การระงับข้อพิพาทในสัญญาก่อสร้าง
คู่สัญญาในสัญญาจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ
• รัฐ – รัฐ
•รัฐ – เอกชน
การระงับข้อพิพาท กรณี รัฐ – รัฐ
• ไม่ต้องยื่นฟ้องต่อศาล
• อยู่ภายใต้การชี้ขาดข้อพิพาททางแพ่ง ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่า ด้วยการพิจารณาชี้ขาดการยุติ
ข้อพิพาทระหว่างหน่วยงานของรัฐและการดําเนินคดี พ.ศ. 2561
ข้อสังเกต:
1. ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีฯ ฉบับนี้ นายกรัฐมนตรีอาศัย อำนาจตามมาตรา 11 วรรคหนึ่ง (8) แห่งพระราชบัญญัติ ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี เพื่อวางระเบียบปฏิบัติราชการในกรณีที่มีข้อพิพาทระหว่างหน่วยงานของรัฐ หรือรำหว่างหน่วยงานของรัฐกับเอกชน ระเบียบนี้จึงมีฐานะเป็นกฎที่มีผลผูกพันหน่วยงานของรัฐให้ต้องปฏิบัติตาม (เทียบแนวคำสั่งศาลปกครองสูงสุดที่คร.90/2563)
2. การชี้ขาดข้อพิพาททางแพ่งเป็นการบริหารจัดการข้อพิพาทระว่างหน่วยงานของรัฐ หากคำตัดสินชี้ขาดของ กยพ.จะมีผลกระทบต่อส่วนได้เสียตามกฎหมายของบุคคลภายนอก ซึ่งอาจทำให้เรื่องไม่ยุติลงในฝ่ายบริหารก็ไม่พึงที่ กยพ.จะรับวินิจฉัยชอบที่จะส่งเรื่องคืนเพื่อให้คู่กรณีไปดำเนินการกันเองตามกระบวนการ (มติ กยพ. ครั้งที่ 8/2546 วาระ 4.3)
3. กรณีหน่วยงานของรัฐเรียกร้องให้รัฐวิสาหกิจร่วมรับผิด กับ เอกชนตามสัญญา ค้ำประกันให้ส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจยื่นฟ้องเอกชนและรัฐวสิาหกิจคู่กรณีต่อศาลให้ร่วมกันรับผิด โดยยกเว้น ไม่ต้องปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อ วันที่ 4พฤศจิกายน 2540 (มติ กยพ. ครั้งที่ 4/2549 วาระ 5.7 และมติ กยพ. ครั้งที่ 8 /2549 เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2549 วาระ3.5)
4. คณะกรรมการ กยพ. จะไม่รับวินิจฉัยให้กรณีที่คำวินิจฉัย อาจกระทบส่วนได้เสียของบุคคลภายนอก หรือได้มี การฟ้องคดีในศาลแล้ว ตามมติ กยพ. ครั้งที่ 3/2561 เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2561 วาระ 3.12
5. กรณีที่คดีใกล้ขาดอายุความหรือใกล้กำหนดฟ้องคดี หน่วยงานของรัฐต้องปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2562 เกี่ยวกับระเบียบสำนัก นายกฯ หนังสือเวียนสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ด่วนที่สุด ที่ นร 0507/ว 312 ลงวันที่ 1 สิงหาคม 2562 กำหนดให้การดำเนินการเกี่ยวข้องกับข้อพิพาท ระหว่างหน่วยงานของรัฐกรณีคดีใกล้ขาดอายุความหรือใกล้ กำหนดฟ้องคดี ยังไม่สามารถส่งข้อพิพาทให้สำนักงานอัยการสูงสุด ให้หน่วยงานของรัฐจัดให้มีการรับสภาพหนี้เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหาย
6. กรณีที่คดีใกล้จะขาดอายุความอยู่ระหว่างการพิจารณาชี้ขาดของคณะกรรมการ กยพ. เมื่อได้ยื่นฟ้องคดีไปก่อน ตามระเบียบสำนักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการดำเนินคดีแพ่ง ของพนักงานอัยการ พ.ศ. 2560 ข้อ 12 และตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการพิจารณาชี้ขาดการยุติ ข้อพิพาทระหว่างหน่วยงานของรัฐและการดำเนินคดี พ.ศ. 2561 ข้อ 24 วรรคท้าย มติ กยพ. จะไม่รับพิจารณาให้ เมื่อได้ยื่น ฟ้องต่อศาลแล้วไม่ต้องให้คณะกรรมการ กยพ. วินิจฉัย ชี้ขาดอีก (มติ กยพ. ครั้งที่ 2/2562 เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2562 วาระ 3.2)
7. คดีชี้ขาดขข้อพิพาททางแพ่ง เมื่อส่งเรื่องมายังสำนักงานอัยการสูงสุดภายในอายุความ ถือวว่า คดีสะดุดหยุดลง (มติ กยพ. ครั้งที่/2546 วาระ 5.1)
8. หนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ด่วนที่สุด ที่ นร 0504/3776 ลงวันที่ 15 มิถุนายน 2547 มติคณะรัฐมนตรีเป็นการใช้อำนาจบริหารราชการแผ่นดินของฝ่ายบริหารในการกำหนดแนวนโยบาย คำสั่งหรือแนวทางปฏิบัติ ของฝ่ายบริหาร เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ ตามนโยบายของคณะรัฐมนตรีที่ไม่ขัดหรือแย้งกับกฎหมาย นอกจากนี้ คณะรัฐมนตรีมีอำนาจกำกับ ดูแลรัฐวิสาหกิจ หน่วยงานอื่นของรัฐ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐในฝ่ายบริหารรวมถึงมี
อำนาจควบคุมกำกับ ดูแลพนักงานของรัฐในองค์กรดังกล่าวด้วย ดังนั้น ข้าราชการและพพนักงานของรัฐในหน่วยงานของฝ่ายบริหารจึงต้องถือปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรี หากส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจไม่ถือปฏิบัติ ตามมติคณะรัฐมนตรี ในกรณีของข้าราชการจะถือเป็นความผิดทางวินัยอย่างหนึ่งตามมาตรา 85 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2535 ในกรณีของรัฐวิสาหกิจ หากเห็นว่า การดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจขัดต่อมติคณะรัฐมนตรีหรืออยู่ในลักษณะ อันจะเป็น
เหตุให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่รัฐวิสาหกิจหรือแก่ประโยชน์ของประชาชน รัฐมนตรีมีอำนาจยับยั้ง หรือ สั่งแก้ไขการดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจได้
9. หนังสือสํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่ นร 0504/479 ลงวันที่ 8 ตุลาคม 2561 คณะรัฐมนตรีเห็นว่า กรณีหน่วยงานของรัฐมีข้อพิพาทตามสัญญาอนุญาโตตุลาการหรือถูกฟ้องคดีต่อศาลปกครองเป็นคดีเดียวหรือหลายคดีในประเด็นเดียวกัน หรือเกี่ยวเนื่องกัน โดยผลของคำวินิจฉัย ชี้ขาดของ
