ผู้เขียนเป็นหนึ่งในผู้ติดตามวงการกีฬาและโดยเฉพาะฟุตบอลในระดับชาติและระดับสโมสร ผู้เขียนชอบมองลึกในเชิงบริหารและการนำข้อมูลและเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในแวดวงนี้นอกเหนือจาก Trend Sport Entertainment ซึ่งเป็นหนึ่งในภาคธุรกิจระดับโลกที่สร้างผลกำไรมหาศาล ในยุคที่ AI และเรื่อง Automation ครอบครองโลก เราอยู่ในยุคสมัยของ AI เชิงสร้างสรรค์ (AI Generative ERA) และผลกระทบต่อด้านต่างๆ ในชีวิตประจำวัน และอุตสาหกรรมต่างๆ โดยแสดงให้ถึงความสามารถและข้อจำกัดของ AI เชิงสร้างสรรค์ รวมถึงบทบาทของมนุษย์ในการทำงานร่วมกับ AI
จากส่วนประกอบหลักๆ ของภาพ:

ภาพนี้แสดงให้เห็นว่า AI เชิงสร้างสรรค์มีศักยภาพในการเปลี่ยนแปลงหลายด้าน แต่ก็มีข้อจำกัดที่ต้องพิจารณา การทำงานร่วมกันระหว่างมนุษย์และ AI จะเป็นสิ่งสำคัญในการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีนี้อย่างมีประสิทธิภาพและมีความรับผิดชอบ
ภาพจากส่วนของ การนำเสนอของผู้เขียนที่ใช้บรรยายนักศึกษาเทคโนโลยีบัณฑิตการจัดการงานก่อสร้าง มสธ. ชั้นปีสุดท้าย
AI Generative ERA (ยุคของ AI เชิงสร้างสรรค์):
- แสดงอยู่ตรงกลางภาพ เป็นหัวใจหลักของเนื้อหาและมีส่วนของลูกศรเชื่อมโยงไปยังส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง
- ความสามารถของ AI เชิงสร้างสรรค์:
- ความคิดสร้างสรรค์ (Creativity): AI สามารถสร้างสรรค์งานออกแบบ รูปภาพ บทเพลงและวิดีโอที่น่าสนใจได้ สามารถลบล้างกับคำกล่าวที่ว่า AI สร้างผลงานสร้างสรรค์ไม่ได้ ซึ่งปัจจุบันในมุมมองผู้เขียนส่วนตัวยังคิดว่าการถ่ายทอดระดับใจสู่ใจ (การหยั่งลงลึกในระดับจิตใจที่เป็นเรื่องละเอียดอ่อนและอ่อนไหว) ยังคงเข้าถึงและสู้ความเป็นมนุษย์ในความละเอียดอ่อนยังไม่ได้ เพราะการสร้างสรรค์ของ AI ยังคงเลียนแบบ ผสมผสานส่วนหนึ่งจากฝีมือของมนุษย์ จึงทำให้ขาดความเป็นศิลปะที่โดดเด่นเป็นอัตลักษณ์ สะท้อนการถ่ายทอดบางประการในความเป็นมนุษย์ยังทำได้ไม่สมบูรณ์ ซึ่งเป็นเรื่องของอารมณ์ความรู้สึก (Social and Emotional Skill) ตลอดจนการรับรู้ ปัจจุบันยังคง Lackหรือขาดแคลนในส่วนนี้ที่ยังทำได้ไม่ดีพอ แต่อนาคตกาลข้างหน้าอาจจะตอบส่วนนี้ได้ยากมากขึ้น เพราะเป็นอัตวิสัย (Subjective) หมายถึงเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความคิดเห็น, ความรู้สึก, หรือความเชื่อส่วนบุคคล
- การสื่อสาร (Communication): AI สามารถช่วยในการสื่อสารได้ ทั้งในรูปแบบ Text เสียง (Voice) ภาพ ภาพเคลื่อนไหว การช่วยแปลภาษา หรือการจัดอยู่ในรูปของแชทบอท การตอบปัญหา การวิเคราะห์บริบทของเนื้อหาและการเข้าถึงข้อมูลเพื่อการประมวลผลและนำไปใช้ประโยชน์
- การสัมผัสของมนุษย์ (Human Touch): (แสดงเป็นข้อจำกัด) ในส่วนของทักษะทางสังคมและอารมณ์ AI ยังขาดความเข้าใจในอารมณ์และความรู้สึกของมนุษย์อย่างแท้จริง
- ตรรกะ/เหตุผล (Logic/Reasons): AI สามารถประมวลผลข้อมูลและให้เหตุผลได้ แต่ยังคงต้องพิจารณาโดยมนุษย์ ในโลกที่เต็มล้นไปด้วยข้อมูลมหาศาล AI สามารถช่วยกวาดข้อมูลที่เป็นประโยชน์ช่วยประมวลผล ลดระยะเวลาและเพิ่มผลิตภาพให้กับการทำงาน
- ทักษะทางสังคมและอารมณ์ (Social and Emotional Skills): (แสดงเป็นข้อจำกัด) AI ยังขาดทักษะด้านนี้ อย่างเด่นชัด จากข้อมูลที่ได้รับการ Train แต่อนาคตส่วนนี้จะถูกลดช่องว่างลงและสร้างใกล้ชิดกับมนุษย์มากขึ้น ประเภท Social AI ที่สามารถโต้ตอบกับมนุษย์ในเชิงอารมณ์ความรู้สึกเพิ่มมากขึ้น
