แนวคิดการบริหารดุลการคลังท้องถิ่น 

ดุลการคลังท้องถิ่น (Local-fiscal balance) เป็นการศึกษาถึงความสมดุลหรือไม่สมดุลของการ กระจายอำนาจทางการคลังที่เกิดขึ้นในระบบการบริหารการคลังของรัฐบาล จัดเป็นการศึกษาความสัมพันธ์ ระหว่างรัฐบาล (intergovernmental relation) ในทางการคลังรูปแบบหนึ่ง (Boadway and Hobson, 1993) เป็นการพิจารณาระดับความไม่ สมดุลทางการคลังที่เกิดขึ้นในประเทศใดประเทศหนึ่งที่มีตัวแสดงในฐานะรัฐบาลมากกว่าหนึ่งรัฐบาลและ มากกว่าหนึ่งระดับ เช่น รัฐบาลละดับชาติหรือรัฐบาลกลาง รัฐบาลระดับมลรัฐหรือรัฐบาลระดับภูมิภาค และ รัฐบาลระดับท้องถิ่น/ชุมชนท้องถิ่น โดยในทางการปกครอง  รัฐบาลระดับชาติหรือรัฐบาลกลางจะเป็นผู้เก็บ รวบรวมภาษีส่วนใหญ่ของประเทศ ในขณะที่รัฐบาลในระดับท้องถิ่น จะเป็นผู้จัดบริการสาธารณะส่วนใหญ่โดย ใช้จ่ายเงินงบประมาณจำนวนมากกว่ารายได้หรือภาษีอากรที่ตนเองมีอำนาจจัดเก็บได้โดยตรง ซึ่งเป็นที่มาของ ความแตกต่างและความไม่สมดุลที่เกิดขึ้นในการบริหารการคลังระหว่างรัฐบาลทั้งแนวตั้ง (Vertical fiscal imbalance) และแนวนอน (Horizontal fiscal imbalance) (Bird. R. M. and M. Smart, 2002: pp.899 – 912) 

ความไม่สมดุลทางการคลังแนวตั้ง (Vertical-fiscal imbalance) เป็นแนวคิดที่ศึกษาช่องว่าง ทางการคลัง (Fiscal gap) ผ่านโครงสร้างทางการคลังของรัฐบาลที่กำหนดให้รัฐบาลในระดับท้องถิ่นหรือ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีฐานรายได้ที่เป็นของตนเองที่ควรเพียงพอต่อการใช้จ่ายและการจัดทำบริการ สาธารณะของท้องถิ่น แต่ถ้าไม่เพียงพอเนื่องจากฐานรายได้ที่จัดเก็บเองมีน้อย รัฐบาลในระดับชาติหรือรัฐบาลกลางมีการสนับสนุนช่วยเหลือโดยการโอนงบประมาณอุดหนุนส่วนที่ขาด หรือไม่เพียงพอนั้นให้แก่รัฐบาลในระดับท้องถิ่นหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างไร โดยการศึกษาช่องว่าง ทางการคลังเพื่อทำความเข้าใจความสมดุลหรือความไม่สมดุลทางการคลังแนวตั้งนี้ คล้ายกับเป็นการศึกษา เหตุผลและความจำเป็นที่รัฐบาลในแต่ละระดับควรมีการจัดสรรปันส่วนฐานภาษีอากรหรือฐานรายได้ของแต่ละรัฐบาลในแต่ละระดับให้ชัดเจนและเหมาะสมกับเหตุผลและความจำเป็นในการใช้จ่ายเงินดังกล่าวในการ บริหารจัดการองค์การและการจัดทำบริการสาธารณะเพื่อตอบสนองต่อประชาชน

ความไม่สมดุลทางการคลังแนวนอน  (Horizontal-fiscal imbalance) เป็นแนวคิดที่ศึกษาความ เสมอภาคหรือความเท่าเทียมทางการคลังในระดับรัฐบาลเดียวกัน เช่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในระดับ พื้นที่ด้วยกัน เช่น เทศบาลตำบลกับองค์การบริหารส่วนตำบล  หรือเทศบาลนครกับเทศบาลเมือง  หรือ กรุงเทพมหานครกับองค์การบริหารส่วนจังหวัด โดยให้ความสำคัญไปยังผู้จ่ายภาษีหรือผู้รับบริการสาธารณะที่ ได้รับว่ามีความเท่าเทียมในบริการที่ได้รับหรือไม่ เพราะโดยลักษณะโครงสร้างองค์การ อำนาจหน้าที่ และขีด ความสามารถในการจัดบริการสาธารณะควรไม่เกิดความแตกต่างกัน แต่ที่แตกต่างกันนั้นอาจเป็นเพราะ สถานะทางการคลังขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือรัฐบาลในระดับท้องถิ่นมีความแตกต่างกันหรือไม่         

จากแนวทางการทำความเข้าใจดุลการคลังท้องถิ่นทั้งสองวิธีการข้างต้น จะทำให้เห็นว่าในการทำความเข้าใจเรื่องความไม่สมดุลทางการคลังแนวนอน อาจจะถูกตีความในฐานะเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องความไม่สมดุล ทางการคลังแนวตั้ง หรือเป็นเหรียญสองด้านที่สามารถทำความเข้าใจในการพิจารณาดุลการคลังท้องถิ่นที่ เกิดขึ้นได้ เพราะเมื่อเกิดปัญหาความไม่สมดุลทางการคลังแนวตั้งจากความไม่สมดุลระหว่างรายได้กับรายจ่ายก็ จะใช้วิธีการแก้ไขโดยเพิ่มรายได้ทั้งในรูปของการขยายฐานภาษีแหล่งรายได้สำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือการเพิ่มเงินอุดหนุนจากรัฐบาลเพื่อจัดสรรให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อให้มีศักยภาพทางการคลัง ที่เพิ่มมากขึ้น แต่วิธีการดังกล่าวก็จะต้องไม่นำไปสู่ปัญหาความไม่เท่าเทียมด้านการคลังระหว่างองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นด้วยกันเอง ซึ่งรัฐบาลระดับชาติก็ต้องพิจารณามาตรการและแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหา ความไม่สมดุลทางการคลังจากการกระจายอำนาจทางการคลังอย่างเหมาะสมและถูกต้องตามวิธีแก้ไขปัญหา แต่ละวิธี 

เอกสารอ้างอิง

นพพล อัคฮาด. (2566). หน่วยที่ 4 นโยบายการคลังและดุลการคลังท้องถิ่น, ในเอกสารการสอนชุดวิชา 33448 การบริหารการคลังและการจัดการทุนในท้องถิ่น. นนทบุรี: มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช

Bird, Richard M. and Michael, S. (2002). “Intergovernmental Fiscal Transfers: Lessons from International Experience”, World Development, 30: 899 – 912