อนุญาโตตุลาการนนั้น ให้หน่วยงานของรัฐต้องชดใช้ค่าเสียหายหรืออื่นใด จึงมีมติให้ หน่วยงานของรัฐนั้น อาจดำเนินการเจรจาต่อรองกับคู่พิพาทเพื่ออบรรเทาความเสียหายของรัฐและให้เกิดความเป็นธรรมแก่ราษฎรได้ ทั้งนี้ให้ดำเนินการอย่างโปร่งใสชอบด้วยกฎหมาย และคำนึงถึงผลประโยชน์ของชาติเป็นสำคัญ
การระงับข้อพิพาท กรณี รัฐ – เอกชน
• หน่วยงานของรัฐ ส่งเรื่องให้สำนักงานอัยการสูงสุดหรือพนักงานอัยการซึ่งมีหน้าที่และอำนาจดำเนินคดีเรื่องนั้นโดยตรงดําเนินการ
• อยู่ภายใต้การชี้ขาดความเห็นแย้งคดีทางแพ่ง ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการพิจารณาชี้ขาดการยุติข้อพิพาทระหว่างหน่วยงานของรัฐและการดำเนินคดี พ.ศ. 2561
การจัดการข้อพิพาทในสัญญาก่อสร้าง
• การเจรจา (Amicable Settlement)
• การตัดสินโดยผู้บริหารงาน (Project Manager/Consultant/Engineer)
• การไกล่เกลี่ย (Mediation)
• การชี้ขาดโดยคณะกรรมการระงับข้อพิพาท (Dispute Adjudication/Avoidance Board)
• การอนุญาโตตุลาการ (Arbitration)
• ศาล (Court)
ลักษณะของข้อพิพาทในสัญญาก่อสร้าง
• กรณีผิดสัญญาทำงานไม่เสร็จตามกำหนด
• กรณีพิพาทกันเรื่องเนื้อหางาน/ แก้ไขงาน/ งานไม่ชัดเจน/ งานไม่สามารถก่อสร้างได้จริง
• เหตุสุดวิสัย/ การขยายระยะเวลาสัญญา
• การส่งมอบพื้นที่
• การจ่ายค่าจ้างล่าช้า
• ค่าปรับสูงเกินส่วน
• เลิกสัญญาไม่ชอบ/ ฟ้องเรียกค่างาน
• ค่าการงาน
กรณีผิดสัญญา ทํางานไม่เสร็จตามกําหนด
• กำหนดเวลาส่งมอบงาน ถือเป็นสาระสำคัญ ของสัญญาก่อสร้าง การที่ผู้รับจ้างทำงานไม่เสร็จตามกำหนดสัญญา จึงตกเป็นฝ่ายผิดสัญญาแล้ว
• การที่ผู้ว่าจ้างมีหนังสือเร่งรัดการปฏิบัติงานไปยังผู้รับจ้าง เพื่อให้ทำงานแล้วเสร็จตามสัญญา รวมถึงได้แจ้งสงวนสิทธิการปรับไว้แล้ว คงเป็นเพียงมาตรการเร่งรัด
เพื่อให้ผู้รับจ้างเข้าทำงานให้แล้วเสร็จโดยเร็วและผ่อนปรนการบอกเลิกสัญญาเพื่อมิให้เกิดความเสียหายแก่คู่สัญญาทุกฝ่ายเท่านั้น ไม่อาจถือได้ ผู้ว่าจ้างมิได้ติดใจหรือถือเอาระยะเวลาแล้วเสร็จของงานก่อสร้างเป็นสาระสำคัญ กรณีมิอาจถือไดว่า เป็นการต่อสัญญาออกไปโดยไม่มีกำหนด
คณะกรรมการตรวจการจ้างมีอํานาจหน้าที่อย่างไร? คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ.7 2 / 2 5 6 4
