แนวทางการคัดเลือกหัวข้อโครงงานด้านการจัดการงานก่อสร้าง

ในการกำหนดประเด็นปัญหาการทำโครงงานสำหรับผู้ที่เริ่มต้นนั้น ในเบื้องต้นควรแบ่ง ออกเป็น 2 ด้านคือ มุมมองทางด้านเทคนิค (technical aspect) และมุมมองทางด้านการจัดการ (management aspect) ในการเลือกหัวข้อเพื่อการจัดทำโครงงานด้านการจัดการงานก่อสร้างนั้น อาจจะเลือกจากหัวข้อย่อยหรือในเนื้อหาสาระของของปัญหาที่หน้างานจริงหรือการอ่ายงานวิจัย หรือจากหนังสือด้านการจัดการงานก่อสร้าง ต่ควรเลือกเฉพาะหัวข้อมาก่อน หรือหัวข้ออื่นๆ ที่สนใจ และมีความถนัดอยู่แล้วก็ได้ แล้วจะนำหัวข้อที่สนใจหรือประเด็นย่อยที่สนนั้น ทำการศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้องก่อนเพื่อค้นหาหัวข้อโครงงานที่ยังไม่มีผู้จัดทำโครงงานท่านอื่นหาคำตอบหรือแก้ไขปัญหานั้นได้ จากนั้นจึงนำหัวข้อโครงงานที่เลือกไว้แล้วทำการตั้งชื่อโครงงาน สุดท้ายจะเป็นการนำเสนอต่ออาจารย์ที่ปรึกษาเพื่อตรวจสอบความถูกต้องและวางแผนการจัดทำโครงงานร่วมกันต่อไป แสดงดังภาพที่ 3.2  กรณีอ่านหนังสือเพื่อทางการคัดเลือกหัวข้อโครงงานด้านการจัดการงานก่อสร้าง

ภาพที่ 3.2 แสดงความสัมพันธ์ของขั้นตอนและกระบวนการคัดเลือกหัวข้อโครงงาน (กรณีอ่านหนังสือ)

จากภาพที่ 3.2 แสดงให้เห็นความสัมพันธ์ของขั้นตอนและกระบวนการคัดเลือกหัวข้อโครงงาน เริ่มตั้งแต่นักศึกษาทำความเข้าใจถึงเนื้อหาสา ระของหนังสือในแต่ละบทย่อยๆ ไปจนถึงการตั้งซื่อโครงงาน การเลือกหัวข้อโครงงานที่ดีและตั้งซื่อโครงงานด้านการจัดการงานก่อสร้างนั้นมีลำดับความสัมพันธ์ที่ชัดเจน นักศึกษาและผู้จัดทำโครงควรยึดถือปฏิบัติเพื่อให้นักศึกสามารถจะจัดกระบวนการและวางแผนการจัดทำโครงงานได้เหมาะกับเวลา

การเลือกหัวข้อโครงงานที่นักศึกษาจะทำเพื่อประกอบการสำเร็จการศึกษานั้น ซึ่งแท้จริงแล้วคล้ายกับการเลือกหัวข้อวิจัย โดยที่หัวข้อวิจัย (Research Topic) เป็นการเรียกชื่องานวิจัยแบบกว้างๆ ตามแนวทาง สาระเนื้อหา หรือแกนของเรื่องวิจัย ส่วนชื่อเรื่องวิจัย (Research Title) คือชื่อ (จริง) ที่เป็นทางการของเรื่องที่ทำการวิจัย นั้นเอง

ปัญหาการวิจัย (Research Problem) หมายถึง ประเด็นข้อสงสัยหรือข้อคำถามที่ผู้วิจัยต้องทำการวิจัยเพื่อหาคำตอบที่ถูก ต้องและตรงกับสภาพความเป็นจริงที่สุด (พันธณีย์ วิหคโต, 2549:30)

