การพัฒนาศักยภาพของกิจการขึ้นอยู่กับข้อมูลทางการเงินที่เชื่อถือได้ ซึ่งฝ่ายบริหารของกิจการต้องการข้อมูลที่ทันต่อเวลามีการจำลองผลของกลยุทธ์โดยการคาดการณ์ในสภาวะความผันผวนของตลาดและเศรษฐกิจเพื่อใช้ในการตัดสินใจ จึงกล่าวได้ว่านักบัญชีเพื่อการจัดการขั้นสูงเป็นพัทธมิตรทางธุรกิจ เป็นส่วนหนึ่ของทีมที่จะทำให้องค์กรเกิดคามสำเร็จและการเติบโต โดยการสร้างข้อมูลเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจของผู้จัดการและพนักงานภายในองค์กร
การบัญชีเพื่อการจัดการขั้นสูงเกิดจากการผสมผสานของกระบวนการทางการบัญชีการเงิน การบัญชีต้นทุน การควบคุมภายใน เทคนิคการแก้ปัญหา การวิเคราะห์ และการใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์เพื่อการประมวลผลข้อมูล ทำให้สารสนเทศที่ผู้บริหารระดับสูงได้รับนั้นมีความถูกต้องและรวดเร็ว โดยนำไปใช้ในการประเมินสาเหตุและผลกระทบของต้นทุนและรายได้ที่เปลี่ยนแปลงไป ส่งผลให้ผู้บริหารระดับสูงสามารถตัดสินใจเลือกทางเลือกหรือกลยุทธ์ที่เหมาะสมที่สุด และก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่องค์กรในระยะยาวและอย่างยั่งยืน
การบัญชีเพื่อการจัดการขั้นสูงให้สารสนเทศเพื่อการตัดสินใจแก่ผู้บริหารระดับสูงในองค์กร โดยมีวัตถุประสงค์ที่สำคัญ 3 ประการคือ
- ระบุปัญหาที่สำคัญและมีผลกระทบอย่างมากในระยะยาวต่อองค์กร
- รวบรวมข้อมูลเพื่อนำไปใช้ตัดสินใจเชิงกลยุทธ์
- การแก้ปัญหาเชิงกลยุทธ์
- ระบุปัญหาที่สำคัญและมีผลกระทบอย่างมากในระยะยาวต่อองค์กร ทำการระบุปัญหาพร้อมทั้งโอกาสที่จะเกิดผลกระทบต่อการดำเนินงานของกิจการ ทั้งที่เกิดจากภายในองค์กรและภายนอกกิจการ ซึ่งผู้บริหารระดับสูงมุ่งเน้นเรื่องที่มีผลกระทบอย่างมากในระยะยาวต่อองค์กร การบัญชีเพื่อการจัดการขั้นสูงจะช่วยระบุปัญหาที่สำคัญและเรื่องที่ควรสนใจ อีกทั้งกระตุ้นเตือนให้ผู้บริหารระดับสูงได้เห็นโอกาสที่จะเพิ่มมูลค่าให้แก่องค์กรด้วย ดังนั้นการบัญชีเพื่อการจัดการขั้นสูงจึงเป็นการกำหนดหรือระบุปัญหาที่สำคัญและเป็นเรื่องที่ควรตัดสินใจให้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง
- รวบรวมข้อมูลเพื่อนำไปใช้ในการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ การรวบรวมข้อมูลและการรายงานที่นำเสนอต่อผู้บริหารระดับสูงเกี่ยวกับผลการดำเนินงานขององค์กร และการนำกลยุทธ์ไปสู่การปฏิบัตินั้นประสบผลสำเร็จ มีปัญหาอุปสรรค หรือประสบความล้มเหลวหรือไม่ อย่างไร
การบัญชีเพื่อการจัดการขั้นสูงช่วยให้ข้อมูลเพื่อการวางแผนเชิงกลยุทธ์ การรวบรวมข้อมูลที่เกิดขึ้นจริง แล้วนำเสนอข้อมูลจริงเปรียบเทียบกับงบประมาณที่วางไว้ เพื่อการควบคุมและการประเมินผลการตัดสินใจ และนำไปสู่การให้รางวัลผลตอบแทนหรือการลงโทษ ตลอดจนการปรับปรุงแก้ไขอย่างต่อเนื่อง
- 3. การแก้ปัญหาเชิงกลยุทธ์ ผู้บริหารและพนักงานทุกระดับรวมทั้งผู้บริหารระดับสูงในองค์กรมีหน้าที่ในการตัดสินใจหรือแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นหรือกำลังจะเกิดขึ้น กระบวนการตัดสินใจมี 4 ขั้นตอนดังนี้
- การระบุหรือการกำหนดปัญหา
- การระบุวัตถุประสงค์หรือเกณฑ์ในการตัดสินใจ
- การระบุและการวิเคราะห์ทางเลือกที่เป็นไปได้
- การตัดสินใจเลือกทางเลือกที่ดีที่สุด
ตัวอย่าง บริษัท ลีลาคอฟฟี่ จำกัด เปิดบริการร้านกาแฟพร้อมทั้งจำหน่ายกาแฟคั่วบด โดยลูกค้าส่วนใหญ่นิยมนั่งดื่มที่ร้าน ทางร้านมีความต้องการที่จะเพิ่มทางเลือกและเป็นการสนับสนุนการดื่มกาแฟโดยการเสริฟ์ขนมควบคู่ไปด้วย ซึ่งเกณฑ์ในการตัดสินใจคือการได้มาซึ่งขนมที่มีคุณภาพโดยต้นทุนหรือการลงทุนมีมูลค่าต่ำที่สุด โดยทางเลือกประกอบด้วยการผลิตเอง และการซื้อจากภายนอกกิจการ ดังนั้นจึงต้องวิเคราะห์ข้อมูลแต่ละทางเลือก 1) การผลิตขนมเอง ซึ่งต้องมีการก่อตั้งแผนกผลิตขนม การจ้างแรงงาน การลงทุนในเครื่องมือ วัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต ความเชี่ยวชาญของกิจการในการผลิตขนม การคำนวณต้นทุนต่อชิ้น 2) ซื้อจากภายนอก โดยการคัดสรรร้านที่สามารถผลิตขนมตามที่กิจการต้องการโดยเน้นคุณภาพ ต้นทุนต่อชิ้น การต่อรองราคา และเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง จากนั้นจึงนำข้อมูลของทั้งสองทางเลือกมาเปรียบเทียบกันอีกทั้งพยาการณ์ความต้องการสินค้านี้ในอนาคต เพื่อทำการตัดสินใจเลือกทางเลือกที่ดีที่สุด
