You are currently viewing วิสาหกิจชุมชน แปลงใหญ่กาแฟบ้านป๊อก ตำบลห้วยแก้ว อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ ต้นแบบแก้จนด้วยกาแฟไทย ใจรักษ์ป่า

วิสาหกิจชุมชน แปลงใหญ่กาแฟบ้านป๊อก ตำบลห้วยแก้ว อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ ต้นแบบแก้จนด้วยกาแฟไทย ใจรักษ์ป่า

สรุปรายละเอียดของผลงาน

สภาพปัญหาที่ต้องการแก้ไข “บ้านป๊อก” หมู่ 1 ตำบลห้วยแก้ว อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ อยู่บนพื้นที่สูง มีป่าต้นน้ำอันอุดมสมบูรณ์ อยู่ห่างไกลจากตัวเมือง การคมนาคมค่อนข้างลำบาก มีการทำการเกษตรแบบเชิงเดี่ยว โดยทำสวนเมี่ยง (ชาอัสสัม) ต่อมาในปี พ.ศ. 2524 ในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้เสด็จมาในพื้นที่ตำบลห้วยแก้ว และได้พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์เป็นค่าใช้จ่ายสำหรับก่อสร้างศูนย์พัฒนาโครงการหลวงตีนตก เป็นศูนย์สาธิตและส่งเสริมการปลูกกาแฟอาราบิก้า เพื่อสร้างอาชีพและรายได้นอกจากการปลูกเมี่ยงให้แก่ราษฎรในพื้นที่ นับเป็นจุดเริ่มต้น “กาแฟของพ่อ ที่ปลูกในป่าของแม่” บ้านป๊อก ได้ทำการปลูกกาแฟผสมผสานไปกับการทำสวนเมี่ยงมากกว่า 30 ปี โดยการปลูกภายใต้ร่มไม้ใหญ่ เพื่อรักษาป่าให้ยังคงอยู่ มีความอุดมสมบูรณ์ ถือว่าเป็นการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ไปพร้อมกับการประกอบอาชีพ ซึ่งก่อให้เกิดความยั่งยืนในอาชีพ รายได้ และสิ่งแวดล้อม  แต่เกษตรกรยังมีการจัดการแปลงแบบดั้งเดิม ขาดความรู้ด้านการจัดการแปลง การรวมกลุ่ม การตลาด ตลอดห่วงโซ่ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ประสบปัญหาด้านโรคและแมลง อีกทั้งต้นทุนการผลิตสูง ส่งผลถึงคุณภาพและปริมาณผลผลิตกาแฟ ทำให้เกษตรกรมีรายได้น้อย (35,000 บาท/ครัวเรือน/ปี) และส่งผลถึงคุณภาพชีวิตของเกษตรกร ในด้านชีวิตความเป็นอยู่ ปัจจัย 4 และการศึกษา
กระบวนการดำเนินงาน สำนักงานเกษตรจังหวัดเชียงใหม่ ได้ส่งเสริมให้เกษตรกรมีการรวมกลุ่มในการผลิต การแปรรูป และการตลาด โดยส่งเสริมให้มีการรวมกลุ่มและบริหารจัดการในรูปแบบวิสาหกิจชุมชน และแปลงใหญ่  โดยมุ่งเน้นในการส่งเสริมการผลิตกาแฟตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ เพื่อให้เกษตรกรสามารถบริหารจัดการกลุ่ม ร่วมกับการรักษาป่า และสามารถต่อยอด สร้างมูลค่าเพิ่มจากการท่องเที่ยว โดยจัดกิจกรรมฐานเรียนรู้ในแปลง และชุมชน เกิดเป็นโปรแกรมการท่องเที่ยวของหมู่บ้าน ช่วยสร้างอาชีพและรายได้ตลอดทั้งปีอย่างยั่งยืน และหลุดพ้นจากปัญหาความยากจน ซึ่งการดำเนินงานมีเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรทั้งระดับจังหวัดและระดับอำเภอเข้ามาช่วยทำการคิดวิเคราะห์ การวางแผนการดำเนินงานอย่างเป็นระบบ ตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกรมส่งเสริมการเกษตร ได้แก่ ตลาดนำการผลิต, การยกระดับความสามารถในการแข่งขัน, ส่งเสริมเกษตรกรรมยั่งยืน และวิจัยและพัฒนา ยุทธศาสตร์และแผนพัฒนาจังหวัดเชียงใหม่ ประเด็นการขับเคลื่อนเกษตรเพิ่มมูลค่า และเกษตรแปรรูปมูลค่าสูงภายใต้ BCG Model เพื่อพัฒนาสู่ “เชียงใหม่เมืองกาแฟ” โดยเชื่อมโยงบูรณาการการทำงานร่วมกับทุกหน่วยงานบูรณาการ เพื่อผลักดันให้กลุ่มมีรายได้และอาชีพที่ยั่งยืนเกิดการพัฒนาการผลิตสินค้าเกษตรและการเพิ่มมูลค่า