เกณฑ์ในการเลือกหัวข้อโครงงาน

          รศ.ดร.ภญ. กัญญดา  อนุวงศ์ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และรศ.ดร. ชฎา ณรงค์ฤทธ์ ภาควิชาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร และ ศรีสุดา คล้ายคล่องจิตร คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และคณะกรรมการฝึกอบรมและสอบความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรมสาขา เวชศาสตร์ครอบครัว ราชวิทยาลัยแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวแห่งประเทศไทย ได้ให้ข้อคิดในการเลือกหัวข้อที่จะทำวิจัยซึ่งสอดคล้องกับเกณฑ์ในการเลือกหัวข้อเพื่อจัดทำโครงงานดังนี้

1. เลือกหัวข้อโครงงานตรงกับประสบการณ์  และความถนัดของผู้จัดทำโครงงาน ควรเลือกเรื่องที่ตนเองสนใจมากที่สุด และควรเป็นเรื่องที่ไม่ยากจนเกินไป ดังนั้นผู้วิจัยจึงต้องสำรวจตัวเอง (self Surveying) ว่ามีความสามารถ ความถนัดและพื้นฐานการศึกษาด้านใด (ability, skill, and academic background (knowledge)  และมีความสนใจด้านใด ควรเลือกหัวข้อหัวข้อโครงงานจากความสนใจของตนเองเป็นที่ตั้ง ไม่ว่าหัวข้อที่จะทำหัวข้อโครงงานมีความสำคัญมากน้อยเพียงใด และกำลังอยู่ในความสนใจของคนทั่วไปหรือไม่ หากผู้ที่จะทำโครงงานไม่มีความสนใจในหัวข้อนั้นๆ ก็ไม่ควรที่จะทำในหัวข้อนั้น เพราะหัวข้อโครงงานจำนวนมากไม่สามารถลุล่วงไปได้ด้วยดีด้วยเหตุผลเดียวคือ ผู้จัดหัวข้อโครงงานไม่มีความสนใจอย่างแท้จริง เลือกปัญหาที่ตรงกับความสามารถ และความถนัดของตนเอง ควรเป็นเรื่องที่ตนเองมีพื้นฐานความรู้อยู่บ้างแล้ว และไม่ควรเลือกหัวข้อที่ตนเองไม่มีความรู้หรือไม่ถนัด เพราะจะทำความเข้าใจในปัญหาไม่ดีพอสุดท้ายก็อาจจะไม่สามารถทำวิจัยต่อไปได้

2.  เลือกหัวข้อโครงงานที่มีความสำคัญ ควรหัวข้อโครงงานที่มีความสำคัญ และนำไปใช้ปฏิบัติหรือสร้างแนวองค์ความรู้ใหม่ๆ ขึ้นได้ เพราะหัวข้อที่มีความสำคัญสามารถเพิ่มความรู้แก่ผู่อ่าน และเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหา อีกทั้งยังเป็นประโยชน์ในทางปฏิบัติงานต่อไป

3.  เลือกหัวข้อโครงงานที่ไม่ซ้ำซ้อนกับหัวข้อโครงงานอื่นๆ ในด้านประเด็นปัญหา พื้นที่ศึกษา และวิธีการศึกษา ผู้จัดทำโครงงานต้องตรวจสอบความรู้จากที่ได้มีผู้ศึกษาไว้ โดยการศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้องให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

4. หัวข้อโครงต้องอยู่ในวิสัยที่จะทำโครงงานได้ ผู้จัดทำโครงงานมีความสามารถ และทรัพยากรในการทำโครงงานไม่ว่าจะเป็นเรื่องใดก็ตาม เช่น ค่าใช้จ่าย เสียเวลา และกำลังแรงงาน ดังนั้น ในการตัดสินใจว่าจะทำการโครงงานในหัวข้อใดจะต้องคำนึงถึงว่า หัวข้อนั้นมีความสำคัญมากน้อยในระดับเพียงใด ทั้งในตัวของมันเอง และเมื่อเปรียบเทียบกับหัวข้ออื่นๆ อาจมีความสำคัญน้อยกว่า