กรณีชุมชนแห่งความดีและความสุข ตำบลหนองสาหร่าย อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี

แนวคิดการนำทุนท้องถิ่นมาสร้างชุมชนแห่งความดีและความสุขของเทศบาลตำบลหนองสาหร่าย เป็นแนวคิดในการบริหารจัดการสถาบันการเงินชุมชนตำบลหนองสาหร่าย ซึ่งเป็นสถาบันการเงินชุมชนที่ให้บริการแก่ประชาชนใน 9 หมู่บ้านของตำบลหนองสาหร่าย อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งได้รับรางวัลคุณธรรมแห่งชาติ จากศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) จากการที่สถาบันการเงินแห่งนี้สามารถช่วยเหลือคนในชุมชนให้สามารถปลดแอกจากปัญหาหนี้สินที่มีมูลค่ารวมกว่า 100 ล้านบาท โดยใช้ “ความดี” เป็นเครื่องมือของการพัฒนาและมี “ความสุข” เป็นเป้าหมายร่วมกัน (ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน), มปป.: ออนไลน์)

จุดเริ่มต้นของแนวคิดชุมชนแห่งความดีและความสุข เนื่องจากภาพตำบลหนองสาหร่าย ในความทรงจำของคนในอดีตเต็มไปด้วยความสุข อยู่กันอย่างญาติมิตร ผู้คนมีชีวิตที่เรียบง่าย หาอยู่หากินกันได้ไม่อัตคัดขัดสน จนกระทั่งเมื่อความเจริญรุกเข้ามา พร้อมกับค่านิยมที่ต้องเร่งสร้างความมั่นคงทางการเงิน ทำให้วิถีชีวิตของชาวหนองสาหร่ายเปลี่ยนแปลงไป จนกระทั่งในปี 2548 แกนนำส่วนหนึ่งจึงชักชวนคนในตำบลหนองสาหร่ายมาพูดคุยกันอย่างจริงจังว่าจะทำอย่างไรให้สิ่งดีๆ กลับคืนมา โดยได้ใช้เวทีประชุมประจำเดือนของแต่ละหมู่บ้านทั้ง 9 หมู่บ้านในตำบลหนองสาหร่าย ในการรวบรวมความคิดเห็นของผู้นำชุมชนและชาวบ้าน จนนำไปสู่การกำหนดตัวชี้วัดของชุมชนมีเป้าหมายคือการพัฒนาคนในตำบลด้วย “ความดี” เพื่อไปสู่ “ความสุข” โดยใช้กระบวนการมีส่วนร่วมของทุกคนในตำบลซึ่งในที่สุดได้พัฒนาออกมาเป็น 23 ความดี 67 ตัวชี้วัด ได้แก่ 1) ผู้นำดี/ผู้ตามดี 2) สุขภาพดี 3) อาชีพดี 4) กลุ่มองค์กรดี 5) สวัสดิการดี 6) ครอบครัวดี 7) สามัคคีดี 8) จิตใจดี  9) มีสัจจะดี 10) เรียนรู้ดี 11) มีความกตัญญูดี 12) ปฏิบัติตามระเบียบกฎหมายดี 13) ประพฤติตนอยู่ในศีลธรรมดี 14) ประหยัด/อยู่แบบพอเพียง 15) เก็บออมดี 16) นิยมไทย ใช้ของไทย 17) วิถีชีวิตประชาธิปไตย 18) มีวินัยดี 19) ตรงเวลา 20) ละเว้นสิ่งเสพติดอบายมุข 21) มีมารยาทและวัฒนธรรมไทย 22) มีส่วนร่วมดี และ 23) สิ่งแวดล้อมดี ซึ่งทั้งหมดนี้คือความดีที่เป็นต้นทุนแห่งความสุข และโดยพื้นฐานแล้วชาวตำบลหนองสาหร่ายส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม จึงไม่มีสวัสดิการดูแลเมื่อยามเจ็บป่วย ชราภาพ พิการ และเสียชีวิต อีกทั้งปัญหาหนี้สินที่สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวชุมชนเป็นจำนวนมากทำให้เกิดแนวคิดในการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลหนองสาหร่ายขึ้น โดยบูรณาการกองทุนต่าง ๆ ในชุมชนเข้าด้วยกัน เพื่อจัดสวัสดิการให้ครอบคลุม อาทิ กลุ่มออมทรัพย์ กองทุนหมู่บ้าน สถาบันการเงิน วิสาหกิจชุมชน เป็นต้น มีเทศบาลตำบลหนองสาหร่ายซึ่งเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่สนับสนุนงบประมาณเข้ากองทุนปีละ 100,000 บาท และให้สมาชิกร่วมออมเงินสมทบเป็นรายปี (ยกเว้นสมาชิกที่พิการและด้อยโอกาสทางสังคม)นอกจากการจัดสวัสดิการตอบแทนตั้งแต่เด็กแรกเกิดใหม่ การแต่งงาน การตั้งครรภ์ ทุนการศึกษา กีฬา ทุนการประกอบอาชีพ การเจ็บป่วย ผู้พิการ ผู้ติดเชื้อ ผู้สูงอายุ และการเสียชีวิต ยังมีการจัดสรรที่ดินทำกินครอบครัวละ 2 ไร่ สำหรับผู้ที่ผ่านเกณฑ์เป็น “คนดีศรีสังคม” อีกด้วย