ยกระดับสู่มาตรฐานตลาดนำการผลิต ดังนี้ (1) ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงตีนตก ถ่ายทอดความรู้ด้านการทำกาแฟคุณภาพ  (2)  สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอแม่ออน ส่งเสริมผลิตภัณฑ์ OTOP และส่งเสริมให้เป็นชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี (3) ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอแม่ออน ให้ความรู้การจัดทำบัญชี การจัดการของเสีย (4) องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยแก้ว ให้การสนับสนุนด้านงบประมาณ (5) สถานีพัฒนาที่ดินเชียงใหม่ ถ่ายทอดความรู้ด้านการทำปุ๋ยหมักจากวัสดุเหลือทิ้ง และสนับสนุนปัจจัยการผลิต (6) สำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์เชียงใหม่ ให้ความรู้การจัดทำบัญชีครัวเรือน และการจัดทำบัญชีเบื้องต้น (7) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ให้ความรู้การใช้เครื่องมือ การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ และเปิดกิจกรรม “ชงชา ชิมกาแฟ แลดอกเอื้องดิน @ บ้านป๊อก” (8) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ศึกษาวิจัยเรื่องสารสกัดกาแฟในการพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์ (9)  สถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) อบรมให้ความรู้และสนับสนุนอุปกรณ์ในการผลิตถ่านอัดแท่ง และ (10)  สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) การพัฒนากาแฟบ้านป๊อก ตามโครงการ “การพัฒนาและยกระดับกระบวนการผลิตเมล็ดกาแฟชุมชนสู่ตลาดกาแฟคุณภาพสากล : มุมมองกาแฟชุมชนบ้านป๊อก”
ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น วิสาหกิจชุมชน แปลงใหญ่กาแฟบ้านป๊อก เดิมมีสมาชิก 20 คน พื้นที่ปลูกกาแฟ 185 ไร่ ปัจจุบันมีสมาชิก จำนวน 26 คน มีพื้นที่ปลูกกาแฟ 354 ไร่ ผลผลิต 50 ตันต่อปี จากการดำเนินงานทำให้สมาชิกกลุ่มแปลงใหญ่มีการลดต้นทุนการผลิตลง และทำให้ผลผลิตกาแฟมีปริมาณเพิ่มมากขึ้น สามารถขายผลิตกาแฟ และแปรรูปเพิ่มมูลค่าให้กับกาแฟ โดยกลุ่มการดำเนินงานของวิสาหกิจชุมชน แปลงใหญ่กาแฟบ้านป๊อก สามารถสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร ดั้งนี้ (2566) ที่ รายการ รายได้ (บาท/ปี) 1 ผลผลิตกาแฟ (เชอรี่, กะลา) 1,533,000 2 ผลิตภัณฑ์กาแฟ (กาแฟคั่ว, กาแฟดริป, กาแฟสมุนไพร ฯลฯ) 1,182,720 3 อาชีพเสริม (เมี่ยง, ชาอัสสัม,หมอนใบชา, กล้วยไม้ซิมบิเดียม, พลับ, น้ำผึ้ง, เครื่องจักสาน) 279,500 4 การจ้างแรงงานในภาคการเกษตร (ตัดหญ้า, เก็บเกี่ยวผลผลิต) 137,250 5 ท่องเที่ยว (โปรแกรมการท่องเที่ยว, โฮมสเตย์, รถรับส่ง) 214,000 รวม 3,346,470       นอกจากนี้ยังเกิดผลต่อการพัฒนาตามเป้าหมายของกลุ่ม ดังนี้ 1) ด้านการลดต้นทุน – สมาชิกลดต้นทุนจากการใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน ร้อยละ 80 – สมาชิกทำปุ๋ยหมักจากเปลือกเชอรี่และใช้ในแปลงเพื่อการใช้ปุ๋ยเคมีลง ร้อยละ 90 – สมาชิกมีการตัดแต่งทรงต้นและตัดแต่งกิ่งกาแฟ (การดูแลรักษา และการเก็บเกี่ยว) ร้อยละ 80                  – สมาชิกมีการผลิตต้นพันธุ์กาแฟได้เอง ร้อยละ 80 2) ด้านเพิ่มผลผลิต – สมาชิกมีการใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน ร้อยละ 80 – สมาชิกมีการใช้ปุ๋ยหมักจากเปลือกเชอรี่ ร้อยละ 90 – สมาชิกมีการตัดแต่งทรงต้นและตัดแต่งกิ่งกาแฟ ร้อยละ 80 – สมาชิกมีการป้องกันกำจัดมอดกาแฟด้วยกับดักกาวเหนียว ร้อยละ 100            นอกจากนี้เกษตรกรมีรายได้เพียงพอต่อการใช้จ่ายในครอบครัว อีกทั้งยังมีรายได้ที่เกิดจากการประกอบอาชีพเสริม การจ้างแรงงาน   ในภาคการเกษตร และรายได้ที่เกิดจากการท่องเที่ยว ส่งผลให้ชุมชนมีความมั่นคงทางด้านเศรษฐกิจและอาชีพอย่างยั่งยืน
การขยายผลและความยั่งยืน วิสาหกิจชุมชน แปลงใหญ่กาแฟบ้านป๊อกมีการวางแผนการเพิ่มผลผลิตต่อไร่ให้มากขึ้น และขยายพื้นที่ปลูก มีการนำผลิตภัณฑ์ที่ได้จากผลงานวิจัย ได้แก่ ถ่านอัดแท่งคุณภาพสูง และผลิตภัณฑ์จากสารสกัดกาแฟ ไปเชื่อมโยงสู่ผู้ประกอบการในแหล่งท่องเที่ยวในชุมชนและนอกชุมชน มีโปรแกรมการท่องเที่ยวในชุมชนแบบ One Day Trip และ Two Day & One Night Trip ที่มีกิจกรรมให้ได้ศึกษาและเรียนรู้ถึง   10 กิจกรรม ได้แก่ การปลูกกาแฟ กาแฟคั่วดริป กาแฟคั่วมือ การจักสาน การทำเมี่ยงโบราณ อาหารพื้นถิ่นของเด็ดบ้านป๊อก หมอนใบชาอารมณ์ดี ชา 3 ยอด การเลี้ยงผึ้งโพรง สมุนไพรยาต้ม โดยมีเกษตรกรต้นแบบเป็นวิทยากรประจำฐานเรียนรู้ สามารถสร้างรายได้ และเกิดความยั่งยืนให้แก่สมาชิก ชุมชนและชุมชนใกล้เคียง ทำให้เกิดความรักและสามัคคี       เกิดเกษตรกรรุ่นใหม่ในหมู่บ้านที่กลับมาทำการเกษตร เห็นถึงความสำคัญของอาชีพเกษตรกรที่เป็นอาชีพดั้งเดิมตั้งแต่ รุ่นพ่อรุ่นแม่ เกิดการต่อยอดการพัฒนาและสร้างรายได้เพิ่มมากขึ้น เช่น กาแฟพิเศษ (Special Coffee) การแปรรูปกาแฟสมุนไพร กาแฟดริป กาแฟฟรีซดราย การทำถ่านอัดแท่งคุณภาพสูงจากเปลือกกะลากาแฟ ผลิตภัณฑ์จากสารสกัดกาแฟ สามารถเพิ่มช่องทางการตลาดของกลุ่มที่หลากหลาย ทั้ง Online และ Offline รวมถึงการร่วมกันของสมาชิกและชุมชนบริหารจัดการทรัพยากร ที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด มีการขับเคลื่อนด้วย BCG Model ที่คำนึงถึงการพัฒนาและเพิ่มมูลค่าสินค้า ทำการเกษตรแบบ Zero waste และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และรักษาระบบนิเวศให้สมดุลตามธรรมชาติจนเกิดแนวทางพัฒนาตาม BAAN POK COFFEE MODEL”
ปัจจัยความสำเร็จ 1. ความเข้มแข็งของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตชา-กาแฟคุณภาพบ้านป๊อก”  สมาชิกมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ พร้อมทั้งมีการให้ความรู้ในด้านการผลิต การแปรรูป และการตลาดสามารถสร้างแบรนด์กาแฟของตนเองได้ 2. กลุ่มมีการพัฒนาเป็นศูนย์เรียนรู้ชุมชนที่เชื่อมโยงกับแหล่งท่องเที่ยวหลักในพื้นที่ เช่นหมู่บ้านแม่กำปอง โครงการหลวงตีนตก ทำให้มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเรียนรู้วิถีชีวิตด้านการเกษตร การผลิต ชา กาแฟ และชุมชน ช่วยรักษาความอุดมสมบูรณ์ของป่าไม้จากรุ่นสู่รุ่นให้คงอยู่ ร่วมกันบริหารจัดการทรัพยากรที่มีอยู่อย่างมีประสิทธิภาพ 3. กลุ่มได้มีส่วนร่วมกับภาคีเครือข่ายต่าง ๆ จำนวนมากเพื่อร่วมดำเนินการในการขับเคลื่อนโครงการและพัฒนากลุ่มเพื่อให้เกิดการพัฒนาการผลิตสินค้าเกษตรและการเพิ่มมูลค่า ยกระดับสู่มาตรฐานตลาดนำการผลิตและการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนในพื้นที่