กรณีสภาผู้นำในการขับเคลื่อนชุมชนบริหารจัดการตนเองขององค์การบริหารส่วนตำบลผักไหม อำเภอห้วยทับทัน จังหวัดศรีสะเกษ

เมื่อปี พ.ศ. 2560 องค์การบริหารส่วนตำบลผักไหม อำเภอห้วยทับทัน จังหวัดศรีสะเกษ ได้พัฒนาศักยภาพทุนท้องถิ่นด้วย แนวคิดสภาผู้นำในการขับเคลื่อนผักไหมชุมชนบริหารจัดการตนเอง พัฒนาบุคลากรองค์การบริหารส่วนตำบลผักไหม เป็นพี่เลี้ยง 20 คน ที่มีสมรรถนะในการหนุนเสริมชุมชน 17 หมู่บ้าน 1,230 ครัวเรือน 6,459 คน( พ.ศ. 2560) ผ่านสภาผู้นำ 626 คน ซึ่งสมาชิกสภาผู้นำชุมชน  มาจากกรรมการหมู่บ้าน(กม.) เป็นสมาชิกโดยตำแหน่ง ประชาคม เสนอชื่อและสมัครใจเข้าร่วม จากทุกกลุ่ม เช่น กลุ่มอาชีพ กลุ่มสตรี อสม. เยาชน ปราชญ์ จิตอาสา ผู้นำทางศาสนา และแบ่งบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบตามความสามารถที่ขับเคลื่อนชุมชนด้วย กลไกสภาผู้นำ บริหารจัดการชุมชนด้วยการชวนชุมชน ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมเก็บข้อมูล ร่วมติดตามประเมินความสำเร็จ สื่อสารประชาสัมพันธ์ และแก้ไขปัญหาในการขับเคลื่อนชุมชนอย่างมีส่วนร่วม

จากสถานการณ์ของชุมชนตำบลผักไหมพบว่าในชุมชนมีปัญหาอยู่ 4 มิติ ซึ่งปัญหาในแต่ละมิตินั้น เชื่อมโยงและกระทบกัน ได้แก่ (1) มิติสังคม พบปัญหาคนในชุมชนมีความแตกแยก มีความเห็นต่าง และขาดการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการชุมชนของตนเอง (2) มิติเศรษฐกิจ พบปัญหารายได้ของคนชุมชนในชุมชนไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่าย เนื่องจากหลายปัจจัยเช่น การทำการเกษตรที่ลงทุนสูงแต่ผลตอบแทนน้อย (3) มิติสิ่งแวดล้อม พบปัญหาปริมาณขยะมีจำนวนมาก ขาดการจัดการขยะที่เหมาะสม และ (4) มิติสุขภาพ พบปัญหาว่าประชาชนเป็นโรคพิษสุราเรื้อรัง ซึ่งโรคพิษสุราเรื้อรังนี้ยังไปกระทบให้เกิดปัญหาการทะเลาะวิวาทในชุมชนด้วย นอกจากนั้นยังพบปัญหาสุขภาพอื่นด้วย เช่น โรคเบาหวาน โรคอ้วน เป็นต้น ซึ่งสภาพปัญหาในแต่ละมิติที่พบนั้นขาดการจัดการในระดับชุมชน เนื่องจากชุมชนไม่ได้เล็งเห็นความสำคัญของปัญหา ทั้งที่เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในชุมชนและกระทบกับคุณภาพชีวิตประชาชนในพื้นที่อย่างมาก และประชาชนในชุมชนยังขาดความร่วมมือเพื่อวางแผนกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาเหล่านั้นร่วมกัน ไม่เพียงเท่านั้นองค์การบริหารส่วนตำบลผักไหม ซึ่งมีภารกิจหน้าที่ในการส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชน ก็ยังขาดบุคลากรที่มีความรู้และทักษะที่จะหนุนเสริมให้เกิดชุมชนที่มีความเข้มแข็งด้วย

