การวัดมูลค่าสินค้าคงเหลือกรณีมีสัญญาที่บอกเลิกไม่ได้ ตอนที่ 2

  • Post author:

ดังกล่าวมาแล้วว่า มาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 2 เรื่องสินค้าคงเหลือ กำหนดให้วัดมูลค่าสินค้าคงเหลือด้วยราคาทุนหรือมูลค่าสุทธิที่จะได้รับ แล้วแต่มูลค่าใดจะต่ำกว่า ทำให้กิจการต้องคำนวณหามูลค่าสุทธิที่จะได้รับเพื่อนำไปเปรียบเทียบกับราคาทุนของสินค้าคงเหลือ และใช้มูลค่าที่ต่ำกว่า เป็นมูลค่าของสินค้าคงเหลือ ณ วันสิ้นงวดบัญชีนั้น

สำหรับการประมาณมูลค่าสุทธิที่จะได้รับ ให้พิจารณาวัตถุประสงค์ของกิจการในการถือครองสินค้าคงเหลือ กรณีสินค้าคงเหลือที่กิจการถือไว้ เพื่อขายหรือให้บริการตามสัญญาที่แน่นอน ให้ถือตามราคาที่กำหนดไว้ในสัญญานั้น แต่หากจำนวนตามสัญญาการขายนั้น มีน้อยกว่าปริมาณสินค้าคงเหลือที่ถือครองไว้ มูลค่าสุทธิที่จะได้รับของสินค้าคงเหลือส่วนที่เกินกว่าปริมาณในสัญญา ให้ถือตามราคาขายโดยทั่วไป และกิจการอาจบันทึกประมาณการหนี้สินสำหรับปริมาณสินค้าคงเหลือตามสัญญาขายที่แน่นอนส่วนที่เกินจากปริมาณสินค้าคงเหลือที่ถือไว้หรือที่เกิดจากสัญญาซื้อที่แน่นอนของกิจการ ตามมาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 37 เรื่อง ประมาณการหนี้สิน หนี้สินที่อาจเกิดขึ้น และสินทรัพย์ที่อาจเกิดขึ้น

ตัวอย่าง   ณ วันที่ 31 ธันวาคม 25×1 บริษัท พรวดี จำกัด  มีสินค้าคงเหลือ จำนวน 3,000 หน่วย แต่ได้ทำสัญญาขายที่แน่นอนไว้กับลูกค้ารายหนึ่ง เป็นจำนวน 3,800 หน่วย สินค้ามีราคาทุนหน่วยละ 100 บาท ราคาขายที่กำหนดไว้ในสัญญาหน่วยละ 102 บาท กำหนดส่งมอบในวันที่ 15 มกราคม 25×2 และ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 25×1 ราคาขายโดยทั่วไปของสินค้าดังกล่าวหน่วยละ 107 บาท มีต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการขาย เท่ากับ 5 บาท

เปรียบเทียบราคาทุนกับมูลค่าสุทธิที่จะได้รับ ของสินค้าคงเหลือจำนวน 3,000 หน่วย ไ ด้ดังนี้

                                                                                                                           หน่วย: บาท

จำนวนสินค้าคงเหลือ (หน่วย)                                 3,000
ราคาขายตามสัญญาซื้อขายที่แน่นอน                         102
ต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการขาย5
มูลค่าสุทธิที่จะได้รับต่อเครื่อง97
มูลค่าสุทธิที่จะได้รับรวม =   97 × 3,000       =291,000
ราคาทุนรวม=  100 × 3,000       =300,000
ผลขาดทุนจากการตีราคาสินค้าลดลง=  300,000 -291,000 = 9,000

จะเห็นว่า ราคาทุนเท่ากับ  300,000  บาท แต่มูลค่าสุทธิที่จะได้รับเท่ากับ 291,000 บาท ดังนั้น มูลค่าสินค้าคงเหลือของบริษัท พรวดี จำกัด ที่จะแสดงในงบแสดงฐานะการเงิน จะเท่ากับ 291,000 บาท (แสดงด้วยจำนวนที่ต่ำกว่า) และจะต้องบันทึกผลขาดทุนจากการตีราคาสินค้าลดลง จำนวนเงิน 9,000 บาท

                นอกจากนี้ บริษัท พรวดี จำกัด จะต้องประมาณการหนี้สินจากภาระผูกพันในสัญญาที่บอกเลิกไม่ได้ เนื่องจากปริมาณสินค้าตามสัญญาขายที่แน่นอนเกินกว่าปริมาณสินค้าคงเหลือที่ถือไว้ จำนวน 800 หน่วย โดยคำนวณดังนี้

                                                                                                                           หน่วย: บาท

ราคาทุนต่อหน่วย100
มูลค่าสุทธิที่จะได้รับต่อหน่วย97
ผลขาดทุนต่อหน่วย3
ผลขาดทุนรวม  = 3 บาท × 800 หน่วย = 2,400 บาท

การบันทึกบัญชี จะเป็นดังนี้

เดบิต ผลขาดทุนจากสัญญาขายที่ยกเลิกไม่ได้                              2,400

          เครดิต ประมาณการหนี้สินจากสัญญาขายที่ยกเลิกไม่ได้                                2,400

บันทึกผลขาดทุนจากสัญญาขายที่ยกเลิกไม่ได้