1. ความหมายของการทบทวนวรรณกรรม
ความหมายของการทบทวนวรรณกรรม (Literature review) นั้นมีนักวิชาการหลายท่านท่านได้ให้ความหมายของการทบทวนวรรณกรรมไว้ดังนี้
Webster & Watson, 2002 นักวิจัยรุ่นใหม่หรือบุคคลที่ขาดประสบการณ์ในการทำ วิจัยอาจมองว่าการทบทวนวรรณกรรมเป็นเพียงการรวบรวมข้อมูลจากเอกสารที่เกี่ยวข้องเท่านั้น ในความเป็นจริง การทบทวนวรรณกรรมไม่ใช่การรวบรวมงานของนักวิจัยหรือนักวิชาการท่านอื่นมาไว้ในงานของตน และไม่ใช่การนำ เอางานวรรณกรรมทุกเรื่องในสาขานั้นที่ไม่เกี่ยวข้องกับหัวข้อหรือคำ ถามในการวิจัยมาใส่ไว้ในงานวิจัยของตน แต่การทบทวนวรรณกรรม คือ การจัดระบบหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับวัตถุประสงค์ของการวิจัยโดยผ่านการสังเคราะห์เพื่อนำ ไปสู่การพัฒนางานวิจัย ครั้งต่อไป The University of Sydney, 2010
Zikmund,Babin, Carr, & Griffin, 2010 การค้นหาโดยตรงจากงานที่ได้รับการตีพิมพ์ซึ่งรวมถึงวารสารที่ตีพิมพ์ตามเวลาที่กำ หนดและหนังสือที่มีการกล่าวถึงทฤษฎีและแสดงผลการศึกษาเชิงประจักษ์ที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อที่ทำการศึกษา
Levy & Ellis,2006 ได้กล่าวว่าการทบทวนวรรณกรรมเป็นการใช้กระบวนการทางความคิดที่ปรากฏอยู่ในวรรณกรรมนั้นเพื่อสนับสนุนวิธีการที่เฉพาะสำหรับหัวข้อวิจัยการเลือกวิธีการวิจัย และแสดงให้เห็นว่างานวิจัยนี้ได้นำเสนอสิ่งใหม่ขึ้นมา
DIANA RIDLEY 2008 นิยามว่าการทบทวนวรรณกรรม คือ การอ้างอิงงานวิจัยและทฤษฏีของนักวิจัยท่านอื่นที่เกี่ยวข้องในสาขาวิชาหรือเรื่องนั้นๆที่สนใจศึกษา การทบทวนวรรณกรรม เป็นการบรรจบกันระหว่างอย่างสมบูรณ์แบบ ระหว่างแหล่งที่มาของข้อความ/ข้อมูล(text) ที่ผู้วิจัยนำมาใช้และแสดงจุดยืนของผู้วิจัย ตลอดจนงานวิจัยนั้นๆ ท่ามกลางแหล่งข้อมูลอื่นๆ
องอาจ นัยพัฒน์,2554 ได้กล่าวว่าการทบทวนวรรณกรรม หมายถึง การะบวนการสืบค้นหา ศึกษา ทบทวน และเขียนข้อสรุปผลงานทางวิชาการที่กระทำมา ในอดีตและปัจจุบันต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการปัญหาการวิจัย
จักรกฤษณ์ วังราษฎร์, การทบทวนเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง หมายถึง การค้นคว้าศึกษารวบรวมและทบทวนผลงานทางวิชาการ เช่น ผลงานวิจัย บทความเอกสารทางวิชาการและตำราที่เกี่ยวข้องกับเรื่องหรือประเด็นที่ทำการวิจัย เพื่อประเมินประเด็น แนวความคิด ระเบียบวิธีการวิจัย ข้อสรุป ข้อเสนอแนะจากผลงานวิจัยหรือเอกสารสิ่งพิมพ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อหรือประเด็นของปัญหาของการวิจัยก่อนที่จะลงมือท าการวิจัยของตนเองและในบางครั้งอาจมีการทบทวนเพิ่มเติมหลังจากที่ได้ลงมือทำไปบ้างแล้ว
2. วัตถุประสงค์ของการการทบทวนวรรณกรรมและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง จักรกฤษณ์ วังราษฎร์
คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