องค์การบริหารส่วนตำบลผักไหมจึงได้พัฒนาศักยภาพบุคลากร จำนวน 20 คน ที่มาจากหลากหลายตำแหน่ง ทุกสำนัก/กอง เช่น หัวหน้าสำนักปลัด นักวิเคราะห์นโยบายและแผน นักจัดการ/ผู้ช่วยนักจัดการงานทั่วไป นิติกร เจ้าพนักงานธุรการ ผู้ช่วยนักวิชาการศึกษา ผู้ช่วยนักพัฒนาชุมชน ผู้ช่วยเจ้าพนักงานสาธารณสุข ครูศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก เป็นต้น ให้สามารถทำงานในหน้าที่นักพัฒนาชุมชน เรียกว่า พี่เลี้ยง โดยมีสมรรถนะในการหนุนเสริมชุมชน ด้วยการถ่ายทอดความรู้และเรียนรู้ร่วมกันกับสภาผู้นำชุมชน ในการขับเคลื่อนชุมชน ด้วยกลไกสภาผู้นำ ภายใต้ความเชื่อมั่นว่า สมาชิกสภาผู้นำชุมชนมีศักยภาพ และมีความต้องการที่จะพัฒนา เป็นชุมชนเข้มแข็ง บริหารจัดการตนเองในทุกมิติ

ทั้งนี้ การดำเนินงานในลักษณะที่ให้บุคลากรในสังกัดของหน่วยงาน ไปทำหน้าที่พี่เลี้ยงหนุนเสริมทั้งตำบลซึ่งมีทั้งหมด 17 หมู่บ้าน (พี่เลี้ยง 1 คน รับผิดชอบ 1 หมู่บ้าน) ในรูปแบบการจัดการชุมชนโดย “สภาผู้นำชุมชน” เป็นการดำเนินงานที่ไม่ซ้ำกับหน่วยงานประเภทองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นด้วยกัน และไม่ใช่การดำเนินงานตามคำสั่งเชิงนโยบายของภาครัฐหรือผู้กำกับดูแล อีกทั้งยังเป็นความคุ้มค่าในด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลในการดึงสมรรถนะของบุคลากรมาใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการทำงานเพื่อพัฒนาท้องถิ่น โดยมีภาคีเครือข่ายร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาชุมชน ดังนี้

1. หน่วยงานสาธารณสุข ได้แก่ (1) สาธารณสุขอำเภอห้วยทับทัน (2) โรงพยาบาลชุมชนห้วยทับทัน (3) รพ.สต.บ้านผักไหมใหญ่ (4) รพ.สต.ห่องน้อย ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาด้านสุขภาวะ สนับสนุน ความรู้ ข้อมูลชุมชนเกี่ยวกับสุขภาพ ร่วมติดตามความเปลี่ยนแปลงของชุมชนในเชิงวิชาการที่เกี่ยวกับการสาธารณสุข และร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันระหว่างชุมชน องค์การบริหารส่วนตำบลผักไหม และหน่วยงานสาธารณสุข

2. หน่วยงานปกครอง ได้แก่ (1) อำเภอห้วยทับทัน ทำหน้าที่หนุนเสริมพลัง ให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในฐานะประธานสภาผู้นำชุมชน และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ในการขับเคลื่อนชุมชนด้วยกลไกสภาผู้นำ และให้นำเสนอความก้าวหน้าการขับเคลื่อนชุมชนด้วยสภาผู้นำในที่ประชุมประจำเดือนกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน

3. สภาผู้นำชุมชนบ้านสำโรง จังหวัดสุรินทร์ เป็นแหล่งเรียนรู้ต้นแบบ และฝึกปฏิบัติ การขับเคลื่อนชุมชนด้วยกลไกสภาผู้นำชุมชน ให้กับสภาผู้นำชุมชน และพี่เลี้ยง

4. หน่วยจัดการพื้นที่ชุมชนน่าอยู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พัฒนาศักยภาพบุคลากร ในชุดความรู้ และทักษะ ให้มีสมรรถนะการเป็นพี่เลี้ยง

5. สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) พัฒนาสมรรถนะพี่เลี้ยง ชุดความรู้และทักษะ ในการหนุนเสริมชุมชน ให้คำปรึกษา แนะนำชุมชน  และเป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของพี่เลี้ยงชุมชน สนับสนุนงบประมาณในการพัฒนาพี่เลี้ยง และชุมชน

สำหรับการขับเคลื่อนงานพัฒนาท้องถิ่นโดยใช้กลไกสภาผู้นำชุมชน ที่องค์การบริหารส่วนตำบลผักไหม ได้หนุนเสริม และขับเคลื่อนร่วมกับชุมชน ทั้ง 17 หมู่บ้าน นั้น โดยมุ่งหวังให้เกิดชุมชนที่สามารถจัดการปัญหาต่าง ๆ หรือจัดการชุมชนได้ด้วยตนเอง โดยการจัดตั้ง สภาผู้นำชุมชน และมีการสร้างการมีส่วนร่วมในระดับครัวเรือน ระดับชุมชน ในการจัดการข้อมูล สร้างกฎ กติกาข้อบังคับในหมู่บ้านของตนเอง ร่วมกัน และมีการใช้กฎกติการ่วมกัน ปรับแก้ไข ให้สามารถขับเคลื่อนในการทำงานไปได้ เพื่อแก้ไขปัญหาในชุมชน ไม่ว่าจะเป็นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของคนในชุมชนที่ส่งผลกระทบต่อครอบครัว และบุคคลอื่น เช่น การลด ละ เลิก การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การลดใช้สารเคมีในนาข้าว เป็นต้น การจัดการปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ เพื่อการเตรียมความพร้อมของทั้งในมิติสุขภาพเศรษฐกิจ สังคม และสภาพแวดล้อมให้เป็นประชากรที่มีคุณภาพ สามารถพึ่งตนเองและทำประโยชน์แก่ครอบครัว ชุมชน อย่างเป็นธรรมและทั่วถึง และเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันทางปัญญาให้กับคนในชุมชน โดยกระบวนการการจัดทำแผนชุมชน  ซึ่งการจัดทำแผนชุมชนถือเป็นเครื่องมือในการแก้ไขปัญหาของชุมชนอย่างเป็นระบบด้วยการพึ่งพาตนเอง โดยแผนชุมชนเกิดจากการนำสถานการณ์ปัญหาที่สำคัญของชุมชน เช่น ปัญหาการใช้สารเคมีในนาข้าว ปัญหาจำนวนผู้ดื่มสุราในชุมชน ปัญหาเรื่องการจัดการขยะ/ความสะอาด/ความเป็นระเบียบในชุมชน ฯลฯ นำข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในสถานการณ์ปัญหาเหล่านี้มารวบรวมประมวลผล และคืนข้อมูลสู่ชุมชน เพื่อร่วมกันวางแผนแก้ไขปัญหาต่อไป ทั้งนี้แผนชุมชนมี แบ่งการดำเนินการจัดทำโครงการหรือกิจกรรม ออกเป็น 3 ลักษณะ คือ “ทำเอง” “ทำร่วม” และ “ทำขอ” จัดเรียงลำดับความสำคัญของโครงการ/กิจกรรม ตามความสำคัญและความจำเป็น เร่งด่วน โดยในปีแรกให้เลือกปัญหาที่มีสถานการณ์รุนแรง และส่งผลกระทบต่อชุมชนมากที่สุด ซึ่งต้องคำนึงถึงความพร้อม และความต้องการของชุมชนในการแก้ไขปัญหาด้วย จากนั้นองค์การบริหารส่วนตำบล ก็จะนำโครงการที่มาจากแผนชุมชนดังกล่าว มาบรรจุไว้ในแผนพัฒนาท้องถิ่น เพื่อนำมาจัดทำข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี เพื่อพัฒนาและแก้ไขปัญหาของชุมชนที่ต้องทำร่วม หรือต้องทำให้ ตามที่แผนชุมชนระบุ และตามความต้องการของประชาชน ภายใต้ระเบียบกฎหมายของท้องถิ่นที่สามารถดำเนินการได้ และประสานแผนพัฒนาท้องถิ่น โดยจัดส่งบัญชีประสานโครงการพัฒนาของ อบต. ที่เกินศักยภาพไปยังโครงการพัฒนาของ อบจ. และเสนอคณะกรรมการประสานแผนฯ ระดับอำเภอ เพื่อประสานแผนพัฒนาท้องถิ่น และประสานแผนพัฒนาจังหวัด หรือหน่วยงานอื่น ๆ ต่อไป

