ส่วนประกอบที่ทำให้ผลิตภัณฑ์มีความสมบูรณ์และพร้อมจะนำเสนอออกสู่ตลาดนั้นประกอบไปด้วยหลายสิ่ง และสิ่งที่สำคัญที่จะเป็นหน้าตาให้กับผลิตภัณฑ์ของเรานั้นก็คือ แบรนด์ หรือ ตราสินค้า นั้นเอง
ตราสินค้า (Brand) คือสิ่งที่บ่งบอกถึงตัวตนหรือความแตกต่างของตัวผลิตภัณฑ์ บ่อบอกให้ทราบถึงว่า ผลิตภัณฑ์มีชื่อเรียกอย่างไร ใครเป็นผู้ผลิต คุณภาพเป็นอย่างไรตราสินค้าจะทำให้ผลิตภัณฑ์มีเอกลักษณะเฉพาะตัวทำให้ผู้บริโภคสามารถจดจำและแยกแยะผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ในตลาดได้ จึงกล่าวได้ว่าตราสินค้าก็เป็นอีกส่วนประกอบสำคัญของสินค้าและบริการ ที่ธุรกิจสามารถที่จะสร้างความโดดเด่น สร้างคุณค่า หรือแสดงความเป็นตนเองในตัวผลิตภัณฑ์ออกมาได้ ทั้งนี้ตราผลิตภัณฑ์ ยังประกอบไปด้วย
1.1 ชื่อตราผลิตภัณฑ์ (Brand name) เป็น คำหรือข้อความที่สามารถออกเสียงได้และบ่งบอกถึงชื่อของผลิตภัณฑ์นั้น ๆ เช่น ศรีจันทร์ โตโยต้า เป็นต้น ชื่อตราผลิตภัณฑ์เปรียบเสมือนสิ่งที่เป็นตัวแทนของผลิตภัณฑ์ในการกล่าวถึง อย่างเช่นมนุษย์เรามีชื่อไว้เพื่อเรียก กล่าวถึง และจดจำ
1.2 เครื่องหมายตราผลิตภัณฑ์ (Brand mark)คือส่วนหนึ่งของตราผลิตภัณฑ์ที่ไม่สามารถออกเสียงได้ แต่เป็นสิ่งที่ทำให้ผู้บริโภคจดจำผลิตภัณฑ์ได้ เช่น สีต่าง ๆ ของธนาคาร สีฟ้านึกถึงธนาคารกรุงไทย สีเขียวนึกถึงธนาคารกสิกร สีม่วงนึกถึงธนาคารไทยพาณิชย์ หรือรูปภาพต่าง ๆ ของตราผลิตภัณฑ์ เป็นต้น
1.3 เครื่องหมายการค้า (Trade mark) คือ สัญลักษณ์ของสินค้าและบริการไม่ว่าจะเป็น ชื่อ ตัวหนังสือ ตัวเลข ตรา สี ที่บ่งบอกความเป็นตัวตนของสินค้า และที่สำคัญคือเป็นสิ่งที่กฎหมายรองรับได้ เพื่อป้องกันไม่ให้ใครนำไปใช้หรือลอกเลียนแบบเจ้าของธุรกิจควรจดทะเบียนคุ้มครองเครื่องหมายการค้าไว้
1.4 โลโก้ (Logo) คือ เครื่องหมาย สัญลักษณ์ของธุรกิจใดธุรกิจหนึ่งโดยเฉพาะ ที่จะสร้างความแตกต่าง สร้างการดึงดูดจากลูกค้า แสดงความเป็นตัวตนของธุรกิจ และเป็นสิ่งที่ทำให้ลูกค้าจดจำตราสินค้าได้
1.5 สโลแกนหรือคำขวัญ (Slogan or Motto) คือ คำหรือวลีสั้น ๆ ที่บ่งบอกถึงภาพลักษณ์ที่ดีของตัวผลิตภัณฑ์ และเป็นสิ่งที่ช่วยให้เกิดการจดจำที่ดีต่อตัวผลิตภัณฑ์ได้ เช่น เครื่องสำอางลอรีอัล คุณค่าที่คุณคู่ควร เอ็มเค ช่วงเวลาแห่งความอบอุ่น นมสดหนองโพ นมโคแท้ ๆ ช่องเจ็ดสีทีวีเพื่อคุณ เป็นต้น
1.6 สิทธิบัตรและลิขสิทธิ์ (Patents and copyright) สิทธิบัตรนั้นมีไว้เพื่อคุ้มครองงานประดิษฐ์ งานออกแบบผลิตภัณฑ์ หรืองานวิจัย ซึ่งจะต้องมีประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ ส่วนลิขสิทธิ์เป็นกฎหมายที่มีไว้คุ้มครองงานสร้างสรรค์ที่มีลักษณะเป็นงานศิลปกรรม วรรณกรรม งานถ่ายภาพ งานแพร่ภาพกระจายเสียง หรืองานทางด้านศิลปะอื่นๆ ซึ่งมีระบุไว้ในพรบ.ลิขสิทธิ์