คณะกรรมการตรวจการจ้าง มีอํานาจหน้าที่ในการตรวจสอบและควบคุมงานจ้าง สั่ง เปลี่ยนแปลงแก้ไขเพิ่มเติมหรือตัดทอนงานจ้างได้ตามหลักวิชาการช่าง เพื่อให้งานจ้างเป็นไปตามข้อกำหนดในสัญญา โดยมีอำนาจในการตรวจสอบและควบคุมงานจ้างในระหว่างที่งานจ้างกำลังดำเนินการจนถึงการตรวจรับหลัง ส่งมอบงานจ้างที่ดำเนินการแล้วเสร็จ มิใช่มีหน้าที่ตรวจรับหลังส่งมอบงานจ้างเท่านั้น ในกรณีที่สัญญามิได้ระบุรายละเอียดของวัสดุที่ใช้ โดยตลอดระยะเวลาดําเนินงานคณะกรรมการฯ หรือช่างผู้ควบคุมงาน ไม่ได้ทักท้วง การดำเนินงานของผู้รับจ้างหรือแจ้งว่ามีการปฏิบัติที่ไม่ถูกต้องตามสัญญา เพื่อให้ผู้รับจ้างรับทราบและดำเนินการแก้ไขเมื่อมีการส่งมอบงานโดยช่างผู้ควบคุมงานได้รายงานรับรองการดำเนินงานของผู้รับจ้างว่ามีความสมบูรณ์ถูกต้องตามสัญญาจ้าง ถือว่าผู้รับจ้างได้ปฏิบัติถูกต้องตามสัญญาแล้วหน่วยงานของรัฐซึ่งเป็นผู้ว่าจ้างมีหน้าที่จ่ายค่าจ้างตามสัญญาให้แก่ผู้รับจ้าง และจะอ้างความบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่ของช่างผู้ควบคุมงานซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ในสังกัดของตน มาเป็นเหตุในการปฏิเสธไม่จ่ายเงินค่าจ้างตามสัญญาแก่ผู้รับจ้างไม่ได้
คณะกรรมการตรวจการจ้างตรวจรับงานตามงวดงานล่าช้า? คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ.32/2546
ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 มาตรา 176 ได้กำหนดให้คณะกรรมการตรวจตรวจรับพัสดุในงานจ้างก่อสร้างมีหน้าที่ โดยปกติให้ตรวจผลงานที่ผู้รับจ้างส่งมอบภายใน 3 วัน ทำการ นับแต่วันที่ประธานกรรมการได้รับทราบการส่งมอบงาน และให้ทำการตรวจรับให้เสร็จสิ้นไปโดยเร็วที่สุด คณะกรรมการตรวจการจ้างตรวจรับงานตามงวดงานล่าช้า?คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่อ.32/2546
ผู้ฟ้องคดีฟ้องให้ผู้ถูกฟ้องคดีขยายเวลาการทํางานจ้าง เนื่องจากความบกพร่องของผู้ถูกฟ้องคดีที่ตรวจรับงานล่าช้า และสั่ง แก้ไขงานล่าช้า ทำให้ผู้ฟ้องคดีส่งมอบงานล่าช้าตามไปด้วย
ศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยว่า ใช้ท่อผิดขนาด เป็นกรณีผู้ฟ้องคดีเจตนาจงใจผิดสัญญาจ้าง ไม่ใช่เป็นข้อบกพร่องในการทำงาน จึงรู้แต่แรกแล้วว่า จะต้องมีการแก้ไขหากคณะกรรมการตรวจพบ เป็นการส่งมอบงานไม่ถูกต้องตามสัญญา
แม้คณะกรรมการตรวจรับงานล่าช้า ก็ไม่อาจอ้างเหตุให้ต้องเสียค่าปรับได้เพราะรู้ว่าตนปฏิบัติไม่ถูกต้องและมีหน้าที่ต้องแก้ไขก่อนส่งมอบไม่ใช่รอให้คณะกรรมการตรวจพบ
หน่วยงานรัฐจ่ายเงินค่าจ้างล่าช้า ต้องเสียดอกเบี้ยหรือไม่?
การจ่ายค่าจ้างเป็นหน้าที่ตามสัญญาจ้างก่อสร้าง (หลักสัญญาตอบแทน) แต่ในแบบสัญญาจ้าง ก่อสร้างไม่ได้กำหนดวันที่หรือเวลาให้ผู้ว่าจ้างจ่ายค่าจ้างโดยแน่นอนหน่วยงานรัฐจ่ายเงินค่าจ้างล่าช้า ต้องเสียดอกเบี้ยหรือไม่?
