ในการบริหารงานทั้งภาครัฐและเอกชนให้ประสบความสำเร็จและมีประสิทธิภาพ ผู้บริหารการเปลี่ยนแปลงควรมีสมรรถนะที่สำคัญ 8 ประการ (Quinn, 2009) ดังนี้
1) สมรรถนะการเป็นพี่เลี้ยง (mentor) ผู้บริหารควรเป็นผู้นำที่มีความเอื้ออาทรความห่วงใยในการแนะนำ การสอนงานให้กับลูกน้องหรือผู้ใต้บังคับบัญชาในหน่วยงาน ด้วยความเมตตา ความเข้าใจ ความเห็นอกเห็นใจ โดยต้องมีสมรรถนะมีความเข้าใจในตนเองและผู้ร่วมงานเป็นอย่างดี มีความสามารถในการอธิบาย สั่งงาน ติดต่อสื่อสารในการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและเข้าใจในเป้าหมายของหน่วยงาน
2) สมรรถนะการเป็นผู้อำนวยความสะดวก (facilitator) มีลักษณะเป็นสมรรถนะเกี่ยวกับการเป็นผู้บริหารจัดการทีมงานที่ดี เปิดโอกาสให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ และมีความสามารถในการบริหารจัดการความขัดแย้งได้ดี เพื่อให้เกิดความเชื่อถือความไว้วางใจ สร้างบรรยากาศที่ดีในการทำงานและสร้างความร่วมมือในการทำงานร่วมกัน
3) สมรรถนะการเป็นผู้ติดตาม กำกับ ตรวจสอบผลการปฏิบัติงาน (monitor) กล่าวคือ สามารถ ติดตาม กำกับ ตรวจสอบผลการปฏิบัติงานของผู้ใต้บังคับบัญชาและผู้ร่วมงานได้อย่างสม่ำเสมอ ด้วยการใช้ข้อมูลอย่างเป็นเหตุเป็นผล ข้อมูลมีหลักฐานเชิงประจักษ์เชื่อถือได้ รวมถึงมีการใช้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ เพื่อรักษามาตรฐานการกำกับ ติดตาม และตรวจสอบการปฏิบัติงานได้เป็นอย่างดี
4) สมรรถนะการเป็นผู้ประสานงาน (coordinator) คือ สมรรถนะในการบริหารโครงการต่างๆได้เป็นอย่างดี สามารถประสานความร่วมมือในการออกแบบระบบการทำงานได้ดี เป็นผู้ประสานงานที่ดี มีการจัดการความรู้ทั้งภายในและภายนอกหน่วยงานของทางราชการได้อย่างเหมาะสม
5) สมรรถนะการเป็นผู้อำนวยการ (director) กล่าวคือผู้บริหารมีสมรรถนะในการสร้างวิสัยทัศน์ร่วมกันของทีม ถ่ายทอดได้อย่างทั่วถึง สามารถกำหนดเป้าหมายและวัตถุประสงค์ของทีมได้อย่างชัดเจน มีความสามารถในการสื่อสารวิสัยทัศน์ที่เป็นความจริง มองโลกในแง่ดี สามารถปฏิบัติได้จริง มีความมั่นคงแน่นอน สม่ำเสมอในสิ่งที่พูดหรือสั่งการในการทำงาน
6) สมรรถนะการเป็นผู้ผลิตผลงาน (producer) คือ สมรรถนะความสามารถของผู้บริหารในการนำทีมงานให้ทำงานได้บรรลุเป้าหมายของหน่วยงานอย่างคุ้มค่า มีความสอดคล้องกับงบประมาณที่ได้รับ รวมถึงสามารถจัดสภาพแวดล้อมภายในหน่วยงานให้เหมาะสมและเอื้อต่อการทำงานให้บรรลุเป้าหมายได้ นอกจากนี้ยังสามารถบริหารเวลาทั้งของตนเองและทีมงาน บริหารจัดการความเครียดได้ดี สามารถสร้างแรงจูงใจ ตลอดจนเสริมสร้างพลังอำนาจในการทำงานได้อย่างเหมาะสม
7) สมรรถนะการเป็นเสมือนตัวกลางประสานการติดต่อหรือนายหน้า (broker) คือ เป็นสมรรถนะที่แสดงถึง ความสามารถในการสร้างและธำรงรักษาการยอมรับนับถืออยู่เสมอ เป็นผู้มีความสามารถในการต่อรองข้อตกลงและสัญญาต่างๆ รวมถึงมีความสามารถในการนำเสนอความคิดเห็นได้อย่างมีประโยชน์ต่อการพัฒนาหน่วยงานและมีความน่าสนใจอยู่เสมอ
8) สมรรถนะการเป็นนักนวัตกรหรือผู้นำด้านนวัตกรรม (innovation) กล่าวคือ เป็นสมรรถนะที่แสดงถึงความสามารถในการปรับตัวให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ส่งเสริมให้ทีมงานได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์อยู่เสมอ สามารถบริหารการเปลี่ยนแปลงได้เป็นอย่างดี
นอกจาก สมรรถนะทั้ง 8 ประการข้างต้นแล้ว ผู้บริหารที่จะเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงที่ดีและประสบความสำเร็จได้ จะต้องมีซึ่งสำคัญที่สุด นั่นคือ “สมรรถนะวิสัยทัศน์” คือ ความสามารถในการรับรู้ผ่านกระบวนการคิด ตระหนักรู้ การสังเคราะห์ความคิด สร้างภาพฉายไปในอนาคต วิสัยทัศน์เป็นภาพอนาคตที่สะท้อนให้เห็นถึงเป้าหมาย ความคาดหวัง ค่านิยม ความน่าเชื่อถือขององค์การ การมีวิสัยทัศน์เพียงอย่างเดียวไม่พอผู้นำจะต้องเป็นผู้เรียนรู้และเป็นผู้นำเพื่อการเปลี่ยนแปลง (change agent) เป็นผู้เผยแพร่ถ่ายทอดให้คนอื่นคล้อยตามได้เข้าใจชัดเจน รวมถึงสามารถคาดการณ์อนาคตได้อย่างชัดเจน โดยอาศัยจินตนาการและข้อมูลข่าวสารเพื่อกำหนดภาพในอนาคตของหน่วยงาน ทำให้ในที่สุดสามารถบรรลุผลตามวิสัยทัศน์ที่กำหนดเป้าหมายไว้ร่วมกับทีมงานในหน่วยงานได้