สำหรับหลักการในการกู้ยืมเงินของสถาบันการเงินชุมชนตำบลหนองสาหร่ายนั้น สมาชิกสามารถนำความดีทั้ง 23 ความดี 67 ตัวชี้วัด มาเป็นทุนค้ำประกันได้ โดยมีกิจกรรมการส่งเสริมการจดบันทึกความดีในรูปแบบ “ธนาคารความดี” เพื่อสะสมรวบรวมความดีของแต่ละบุคคล ความดีเหล่านี้สามารถใช้เป็นเครดิตในการกู้ยืมเงิน ซึ่งมีหลักเกณฑ์ เช่น มีความดี 4 ข้อ กู้เงินได้ไม่เกิน 20,000 บาท มีความดี 11 ข้อ กู้เงินได้ไม่เกิน 80,000 บาท โดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน มีความดี 15 ข้อ กู้เงินได้ไม่เกิน 100,000 บาท โดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกันและถ้าวงเงินกู้ไม่เกิน 10,000 บาท ไม่ต้องจ่ายค่าดอกเบี้ย  มีความดี 23 ข้อ และตัวชี้วัดรวม 67 ข้อ กู้เงินได้ไม่เกิน 300,000 บาท โดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกันและถ้าวงเงินกู้ไม่เกิน 20,000 บาท ไม่ต้องจ่ายค่าดอกเบี้ย จากการดำเนินงานของกองทุนสวัสดิการตำบลหนองสาหร่ายร่วมกับสถาบันการเงินชุมชนและธนาคารความดีส่งผลให้เกิดการพัฒนาไปสู่เป้าหมายที่ชุมชนร่วมกันกำหนดไว้ คือ “ชุมชนอยู่เย็น เป็นสุข” ซึ่งเป็นรูปธรรมเด่นชัด คือ สามารถนำไปสู่การปลดหนี้นอกระบบได้ถึง 19,300,000 บาทและสามารถสร้างระบบสวัสดิการที่เข้มแข็งและมั่นคงตั้งแต่เกิดจนตายขึ้นในตำบลหนองสาหร่าย (เครือข่ายสิ่งแวดล้อมชุมชนประเทศไทย, 2555)

นอกจากนี้ชุมชนยังเกิดการดำรงชีวิตตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง การทำเกษตรผสมผสานปลูกผักไว้กินเองไม่น้อยกว่า 7 ชนิด สามารถลดรายจ่ายของตำบลได้ปีละประมาณ 5,000,000 บาท มีการปลูกต้นไม้ มุ่งลดการใช้สารเคมีเพื่อฟื้นคืนระบบนิเวศน์ของชุมชนกลับคืนมา มีการคัดแยกขยะ นำมาทำเป็นปุ๋ยชีวภาพไม่เผาตอซังข้าวและอ้อยเพื่อสร้างอากาศที่ดีผลที่เกิดขึ้นทำให้ตำบลมีพื้นที่สีเขียวมากขึ้นมีดินอุดมสมบูรณ์ น้ำในลำคลองสะอาด กุ้งหอยปูปลากลับมา ความสุขของชุมชนก็กลับคืนมาตามเป้าหมายของการพัฒนาที่ได้วางเอาไว้

จากความสำเร็จของกรณีชุมชนแห่งความดีและความสุขตำบลหนองสาหร่ายตามที่นำเสนอมาข้างต้นจะชี้ให้เห็นถึงปัจจัยจากการใช้ทุนท้องถิ่นในการจัดการและพัฒนาท้องถิ่นที่เกิดขึ้นดังนี้

ประการแรก การจัดเวทีประชุมปรึกษาหารือกันในระดับชุมชนและในระดับตำบลที่ทำให้เกิดการรวบรวมปัญหาและความต้องการที่แท้จริงของคนในพื้นที่มากำหนดเป็นเป้าหมายการพัฒนาพื้นที่ได้ ซึ่งมีดำเนินการมาเป็นเวลากว่า 20 ปี จึงกลายเป็นทุนท้องถิ่นที่สำคัญในการสร้างพลังร่วมแรงร่วมใจกันของชาวตำบลหนองสาหร่ายในการพลิกฟื้นวิกฤติของชุมชนที่เต็มไปด้วยความทุกข์ ให้กลับมามีความสุขร่วมกันอีกครั้งบนฐานของการทำคุณงามความดี

ประการที่สอง มีการกำหนดเป้าหมายการพัฒนาพื้นที่ร่วมกันโดยใช้ “ความดี” ไปสู่ “ความสุข” ซึ่งกลายมาเป็นยุทธศาสตร์การบริหารจัดการพื้นที่ตำบลหนองสาหร่ายร่วมกันทุกภาคส่วนอย่างบูรณาการกัน ปัจจัยประการที่สาม คือ การที่ผู้นำชุมชนท้องถิ่นที่มีความเสียสละ มีความเข้าใจปัญหาอย่างถ่องแท้ และมีความมุ่งมั่นตั้งใจอย่างแน่วแน่ในการแก้ไขปัญหา พร้อมกับการรวบรวมผู้นำที่มีจิตอาสามาเป็นสภาผู้นำองค์กรชุมชนตำบลหนองสาหร่ายที่ใช้ชื่อว่า สภา 79 หรือสภาคุณธรรมซึ่งประกอบด้วยผู้นำจากภาคส่วนต่างๆในระดับตำบลที่เป็นแบบอย่างในการยึดมั่นความดีและสร้างความสุขให้เกิดขึ้นในชุมชนตำบลหนองสาหร่ายอย่างยั่งยืน

เอกสารอ้างอิง

เครือข่ายสิ่งแวดล้อมชุมชนประเทศไทย. (2555). ชุมชนตำบลหนองสาหร่าย จังหวัดกาญจนบุรี สืบค้นจาก

ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) (มปป.) ชุมชนตำบลหนองสาหร่าย ชุมชนแห่งความดีและความสุข, สืบค้น

จาก  https://dl.moralcenter.or.th/images/sufficient/7.pdf