาภาพลักษณ์ ที่สะท้อนบริบทขององค์กรหรือกิจการในแง่เกียรติประวัติของผู้รับเหมาก้อสร้าง

3. ข้อเสนอทางด้านราคาและเทคนิค (Commercial and Technical Bid)

กลุ่มข้อเสนอที่เกี่ยวข้องนี้ ประเมินความสามารถของผู้รับเหมาในการจัดการและส่งมอบโครงการปัจจุบัน

  • ราคาประมูล (Bid price) เป็นเกณฑ์ที่พบบ่อยที่สุดในการเลือกผู้รับเหมา เนื่องจากลูกค้าส่วนใหญ่ต้องการประหยัดต้นทุนการดำเนินโครงการ อย่างไรก็ตาม ทั้งนี้โครงการก่อสร้างส่วนใหญ่มีค่าใช้จ่ายเกินราคาประมูลเริ่มต้น โดยเฉพาะการเพิ่ม-ลดเนื้องาน
  • เวลาที่เสนอ (Proposed time) ลูกค้ามีเป้าหมายที่จะดำเนินโครงการให้เสร็จสิ้นภายในวันที่กำหนด ระยะเวลาที่เสนอจะถูกควบคุมจากประสบการณ์ของผู้รับเหมา เวลาที่เสนอในการดำเนินโครงการเป็นหนึ่งในปัจจัยที่สำคัญที่สุด นอกเหนือจากราคาและคุณภาพของโครงการ เพราะเวลาจะเกี่ยวข้องต่อต้นทุนทางการเงิน และการจัดสรรทรัพยากรเพื่อให้งานโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จ
  • ข้อเสนอทางเทคนิค (Technical bid) เกณฑ์นี้ประกอบด้วยวัสดุอุปกรณ์, ทรัพยากร และวิธีการก่อสร้างที่จัดสรรให้กับโครงการฯ เพื่อให้ได้คุณภาพที่ต้องการ ทุกโครงการมีข้อกำหนดเฉพาะ ซึ่งต้องศึกษาและจะต้องดำเนินการตามแบบรูป และรายการก่อสร้าง ตลอดจนเอกสารสัญญาโครงการก่อสร้าง
  • แผนการบริหารจัดการโครงการที่เสนอ (Proposed project management plan) อ้างถึงข้อเสนอที่ผู้รับเหมาจะนำเสนอต่อกลุ่มเจ้าของโครงการ เพื่อแสดงความสามารถในการบริหารจัดการคุณภาพ, ความปลอดภัย, ความเสี่ยง, เวลา และค่าใช้จ่าย กลุ่มของแผนการบริหารจัดการโครงการที่เสนอ ได้เน้นไปที่การประเมินข้อเสนอ เพื่อประเมินสี่ประเด็นหลัก: เวลาประมูล, ราคา, การดำเนินงาน และการจัดการ

4. สิ่งแวดล้อม (Environmental)

ด้านสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องต่อแนวปฏิบัติของผู้รับเหมาในสถานที่ก่อสร้างที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

