จาก Blog ที่แล้ว ได้กล่าวถึงอัตราส่วนทางการเงินที่ใช้วัดคุณภาพกำไรจากงบกระแสเงินสดไปแล้ว 3 อัตราส่วนคือ (1) ความเพียงพอของกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน (2) ดัชนีกระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงาน และ (3) ผลกระทบของค่าเสื่อมราคาและค่าใช้จ่ายตัดจำหน่ายที่มีต่อกระแสเงินสด สำหรับใน Blog นี้จะได้กล่าวถึงอีก 4 อัตราส่วน คือ
4. อัตราการนำเงินไปลงทุนต่อ (Reinvestment Ratio) ใช้สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการเงินสดที่จะต้องนำไปลงทุนในสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนว่ามีมากหรือน้อยกว่าเงินสดที่ได้รับจาการขายสินทรัพย์ หากมีมากกว่า 1 แสดงว่ากิจการจะต้องหาแหล่งเงินทุนอื่นเพื่อนำไปลงทุนในสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน คำนวณได้โดย
เงินลงทุนในสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน หารด้วย (ค่าเสื่อมราคา + เงินสดรับจากการขายสินทรัพย์)
5. เงินลงทุนในสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนเมื่อเทียบกับแหล่งที่มาของกระแสเงินสด (Capital Investment per Dollar Cash) คำนวณได้โดย
เงินลงทุนในสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน หารด้วย รวมแหล่งที่มาของกระแสเงินสด (แต่ละแหล่ง)
6. อัตราส่วนความสามารถในการจ่ายดอกเบี้ย (Interest Coverage Ratio) คำนวณได้โดย
กระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงานก่อนหักดอกเบี้ยจ่ายและภาษีเงินได้ หารด้วย ดอกเบี้ยจ่ายเป็นเงินสดระหว่างปี
7. อัตราผลตอบแทนในรูปกระแสเงินสดต่อสินทรัพย์รวม (Cash Flow Return on Assets) คำนวณได้โดย
กระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงานก่อนหักดอกเบี้ยจ่ายและภาษีเงินได้ หารด้วย สินทรัพย์รวมถัวเฉลี่ย