ดังนั้น การกําหนดในสัญญาจึงควรจะกําหนดให้ชัดเจนไปได้ว่าให้ผู้รับจ้างจ่ายเงินให้แก่ผู้รับจ้างภายใน ……วันทําการ นับถัดจากวันใด ซึ่งจะชัดเจนถึงหน้าที่ของผู้ว่าจ้างที่จะต้องจ่ายค่าจ้าง และผู้รับจ้างก็จะรับทราบสิทธิของตนในการที่จะได้ชําระเงินเช่น นับถัดจากวันที่คณะกรรมการตรวจการจ้างได้ตรวจรับงานที่ผู้รับจ้างส่งเรียบร้อยแล้ว แต่ท้ังนี้การตรวจรับงานตามที่กําหนดก็ต้องไปพิจารณาถึงรายละเอียดขั้นตอนตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 ข้อ 176 ด้วย
แต่หากหน่วยงานของรัฐชําระเงินล่าช้ากว่าระเบียบที่เกี่ยวกับการรับเงิน การเบิกจ่ายเงินฯ หน่วยงานภาครัฐก็ต้องตกเป็นผู้ผิดนัดและต้องรับผิดในดอกเบี้ย ตาม ป.พ.พ.มาตรา224 และการล่าช้าดังกล่าวเป็นเหตุให้ผู้รับจ้างต้องเสียหายหรือเสียดอกเบี้ยเงินกู้ในช่วงระยะเวลาดังกล่าว ผู้รับจ้างอาจเรียกร้องให้ผู้ว่าจ้างรับผิดชดใช้ได้ (โปรดดู อ.726/2558 ) ทั้งนี้จะต้องเป็นกรณีที่ผู้ว่าจ้างทราบอยู่ก่อนแล้วว่าผู้รับจ้างต้องเสียดอกเบี้ยเงินกู้เพื่อนํามาใช้ในการดําเนินการตามสัญญาถือเป็นความเสียหายอันเกิดแก่พฤติการณ์พิเศษ ที่คาดเห็นล่วงหน้าก่อนแล้ว ตาม ป.พ.พ.มาตรา 222
กรณีพิพาทกันเรื่องเนื้อหางาน/ แก้ไขงาน/งานไม่ชัดเจน/ งานไม่สามารถก่อสร้างได้จริง
• การแก้ไขสัญญา ตามมาตรา 97 แห่งพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ต้องไม่ทำให้รัฐเสียประโยชน์ แต่การแก้ไขสัญญาโดยไม่มีการขยายระยะเวลาและเปลี่ยนแปลงค่าจ้าง แม้จะเป็นประโยชน์กับรัฐ ก็ควรต้องมีความตกลงให้ชัดเจนและไม่เป็นการเอาเปรียบฝ่ายผู้รับจ้างจนเกินสมควร ซึ่งจะมีผลต่อมุมมองของอนุญาโตตุลาการหรือศาล แล้วแต่กรณี
• เนื้อหางานต้องเป็นไปตามที่กำหนดไว้ในสัญญา กรณีที่งานไม่ชัดเจนต้องเจรจากันโดยเร็ว เพื่อยุติข้อขัดแย้ง แต่หากเป็นกรณีที่งานไม่สามารถก่อสร้างได้จริงเนื่องจากแบบหรือพื้นที่จะถือว่าเป็นความผิดของฝ่ายผู้รับจ้างไม่ได้ เป็นกรณีที่มีความจำเป็นต้องแก้ไขแบบ ซึ่งจะต้องมีการตกลงค่างานกับระยะเวลากัน ใหม่ด้วย
เหตุสุดวิสัย / การขยายระยะเวลาสัญญา
“เหตุสุดวิสัย ” ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 8 หมายความว่า เหตุใดๆ อันจะเกิดขึ้นก็ดี จะ ให้ผลพิบัติก็ดี เป็ นเหตุที่ม่อาจป้องกันได้ แม้ทั้งบุคคลผู้ต้องประสบหรือใกล้จะต้องประสบเหตุนั้น จะได้จัดการระมัดระวังตามสมควรอันพึงคาดหมายได้จากบุคคลในฐานะและภาวะเช่นนั้น
การส่งมอบพื้นที่
• การส่งมอบพื้นที่ ถือเป็นหน้าที่สำคัญของผู้ว่าจ้าง หากการส่งมอบพื้นที่ไม่ชอบตั้งแต่ต้น จะถือว่า เป็นความผิด ของผู้รับจ้างไม่ได้