- การคิดเชิงวิพากษ์และการแก้ปัญหาที่ซับซ้อน (Critical Thinking and Complex Problem Solving): AI สามารถช่วยวิเคราะห์และแก้ปัญหาที่ซับซ้อนได้ การให้เหตุผลในเชิงลึกหรือคิดโจทย์ปัญหาที่ซับซ้อนอยู่ในทิศทางของการพัฒนา และเริ่มมีเสถียรภาพที่ดีขึ้นกว่ายุคเริ่มต้น มีคำกล่าวว่า AI ตอนนี้เปรียนเสมือนเด็ก 4-5 ขวบ ในอนาคตอันใกล้ความสามารถในส่วนนี้จะเพิ่มขึ้น การลดข้อผิดพลาดลดน้อยลง
- การปรับตัว (Adaptability): AI สามารถเรียนรู้และปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ใหม่ๆ ได้
- การที่ AI + Human แบบ Copilot ร่วมมือผสานกัน เพื่อสร้างประโยชน์ใช้จุดแข็งทั้งจากมนุษย์และ AI
- การประยุกต์ใช้ AI เชิงสร้างสรรค์ในด้านต่างๆ เหล่านี้ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่แล้ว เป็น Common ในปัจจุบัน
- การตลาดและการโฆษณา (Marketing and Advertising): สร้างเนื้อหาเฉพาะบุคคล (Personalized Content)
- การพัฒนาซอฟต์แวร์ (Software Development): สร้างโค้ด (Generating Code)
- การศึกษา (Education): การเรียนรู้ตลอดชีวิต (Life Long Learning)
- ความบันเทิง/กีฬา/การดูแลสุขภาพ (Entertainment/Sport/Healthcare): (แสดงเป็นภาพรวม)
- การออกแบบ (Design): สร้างภาพและวิดีโอที่ดึงดูดน่าสนใจ และมีความเกินเลยโลกแห่งความเป็นจริง ที่ปัจจุบันยังพอดูออกว่าบางส่วนถูกสร้างขึ้นมา แต่อนาคตความกลมกลืนสมจริงจะมีเพิ่มมากขึ้น สายตามนุษย์โดยทั่วไปจะเริ่มแยกได้ยากมากขึ้น
- AI Hallucination (การหลอนของ AI) ความหลอนของ AI อาจสร้างข้อมูลที่ผิดเพี้ยนไม่ถูกต้อง โดยเฉพาะในด้านการประมวลผลภาษาธรรมชาติ (NLP) สุดท้ายมนุษย์ผู้สร้างยังต้องคัดกรองและนำไปใช้ เพราะAI ไม่รู้ถูกผิด การสร้างข้อมูลที่ผิด ก็สร้างขึ้นใหม่แบบ Random ซ้ำๆ ถูกหรือผิด หรือการปรากฏความคลาดเคลื่อนมนุษย์คือ ผู้คัดกรองและตัดสินใจนำไปใช้อย่างรับผิดชอบ นั้นคือ งานที่สำคัญสุดท้ายจากการยังคงมีมนุษย์ที่มีสมรรถนะสูง
- AI Generative ERA กับมนุษย์ กล่าวได้ว่าผลกระทบด้านจริยธรรม/การปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล (Ethical implications/Protect personal data) เน้นถึงความสำคัญของประเด็นเหล่านี้ยังคงเป็นสิ่งสำคัญ
ขอยกตัวอย่างการนำเทคโนโลยีมาใช้ โดยที่สายตามนุษย์อย่างกรรมการอาจตัดสินผิดพลาด เทคโนโลยีที่ถือว่าล้ำสมัย ในการตัดสินการล้ำหน้า (Offside) กึ่งอัตโนมัติ (Semi-Automated Offside Technology – SAOT) ที่ใช้ใน UEFA.tv และฟุตบอลลีกในยุโรป และประเทศอังกฤษจะเริ่มนำมาใช้แบบ Full Functionต่อไป โดย องค์ประกอบสำคัญ:

- SAOT:Semi-Automated Offside Technology
- เป็นระบบที่ใช้เทคโนโลยีติดตามด้วยแสงของกล้องแบบสามมิติ (Optical Tracking Systems – กล้อง 3D) ร่วมกับ AI
- AI จะประมวลผลข้อมูลจากกล้องสมรรถนะสูง เพื่อระบุช่วงเวลาที่ลูกบอลถูกปล่อยออกมาจากเท้าฝ่ายส่งฟุตบอลอย่างแม่นยำ
- ส่งสัญญาณเตือนทันทีเมื่อมีการล้ำหน้าเกิดขึ้น (Instant Alerts)
- ทำงานร่วมกับระบบผู้ช่วยผู้ตัดสินวิดีโอ (Video Assistant Referee – VAR) หรือเทคโนโลยี VAR
การทำงาน: ระบบจะวิเคราะห์ตำแหน่งของผู้เล่นและลูกบอล ในสนาม AI จะช่วยตัดสินว่ามีการล้ำหน้าหรือไม่ VAR จะตรวจสอบซ้ำ (Cross-Check) และยืนยันการตัดสินใจ กระบวนการเหล่านี้เป็นไปเพื่อความโปร่งใสลดข้อผิดพลาดจาก Human Errors เพราะธุรกิจฟุตบอล มีผลประโยชน์มหาศาล การตัดสินใจผิดพลาดนำมาซึ่งการเพิ่มหรือลดมูลค่าของรางวัล ตลอดจนหุ้นของสโมสร และความมีเชื่อเสียงของกีฬาในประเทศนั้นๆ เทคโนโลยีจึงเข้ามีอิทธิพลอย่างยิ่งในปัจจุบันและจากนี้ต่อไป