จากการดำเนินงานการขับเคลื่อนงานพัฒนาท้องถิ่นโดยใช้กลไกสภาผู้นำชุมชน ที่องค์การบริหารส่วนตำบลผักไหม ได้หนุนเสริมทำให้เกิดประโยชน์ที่ได้รับดังนี้

 1) บุคลากรองค์การบริหารส่วนตำบลผักไหมเป็นพี่เลี้ยงชุมชน จำนวน 20 ราย ได้รับการพัฒนาศักยภาพ ด้านทักษะ เช่น การลงพื้นที่เก็บข้อมูลและออกแบบเก็บข้อมูลชุมชน การคิดวิเคราะห์ การติดตามให้คำปรึกษา การประสานงาน การพูดในที่ชุมชน ด้านความรู้ เช่น แนวคิดชุมชนน่าอยู่ วิเคราะห์สภาพปัญหาในชุมชน (ต้นไม้ปัญหา) บันไดผลลัพธ์ ติดตาม  ประเมินผลเพื่อการเรียนรู้ แผนชุมชนพึ่งตนเอง ประเมินความเข้มแข็งชุมชนในมิติต่างๆ ซึ่งทักษะและความรู้ที่บุคลากรได้นั้น นำไปประยุกต์ใช้ในการทำงานหลายด้าน เช่น การเขียนโครงการ การกำหนดตัวชี้วัด (KPI) การจัดทำแผนพัฒนาท้องถิ่น การติดตามประเมินผล การทำงานเป็นทีม และการพูดในที่ชุมชนเพื่อสื่อสารภารกิจขององค์กร เป็นต้น

 2) เกิดสภาผู้นำชุมชนในระดับหมู่บ้าน จำนวน 17 หมู่บ้าน (ครอบคลุมทั้งตำบล) ที่ขับเคลื่อนด้วยกลไกสภาผู้นำชุมชน ซึ่งมีระดับความเข้มแข็งที่แตกต่างกัน ซึ่งประเมินจากเครื่องมือตัวชี้วัดบันไดสภาผู้นำชุมชนเข้มแข็งด้วยการแนะนำให้คำปรึกษาของพี่เลี้ยง แบ่งเป็นระดับ A จำนวน 9 หมู่บ้าน ระดับ B จำนวน 6 หมู่บ้าน และระดับ C จำนวน 2 หมู่บ้านซึ่งจากข้อมูลดังกล่าวสภาผู้นำชุมชนในระดับหมู่บ้านได้ขับเคลื่อนประเด็นเพื่อแก้ไขปัญหาได้หลายอย่าง เช่น ประเด็นการลดใช้สารเคมีในนาข้าว ประเด็นการลดการดื่มสุราและสิ่งเสพติดในชุมชน เป็นต้น

 3) เกิดการพัฒนาเป็นสภาผู้นำชุมชนระดับตำบล โดยมีตัวแทนสภาผู้นำชุมชนระดับหมู่บ้านร่วมเป็นกรรมการจำนวน หมู่บ้านละ 3 คน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนให้กลไกสภาผู้นำชุมชนระดับหมู่บ้านยังคงดำเนินงานต่อเนื่อง ด้วยการร่วมกันกำหนดประเด็นวาระที่จะขับเคลื่อนร่วมกันในระดับตำบล โดยกำหนดให้มีการประชุม 2 เดือน/ครั้ง เพื่อร่วมแลกเปลี่ยน ติดตามการขับเคลื่อนชุมชนด้วยกลไกสภาผู้นำชุมชน ติดตามประเด็นวาระการขับเคลื่อนร่วมกันในระดับตำบล และรับฟังแลกเปลี่ยนปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ ในพื้นที่ตำบลผักไหม รวมทั้งแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ให้กับประชาชนในพื้นที่ผ่านกระบวนการจัดทำแผนชุมชน/แผนพัฒนาหมู่บ้าน แผนพัฒนาท้องถิ่น และเชื่อมประสานความร่วมมือกับหน่วยงาน ภาคี         เครือข่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องและประโยชน์ต่อชุมชน รวมทั้งเป็นศูนย์เรียนรู้ในการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบโดยใช้กลไกสภาผู้นำชุมชน

