หลักเกณฑ์ทางบัญชีและภาษีอากร: ประเด็นเกี่ยวกับภาษีเงินได้นิติบุคคล (3)

  • Post author:

ใน 2 Blog ก่อนหน้านี้ ผู้เขียนได้อธิบายความแตกต่างของหลักเกณฑ์ทางบัญชีและภาษี ในประเด็นด้านรายได้ไปแล้ว ใน Blog นี้ จะอธิบายความแตกต่างในประเด็นด้านรายจ่าย โดยเฉพาะในมาตรา 65 ทวิและ 65 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร ดังนี้

มาตรา 65 ทวิ (บางส่วน)

หลักเกณฑ์ทางภาษี: รายการที่ระบุไว้ในมาตรา 65 ตรี ไม่ให้ถือเป็นรายจ่าย

หลักเกณฑ์ทางบัญชี: มีหลักฐานการจ่ายก็ถือเป็นรายจ่ายได้ แม้ว่าจะเป็นใบสำคัญจ่ายหรือใบสำคัญทั่วไป (กิจการจัดทำขึ้นเอง)

หลักเกณฑ์ทางภาษี: ค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สิน ให้หักได้ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไขและอัตราที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา **โยงไปมาตรฐาน 65 ตรี (5) รายจ่ายอันมีลักษณะเป็นการลงทุน หรือรายจ่ายในการต่อเติมเปลี่ยนแปลงขยายออกหรือทำให้ดีขึ้นซึ่งทรัพย์สิน แต่ไม่ใช่เป็นการซ่อมแซมให้คงสภาพเดิม จะสังเกตได้ว่า ในเรื่องนี้หลักเกณฑ์ทางภาษีก็อนุญาตให้นำหลักเกณฑ์ทางบัญชีมาใช้ได้ แต่ประเด็นที่ต้องระวังคือ จำนวนปีในการคิดค่าเสื่อมราคา เช่น (1) อาคารถาวร 20 ปี (5% ต่อปี) (2) สินทรัพย์อื่น 5 ปี (20% ต่อปี) เป็นต้น

ทั้งนี้ สินทรัพย์บางรายการอาจคิดเสื่อมราคาแบบ Initial Method ราคาทุนของสินทรัพย์เหมือนกับทางบัญชี ยกเว้น สินทรัพย์ประเภทรถยนต์นั่ง หรือรถยนต์ที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน ให้คำนวณค่าเสื่อมราคาจากมูลค่าไม่เกิน 1 ล้านบาท (รวมภาษีซื้อด้วย)

หลักเกณฑ์ทางบัญชี: (1) สินทรัพย์ที่คาดว่าจะมีประโยชน์เชิงเศรษฐกิจ (Economic Useful Life) มากกว่า 1 รอบระยะเวลาบัญชีหรือเรียกสั้นๆ ว่า งวดบัญชี (เรียกว่า “สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน: NCA Non-current assets) ให้คิดเสื่อมราคา (ค่าเสื่อมราคา คือ ส่วนที่สินทรัพย์นั้นด้อยประสิทธิภาพลงทุกปี) (2) วิธีคิดค่าเสื่อมราคามีหลายวิธี กิจการต้องพิจารณารูปแบบการได้รับประโยชน์จากสินทรัพย์นั้นๆ ว่าเป็นเช่นไร เพื่อเลือกใช้วิธีคิดค่าเสื่อมราคาให้สอดคล้องกัน เช่น (2.1 วิธีเส้นตรง ได้รับประโยชน์เท่าๆ กันทุกปี (2.2) วิธียอดลดลง ได้รับประโยชน์สูงในปีแรกๆ ส่วนปีหลังๆ ได้รับประโยชน์น้อย เป็นต้น (3) ราคาทุนของสินทรัพย์ (3.1) ราคาซื้อ + ค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่จะทำให้สินทรัพย์ในพร้อมใช้งาน ไม่ได้กำหนดเพดานในการคิดค่าเสื่อมราคา (ราคาทุนเท่าไหร่ ก็คิดค่าเสื่อมราคาจากราคานั้น) (3.2) ดอกเบี้ยจ่าย ที่เกิดจากการกู้ยืมเงินมาเพื่อซื้อหรือสร้างสินทรัพย์นั้น (Capitalization) กรณีนี้ถือเป็น Benchmark Treatment (ต้องทำ)