การมีส่วนร่วมของประชาชน เป็นรากฐานที่สำคัญของกระบวนการประชาธิปไตย
ตั้งแต่ พ.ศ. 2540 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยได้ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนาและการบริการสาธารณะอย่างต่อเนื่อง สำหรับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 ได้ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในหลายระดับ ทั้งระดับการให้ข้อมูลข่าวสารแก่ประชาชน (Inform) ระดับการให้ประชาชนเข้ามามีบทบาท (Involve) ระดับการสร้างความร่วมมือ (Collaborate) และ ระดับการให้อำนาจแก่ประชาชน (Empower) ที่เป็นระดับที่ให้บทบาทแก่ประชาชนในการมีส่วนร่วมในระดับสูงสุด ในภาพรวม รัฐธรรมนูญฉบับปี พ.ศ. 2550 และ 2560 กำหนดหมวดว่าด้วยการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนและกำหนดให้ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพในหลายหมวด แต่ที่มาของรัฐธรรมนูญทั้ง 2 ฉบับไม่ได้มาจากประชาชนและมีความพยายาม “ลดอำนาจรัฐบาลจากการเลือกตั้ง เพิ่มอำนาจของสถาบันและหน่วยงานที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง…เป็นรัฐธรรมนูญที่ถ่วงดุลเสียงข้างมากด้วยเสียงข้างน้อยที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง” ในขณะที่รัฐธรรมนูญฉบับปี พ.ศ. 2560 สืบทอดเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญฉบับปี พ.ศ. 2550 ในด้านการลดอำนาจประชาชนและเพิ่มอำนาจสถาบันเสียงข้างน้อยที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง (เอกสิทธิ์ หนุนภักดี 2562, หน้า 79-80) นอกจากนี้สิทธิเสรีภาพของประชาชนในรัฐธรรมนูญทั้ง 2 ฉบับเป็นสิทธิเสรีภาพแบบมีเงื่อนไขคือ ต้องกระทบหรือเป็นอันตรายต่อความมั่นคงของรัฐ ต้องไม่กระทบต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน
ในขณะที่การเมืองและการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในประเทศไทยมีทั้งด้านที่ก้าวหน้าและด้านที่ยังคงเป็นปัญหา เมืองโดยตัวเองก็มีทั้งด้านที่ก้าวหน้าและมีปัญหาเช่นเดียวกัน เริ่มตั้งแต่กระบวนการกลายเป็นเมือง (urbanization) ซึ่งหมายถึงกระบวนการที่ประชากรจำนวนมากกระจุกตัวถาวรในพื้นที่เล็กโดยเปรียบเทียบ ก่อร่างเป็นเมือง (Britannica, 2023, October 17) หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งคือการที่ประชาชนอาศัยอยู่ในเมืองมากขึ้น ในประเทศไทยอัตราประชากรอาศัยในเขตเมืองปี พ.ศ. 2564 อยู่ที่ร้อยละ 35.79 (รายงานตัวชี้วัด “จำนวนและสัดส่วนประชากรในเขตเมือง (2533-2564)) ในขณะที่ปี พ.ศ. 2504 อยู่ที่ร้อยละ 12.5 (วรรโณบล ควรอาจ และผกามาศ ถิ่นพังงา, หน้า 15) การที่คนเกือบ 1/3 ของประเทศที่มีการเกษตรเป็นภาคการผลิตที่สำคัญย่อมเผชิญกับแง่มุมที่ท้าทาย การกลายเป็นเมืองของไทยมีปัญหาหลายประการ เช่น การกระจุกตัวของความเจริญทางเศรษฐกิจที่กรุงเทพ โดยที่กรุงเทพฯ มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่กว่าจังหวัดเชียงใหม่ที่เป็นเมืองอันดับสองถึง 9 เท่า ความเหลื่อมล้ำทางสังคมและรายได้ ความไม่มั่นคงและความไม่ปลอดภัย ปัญหาการจราจร การพัฒนาเมืองมักจะต้องมีการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน พัฒนาระบบ logistics การวางผังเมือง การกำหนดเป้าหมายให้เมือง เป็นต้น (ธนาคารแห่งประเทศไทย)
ปัญหาดังข้างต้นนี้อาจจะสามารถกล่าวได้ว่ามีจุดกำเนิดมาจากการเมืองที่ขาดการมีส่วนร่วมของประชาชนตั้งแต่แรก ข้อเรียกร้องทางการเมือง ทางเศรษฐกิจและทางสังคมของประชาชนภาคส่วนต่าง ๆ ที่มีต่อรัฐบาลอันสืบเนื่องมาจากปัญหาการกลายเป็นเมือง หรือความต้องการมีส่วนร่วมในการออกแบบเมืองหรือกระทั่งประเทศของประชาชน มักมาจากการใช้อำนาจของผู้มีอำนาจโดยมิได้รับฟังเสียงประชาชน หรือกระทั่งไม่ได้คำนึงถึงความสำคัญของเสียงประชาชน ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นระหว่างประชาชนกับรัฐบาลด้วยเรื่องเหล่านี้มักเป็นความขัดแย้งเรื่องทรัพยากรธรรมชาติแต่รากฐานที่แท้จริงของปัญหามักอยู่ที่ประเด็นทางการเมืองเรื่องของอำนาจ รูปธรรมของการขาดการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในการออกแบบเมืองสามารถเห็นได้จากความเดือดร้อนร่วมกันของคนเมืองทุกชนชั้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องปัญหาจราจร ปัญหามลภาวะ ที่อยู่อาศัยราคาแพง อาชญากรรมหรือความรุนแรงรูปแบบอื่น ๆ
ที่มา: กาญจนา บุญยัง. (2566). หน่วยที่ 7 การบริหารการพัฒนาเมืองทางด้านการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนาเมือง. ใน เอกสารประกอบการสอนชุดวิชาการบริหารการพัฒนาเมืองและเมืองอัจฉริยะ. นนทบุรี: สำนักพิมพ์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