  • การจัดการน้ำ (Water management) โดยทั่วไปสถานที่ก่อสร้างจะใช้น้ำปริมาณมาก เช่น เพื่อลดฝุ่นละออง การดำเนินงานรื้อถอน และการทำความสะอาดในสถานที่ก่อสร้าง สิ่งนี้ได้เปิดโอกาสให้บริษัทต่างๆ ได้แสดงศักยภาพในการใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น  
  • การจัดการพลังงาน (Energy management) คือ การรวมเทคนิคที่ลดการใช้พลังงานและการปล่อยมลพิษหรือมลภาวะสู่ชั้นบรรยากาศ การจัดการพลังงานมีเป้าหมายสำคัญเพื่อลดและจัดการพลังงานทุกชนิดในสถานที่ก่อสร้าง การใช้อุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น และหลีกเลี่ยงอุปกรณ์ที่มีขนาดใหญ่เกินไป หรือไม่จำเป็นจะช่วยลดพลังงานที่ต้องการ ซึ่งเป็นทั้งภาพลักษณ์ในแง่การตระหนักถึงสิ่งแวดล้อม และการประหยัดต้นทุนในการดำเนินร่วมด้วยอีกส่วนหนึ่ง
  • การจัดการวัสดุอย่างยั่งยืน (Sustainable material management) ขยะจากการก่อสร้างครอบคลุมพื้นที่ขนาดใหญ่ของบ่อฝังกลบ รวมทั้งอาจมีการเผาทำลายซึ่งเป็นการสร้างภาระต่อสิ่งแวดล้อม และหากพิจารณาในแง่ของกระบวนการผลิตจากต้นทาง มีการใช้พลังงานจำนวนมากที่สูญเสียไปในการผลิตวัสดุก่อสร้าง หรือผลิตภัณฑ์ต่างๆที่ถูกนำมาใช้กับโครงการก่อสร้าง ดังนั้น บริษัทก่อสร้างควรลดปริมาณวัสดุที่ใช้โดยการนำเศษวัสดุหรือของเสียกลับมาใช้ซ้ำในพื้นที่อื่น ๆของไซต์งาน บางครั้งมีการบริจาค การนำไปใช้ประโยชน์แก่หน่วยงานภายนอก ซึ่งพบว่าการใช้การจัดการห่วงโซ่อุปทานที่ยั่งยืนยัง สามารถช่วยลดพลังงานที่สูญเสียไปในการผลิตวัสดุ ซึ่งเป็นต้นทางของการใช้พลังงาน และเป็นการก่อให้เกิดสภาวะการเปลี่ยนแปลงของบรรยากาศของโลก และความแปรปรวนของสภาพอากาศของโลก และส่วนภูมิภาคต่างๆ
  • การจัดการของเสียและมลพิษ (Waste and pollution management) ขยะจากการก่อสร้างอยู่ในรูปของเศษอาคาร, เศษซาก, ดิน, คอนกรีต, เหล็ก, ไม้ และวัสดุผสมจากการเคลียร์ไซต์งาน จากกิจกรรมการก่อสร้างต่างๆ เช่น การขุดดิน, การก่อสร้างโยธาและอาคาร, การเคลียร์ไซต์, กิจกรรมการรื้อถอน, งานถนน และการปรับปรุงอาคาร การจัดการของเสียมีเป้าหมายสำัญ เพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อมและรับรู้ถึงมลพิษหรือมลภาวะที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมีนัยสำคัญ มลพิษหรือมลภาวะต่างๆ อาจอยู่ในรูปของเสียงดัง, แสง และฝุ่นละออง แนวคิดของโครงการก่อสร้างอาคารเขียวมีเป้าหมายเพื่อลดเสียงดัง โดยเลือกใช้อุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น รวมทั้งมีกระบวนการก่อสร้างที่มุ่งลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

5. เศรษฐกิจและสังคม (Socio-economic) กลุ่มเศรษฐกิจและสังคมมองความยั่งยืนจากมุมมองทางสังคมและเศรษฐกิจเป็นสำคัญ