จึงไม่อาจถือว่า ผู้รับจ้างตกเป็นฝ่ายผิดนัดได้เลย ตัวอย่าง กรณีที่พื้นที่ก่อสร้างมีท่อส่งน้ำมัน ของบุคคลภายนอกอยู่ในพื้นที่ที่เป็นของผู้ว่าจ้าง ซึ่งจะต้องมีการรื้อถอนและขนย้ายท่อส่งน้ำมัน ดังกล่าวออกจากพื้นที่เสียก่อน และผู้รับจ้างได้สงวนสิทธิการรับมอบพื้นที่ดังกล่าวไว้เสียตั้งแต่คราวแรก ถือว่าผู้ว่าจ้างไม่สามารถส่งมอบพื้นที่ก่อสร้างให้ผู้รับจ้างได้ ผู้รับจ้างจึงไม่ตกเป็นฝ่ายผิดนัด
• แต่กรณีอาจมีความสับสนกับกรณีที่เป็นเพียงอุปสรรคของการทำงานตัวอย่าง พื้นที่ก่อสร้างมีลักษณะเป็นลำราง มีต้นปาลม์ ขึ้นบริเวณตามแนวริมตลิ่ง ทำให้ผู้รับจ้างไม่สามารถทำงานเรียงหินบริเวณริมตลิ่งได้เ้พียงบางส่วน แต่ยังสามารถทำงานเรียงหินส่วนใหญ่ได้ คงเป็นเพียงอุปสรรคของการทํางานเท่านั้น การที่ผู้รับจ้างเข้าพื้นที่และพบเห็นต้นปาล์ม ตั้งแต่คราวแรก แต่มิไดสงวนสิทธิอย่างใด จนได้เริ่มทำงานและส่งมอบงานไปแล้ว บางงวด ผู้รับจ้าง ย่อมไม่อาจยกเหตุดังกล่าวขึ้นเป็นเหตุสุดวิสัยได้
การจ่ายค่าจ้างล่าช้า
• การจ่ายค่าจ้าง ถือเป็นหน้าที่ของผู้ว่าจา้ ง โดยกรณีที่เป็นหนี้เงิน การชำระหนี้ย่อมไม่อาจตกเป็นพ้นวิสัยได้เลย แม้มีเหตุล่าช้ามาจากขั้นตอนนอกเหนือการดำเนินการของผู้ว่าจ้าง
ตัวอย่าง หน่วยงานของรัฐได้รับจัดสรรงบประมาณไม่เพียงพอ หรือได้รับการจัดสรรงบล่าช้า หรือกรณีแหล่งเงินทุนที่ไดรับเป็นสกุล เงินต่างประเทศและเกิดมีความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ทำให้ได้รับเงินไม่เพียงพอต่อการชำระค่าจ้าง เป็นต้น ย่อมไม่อาจถือเอาเหตุดังกล่าวมาอ้างเพื่อปฏิเสธความรับผิดได้
เลิกสัญญาไม่ชอบ / ฟ้องเรียกค่างาน
• การบอกเลิกสัญญา ตามมาตรา 103 แห่งพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560
การบอกเลิกสัญญา คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดทที่ อ.676/2554
หลักการสิ้นสุดของสัญญา
สัญญาทางปกครองอาจสิ้นสุดลงได้ด้วยเงื่อไขอย่างใดอย่างหนึ่งใน 2 ประการ
(1) สิ้นสุดลงตามปกติ เมื่อคู่สัญญาบรรลุวัตถุประสงค์ของสัญญา
(2) การเลิกสัญญา ซึ่งการเลิกสัญญาทางปกครองอาจเกิดขึ้นได้ใน 4 กรณี ดังนี้
(1) การเลิกสัญญาโดยความยินยอมของคู่สัญญาทั้งสองฝ่าย
(2) การเลิกสัญญาเมื่อสัญญาเลิกกันโดยปริยาย เช่น มีเหตุสุดวิสัย ทำ ให้วัตถุประสงค์ของสัญญาหมดไป
(3) การเลิกสัญญาเมื่อศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้เลิกสัญญา และ
(4) การเลิกสัญญาโดยคู่สัญญาฝ่ายปกครองเลิกสัญญาฝ่ายเดียว
ค่าการงาน
• เมื่อมีการเลิกสัญญา ผลของการเลิกสัญญาย่อมทำให้คู่สัญญากลับคืนสู่ฐานะเดิม ตามประมวลกฎหมายแพ่ง และ พาณิชย์ มาตรา 391 หาก
กลับคืนสู่ฐานะเดิมไม่ได้ ต้องมีการชดใช้ค่าการงานให้แก่ผู้รับจ้าง
• ค่าการงาน คืออะไร ?