1. เพื่อเลือกหัวข้อในการจัดทำโครงงาน การทบทวนเอกสารทางวิชาการที่เกี่ยวข้อง ซึ่งได้มีผู้อื่นทำไว้และทำการเผยแพร่แล้วไม่ทางใดทางหนึ่ง เพื่อเป็นการสำรวจข้อมูลเบื้องต้นจะนำไปสู่การกำหนดกรอบความสนใจของผู้จัดทำโครงงาน และเป็นการเลือกปัญหาในการจัดทำโครงงานได้ตรงจุดมากยิ่งขึ้น ในระยะแรกเริ่มนั้นผู้จัดทำโครงงานอาจพบกับความสับสนหรือมองไม่เห็นแนวทาง จำเป็นต้องศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้องกับปัญหานั้น เพื่อให้เกิดความกระจ่างในปัญหานั้นๆ เสียก่อนเมื่อทราบรายละเอียดทิศทางขึ้นมาบ้างแล้วก็สามารถที่จะดำเนินการทำโครงงานในปัญหาที่สนใจ และใช้เป็นแนวทางในการตัดสินใจกำหนดหัวข้อของโครงงานต่อไปได้
2. เพื่อบ่งบอกสถานภาพของการวิจัยของปัญหาการวิจัยหนึ่งๆ
2.1 “อะไร”การทบทวนวรรณกรรมและเอกสารทางวิชาการ จะทำให้ทราบว่า จากโครงงานหรืองานวิจัยที่ผ่านมานั้นมีการศึกษาตัวแปรอะไรบ้าง ทั้งตัวแปรอิสระ และตัวแปรตาม ในขอบเขตของปัญหาหรือประเด็นนั้นๆ ผลลัพธ์ที่ได้มีความสำคัญหรือผลลัพธ์ที่ได้เป็นอย่างไร ผลลัพธ์พบความสัมพันธ์อย่างไรระหว่างของตัวแปรที่ทำการศึกษา เหล่านั้น และผลลัพธ์ที่ได้มีความสอดคล้องกันหรือขัดแย้งกันอยู่มากน้อยเพียงใด จากข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้ผู้จัดทำโครงงานสามารถคัดเลือกตัวแปรอิสระและตัวแปรตามที่ไม่ซ้ำซ้อน และสามารถกำหนดตัวแปรที่ยังไม่ได้รับการศึกษาเพิ่มเติมได้อย่างเหมาะสม
2.2 “อย่างไร” การทบทวนวรรณกรรมและเอกสารทางวิชาการ จะทำให้ทราบว่า โครงงานหรืองานวิจัยแต่ละเรื่องมีวิธีการดำเนินการหรือเทคนิคอย่างไร ในโครงงานนั้นเป็นโครงงานประเภทใดเป็นโครงงานประเภททดลอง หรือโครงงานประเภทสิ่งประดิษฐ หรือโครงงานประเภททฤษฎี โครงงานประเภททดลอง มีวิธีการอย่างไร วิธีการและเครืองมือในการแก้ไขปัญหามีความน่าเชื่อถือมากน้อยเพียงใด มีจุดเด่นจุดด้อยอย่างไร และเครื่องวัดเป็นอย่างไร
2.4 “เมื่อใด” การทบทวนวรรณกรรมและเอกสารทางวิชาการ จะทำให้ทราบว่า โครงงานหรืองานวิจัยเรื่องหนึ่งๆ ได้ถูกศึกษามาแล้วเมื่อใดบ้าง มีการเปลี่ยนแปลงอะไรที่แปลกใหม่อันเป็นผลให้มีโครงงานหรือมีการวิจัยมากขึ้นอีกในภายหลัง
2.5 “ที่ไหน”การทบทวนวรรณกรรมและเอกสารทางวิชาการ จะทำให้ทราบว่า พื้นที่หรือสถานที่ที่เคยมีการวิจัยเรื่องที่เกี่ยวข้อง การทราบว่าได้วิจัยเกี่ยวกับที่ไหนจะช่วยให้ขอบเขตในการนำมาใช้ครอบคลุมที่อื่นๆ ด้วยซึ่งปัญหาการวิจัยบางประเภทการทราบว่ามีงานวิจัยใดศึกษา “ที่ไหน” อาจมีความสำคัญมากในการนำผลการวิจัยมาใช้เพื่อเป็นแนวทางในการวางแผนการวิจัยที่จะศึกษาได้อย่างเหมาะสม
3. เพื่อประเมินเบื้องต้นถึงความสำเร็จของงานวิจัย หากพบว่าโครงงานหรืองานวิจัยเรื่องใดๆ ที่เคยมีผู้ทำไว้ประสบความล้มเหลว ผลที่สรุป ไม่แน่ชัดหรือขัดแย้งกันมาก อาจไม่เหมาะที่จะทำการวิจัยในแนวเก่าต่อไปควรจะคิดหาแนวทางใหม่ในเรื่องนั้นที่จะทำให้เกิดผลดีทางการศึกษาวิจัย และมีประโยชน์ช่วยให้เกิดความเข้าใจประเด็นทางทฤษฎีมากขึ้นหรือเกิดประโยชน์ในทางนำผลลัพธ์ไปใช้ในทางปฏิบัติจริงได้มากขึ้น