  • ความรับผิดชอบต่อองค์กรและสังคม (Corporate and social responsibility) แสดงให้เห็นว่าบริษัทหรือองค์กรของผู้รับเหมาก่อสร้าง (กลุ่มผู้ทำการก่อสร้าง) มีความจริงจังต่อการปฏิบัติในแนวทางแห่งความยั่งยืน และความมุ่งมั่นที่จะตอบแทนชุมชน ความมุ่งมั่นเหล่านี้สามารถแสดงออกผ่านนโยบายและแนวปฏิบัติที่หลากหลาย เช่น กิจกรรมที่ส่งเสริมความตระหนักเกี่ยวกับโครงการที่ยั่งยืน และความสำคัญของโครงการเหล่านั้น พร้อมทั้งให้เหตุผลถึงประโยชน์ของการก่อสร้างที่ยั่งยืนต่อชีวิต ชุมชน สังคม และบริบทโดยรวมของโลก
  • ความเป็นอยู่ที่ดีของแรงงาน (Labour well-being) เป็นเกณฑ์สำคัญที่รวมถึงการปฏิบัติต่อคนงาน, สภาพการทำงาน และที่อยู่อาศัย การจัดสรรสิ่งอำนวยประโยชน์และระบบสาธารณูปโภค สาธารณูปการ ที่ปลอดภัย สามารถอำนวยประโยชน์ได้อย่างถูกสุขลักษณะและความปลอดภัยต่อสภาพความเป็นอยู่
  • ทรัพยากรท้องถิ่น (Local resources) การใช้ทรัพยากรในท้องถิ่น ช่วยส่งเสริมการพึ่งพาตนเองภายในประเทศ รวมถึงลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ (Carbon Footprint) ที่เกิดจากบริษัทขนส่งเพื่อจัดหาสิ่งที่จำเป็นสำหรับการดำเนินโครงการ ซึ่งรวมถึงการสรรหาพนักงานและคนงานในท้องถิ่น ตลอดจนการใช้วัสดุก่อสร้างที่มีอยู่ในตลาดท้องถิ่น แทนการนำเข้าหรือสั่งซื้อจากที่ห่างไกล  สิ่งนี้จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น หากมีการปฏิบัติในวงกว้าง และช่วยสร้างงานเพิ่มขึ้นในพื้นที่ท้องถิ่นอีกด้วย
  • การจัดซื้อจัดจ้างอย่างยั่งยืน (Sustainable procurement) การจัดซื้อจัดจ้าง คือกระบวนการในการจัดหาสินค้าและบริการในราคาที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ด้วยคุณภาพที่ดีที่สุดและปริมาณที่ถูกต้อง อย่างไรก็ตาม การจัดซื้อจัดจ้างอย่างยั่งยืนจะรวมทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้น พร้อมมุมมองเพิ่มเติม นั่นคือ ผลกระทบที่สินค้าและบริการดังกล่าวจะมีต่อสิ่งแวดล้อม, สังคม และเศรษฐกิจโดยรอบ พร้อมด้วยประโยชน์ต่อบริษัทและองค์กรของลูกค้าที่เป็นเจ้าของโครงการ

จากการวิเคราะห์ เกณฑ์ที่สำคัญที่สุด 5 อันดับแรกคือ ราคาประมูล, การจัดการพลังงาน, ข้อเสนอทางเทคนิค, เวลาที่เสนอ และการจัดการน้ำ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าแนวปฏิบัติด้านความยั่งยืนและความเข้าใจทางเทคนิคเกี่ยวกับความยั่งยืน ควบคู่ไปกับราคาประมูลที่สมเหตุสมผลและเวลาที่เสนอ สามารถนำไปสู่การชนะการเสนอราคาโครงการก่อสร้างอาคารเขียวดังกล่าว กล่าวสรุปได้ว่าการคัดเลือกผู้รับเหมาสำหรับโครงการก่อสร้างสีเขียว ประกอบด้วย ประวัติที่ดี ความสามารถในการจัดการที่ดี ความใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม ความรับผิดชอบต่อสังคม รวมทั้งการดูแลสวัสดิภาพของคนงานและพนักงาน กลุ่มองค์กรที่เกี่ยวข้องตลอดจนการมีส่วนร่วมกับชุมชนท้องถิ่น รวมเป็นลักษณะของบริษัทโดยรวม (Firm Characteristics) ทั้งหมดนี้ รวมกัน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าโครงการก่อสร้างจะประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน ไม่ใช่แค่จบลงด้วยค่าใช้จ่ายที่ต่ำที่สุดเท่านั้น