4) ชุมชนสามารถบริหารจัดการตนเองได้ กล่าวคือ สภาผู้นำชุมชนสามารถวิเคราะห์ปัญหาที่เกิดขึ้นภายในชุมชนอย่างน่าเชื่อถือจากข้อมูล ตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในชุมชน นำมาวิเคราะห์เพื่อกำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหาร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม นำไปสู่การจัดทำแผนชุมชนพึ่งตนเอง และใช้กลไกสภาผู้นำชุมชนในการขับเคลื่อนแผนชุมชนสู่การปฏิบัติร่วมกันของหมู่บ้านสะท้อนให้เห็นความสามารถในการบริหารจัดการชุมชนของตนเอง และความสามารถรับมือกับปัญหาที่จะเข้ามากระทบกับชุมชนของตนเองได้ในทุกมิติต่อไป

จากความสำเร็จของสภาผู้นำในการขับเคลื่อนชุมชนบริหารจัดการตนเองขององค์การบริหารส่วนตำบลผักไหม อำเภอห้วยทับทัน จังหวัดศรีสะเกษ ตามที่นำเสนอมาข้างต้นจะชี้ให้เห็นถึงปัจจัยจากการใช้ทุนท้องถิ่นในการจัดการและพัฒนาท้องถิ่นที่เกิดขึ้น ดังนี้

ประการแรก องค์การบริหารส่วนตำบลผักไหม มีการนำทุนมนุษย์ของบุคลากรในองค์การไปสร้างเสริมการพัฒนาทุนมนุษย์ในชุมชนหมู่บ้านให้เกิดกลไกสภาผู้นำชุมชนระดับหมู่บ้านที่ขับเคลื่อนงานและติดตามประเมินผล

ประการที่สอง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีการสร้างภาคีเครือข่ายร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาชุนท้องถิ่นอย่างบูรณาการในการแก้ไขปัญหาชุมชนร่วมกัน จึงนำไปสู่การจัดการปัญหาด้วยตนเอง

ประการที่สาม มีการส่งเสริมการใช้แผนชุมชนพึ่งตนเองที่ครอบคลุม ในประเด็นสังคม เศรษฐกิจ สุขภาพ และสิ่งแวดล้อม  ซึ่งเป็นกระบวนการคิดริเริ่มสร้างสรรค์และแก้ไขปัญหาสังคม เศรษฐกิจ และความเป็นอยู่ของประชาชนในระดับชุมชนหมู่บ้าน และเชื่อมโยงกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

ประการที่สี่ มีการสร้างสภาผู้นำชุมชนระดับหมู่บ้านและตำบล ซึ่งมีคณะทำงานที่มาจากตัวแทนชุมชน แบ่งบทบาทหน้าที่การทำงาน โดยมี กฎ กติกา ข้อตกลง ในการขับเคลื่อนงาน วางแผนการทำงาน ดำเนินการ ติดตาม การขับเคลื่อนงานของสภาผู้นำชุมชนในระดับหมู่บ้าน การขับเคลื่อนงานแผนชุมชนพึ่งตนเอง และนำผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลง เข้าสู่เวทีประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลผักไหม

*หมายเหตุข้อมูลนี้ได้จากการสัมภาษณ์ผู้บริหาร พนักงานเจ้าหน้าที่ และภาคีเครือข่ายในการดำเนินงานขององค์การบริหารส่วนตำบลผักไหม โดยผู้เขียน ในการตรวจประเมินรางวัลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีการบริหารจัดการที่ดี ประจำปีงบประมาณ 2564 เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2564