• ขอให้ศึกษาคําพิพากษาศาลฎีกาที่ 7618/2552
ค่าเสียหาย
1. ค่าเสียหายของงานไดส่งมอบแล้ว และยังไม่ได้เบิกจ่ายเงิน
1.1 ให้หัวหน้า หน่วยงานของรัฐแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาคณะหนึ่งหรือจะมอบหมายบุคคลใดบุคคลหนึ่งรับผิดชอบ เพื่อพิจารณาพัสดุหรืองานที่ผู้ขายหรือผู้รับจ้างรายเดิมได้ส่งมอบว่าสมควรรับไว้และใช้ประโยชน์ ในทางภาครัฐได้ตามสัญญาหรือไม่ หากเห็นว่ามีพัสดุหรืองานที่หน่วยงานของรัฐ รับไว้และใช้ประโยชน์ในทางภาครัฐได้หน่วยงานของรัฐจะต้องชดใช้เงินคืนตามค่าพัสดุหรือค่างานนั้น แก่ผู้ขาย หรือผู้รับจ้างรายเดิม
1.2 ให้คณะกรรมการหรือบุคคลใดบุคคลหนึ่งตาม 1.1 จัดทํารายงานผลการพิจารณาและความเห็นเสนอหัวหน้าหน่วยงานของรัฐผ่านหัวหน้า เจ้าหน้าที่ให้ความเห็นชอบ กรณีที่หัวหน้า หน่วยงานของรัฐเห็นว่ามีงานที่หน่วยงานของรัฐรับไว้และใช้ประโยชน์ในทางภาครัฐได้ ซึ่งต้องชดใช้เงินคืนตามค่างานนั้น แก่ผู้รับจ้างรายเดิมนั้น ให้เจ้าหน้าที่หักค่างานดังกล่าวเป็นค่าเสียหายไว้
คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ.2060/2559
แม้จะไม่ปรากฏว่า การที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 จงใจไม่ชำระหนี้ที่ตนมีอยู่ตามสัญญาจ้างจะเป็นเหตุให้ผู้ฟ้องคดีได้รับความเสียหายในเชิงทรัพย์สินเป็นจำนวนเท่าใด แต่งานที่ผู้ฟ้องคดีจ้างให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ทำ ซึ่งได้แก่ การก่อสร้างปรับปรุงห้องน้ำ และโถงลิฟต์ ชั้น3 ของสำนักงานอธิการบดีนั้น เป็นสิ่งสาธารณูปโภค การที่ผู้ฟ้องคดีไม่ได้งานที่จ้างผู็ถูกฟ้องคดีที่ 1 ทำมาให้บริการนักศึกษาและประชาชนผู้มาติดต่ออันเป็นการบริการสาธารณะภายในเวลาอันสมควร ย่อมถือได้ว่าผู้ฟ้องคดีได้รับความเสียหายอย่างมีนัยสําคัญ อันเนื่องมาจากการที่ถูกฟ้องคดีที่ 1 ผิดสัญญาจ้างหรือไม่ชําระหนี้ตามสัญญาจ้าง แม้จะมิใช่ความเสียหายในเชิงทรัพย์สินก็ตาม เมื่อพิเคราะห์ถึงทางได้เสียของผู้ฟ้องคดีทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่แต่เพียงทางได้เสียในเชิงทรัพย์สินเท่านั้นแล้ว เห็นได้ว่า เบี้ยปรับที่ผู้ฟ้องคดีเรียกร้องให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 และผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ชำระให้แก่ตนนั้น มิได้สูงเกินส่วนเลย จึงไม่มีเหตุสมควรลดค่าปรับให้แก่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 และผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2
ข้อมูลอ้างอิงจาก
สิทธิ โสภณภิรมย์
อัยการประจําสํานักงานอัยการสูงสุด
สํานักงานอัยการพิเศษฝ่ายการอนุญาโตตุลาการ 2
อุกฤษณ์ มากมี
อัยการประจํากอง
สํานักงานอัยการพิเศษฝ่ายการอนุญาโตตุลาการ 1
