Add Your Heading Text Here
พัฒนาการของหลักกฎหมายความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่
ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ สามารถแบ่งได้เป็น 2 ช่วงดังนี้
- ตั้งแต่ปี พ.ศ.2475 จนถึงวันที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2539 ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เป็นการรับผิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
- ตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2539 เป็นต้นมา ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เป็นการรับผิดตาม พ.ร.บ. ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 และประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
ความรับผิดของเจ้าหน้าที่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ก่อน วันที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2539
เมื่อเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองกระทำการละเมิดต่อบุคคลภายนอก จะพิจารณาดังต่อไปนี้
- กรณีการละเมิดไม่ได้เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่
- เจ้าหน้าที่ต้องรับผิดเป็นการเฉพาะตัว
- ผู้เสียหายสามารถฟ้องเจ้าหน้าที่ได้โดยตรง
- ผู้เสียหายไม่สามารถฟ้องหน่วยงานของรัฐได้
- กรณีการละเมิดเกิดจากการปฏิบัติหน้าที่
- ผู้เสียหายสามารถฟ้องเจ้าหน้าที่ได้โดยตรง
- ผู้เสียหายสามารถฟ้องหน่วยงานของรัฐให้ร่วมรับผิดกับเจ้าหน้าที่ได้
- หน่วยงานของรัฐเมื่อได้ชดใช้ค่าเสียหายต่อผู้เสียหายแล้ว สามารถใช้สิทธิ์ไล่เบี้ยเอาจากเจ้าหน้าที่ได้
เนื่องจากการใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ในการตัดสินความผิดในการละเมิดของเจ้าหน้าที่รัฐ มีความเสี่ยงสูงในการปฏิบัติหน้าที่ รวมถึงความไม่เป็นธรรมต่อเจ้าหน้าที่ที่ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่แต่เกิดความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยแล้วส่งผลให้เกิดการละเมิดจึงทำให้มีการ ตรา พ.ร.บ. ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 ขึ้นมา
กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับความรับผิดของเจ้าหน้าที่ตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2539 เป็นต้นมา
สามารถสรุปได้ได้นี้
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ในส่วนของอายุความ) ประกอบกับประมวลกฎหมายอาญา และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาทางอาญา
- พ.ร.บ. ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539
- ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยหลักเกณฑ์การปฏิบัติเกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539
- พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539
- พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542
สรุปการกระทำของเจ้าหน้าที่ที่ถือเป็นการละเมิด
การกระทำของเจ้าหน้าที่จะถือได้ว่าเป็นการละเมิดจะต้องมีองค์ประกอบต่อไปนี้ครบทั้ง 4 ประการ
- เป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือละเลยต่อหน้าที่ทางปกครองที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ หรือปฏิบัติหน้าที่ทางปกครองล่าช้าเกินสมควร
- เป็นการกระทำด้วยความจงใจหรือประมาทเลินเล่อ
- มีความเสียหายเกิดขึ้น
- ความเสียหายนั้นเกิดจากการกระทำของเจ้าหน้าที่
การพิจารณาวันทำละเมิดเพื่อเริ่มนับอายุความ
การระบุวันที่เจ้าหน้าที่รัฐทำการละเมิด จะนับจากวันที่องค์ประกอบของการละเมิดเกิดขึ้นครบทั้ง 4 ข้อ จะถือว่าคดีความในการละเมิดได้เกิดขึ้นแล้ว และเริ่มนับอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หรืออายุความคดีอาญา โดยยึดตามอายุความที่ยาวกว่า
ความรับผิดทางละเมิด
ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ในกรณีที่ไม่ได้เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ เจ้าหน้าที่จะต้องชดใช้ค่าเสียหายแก่ผู้เสียหายเป็นการส่วนตัวตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ โดยผู้เสียหายจะต้องฟ้องเจ้าหน้าที่โดยตรง ไม่สามารถฟ้องหน่วยงานของรัฐได้
ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ในกรณีที่เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ หากการกระทำละเมิดเกิดจากความจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง เจ้าหน้าที่ต้องรับผิดตามระดับความร้ายแรงแห่งการกระทำและความเป็นธรรมในแต่ละกรณี แต่ถ้าการกระทำละเมิดเกิดจากความบกพร่องหรือความผิดพลาดของหน่วยงานของรัฐ หรือระบบงานส่วนรวมให้หักส่วนรับผิดของเจ้าหน้าที่ออกตามมาตรา 8 พ.ร.บ. ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 ทั้งนี้ในกรณีที่การกระทำละเมิดของเจ้าหน้าที่ต่อบุคคลภายนอกที่เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ หน่วยงานของรัฐต้องรับผิดต่อผู้เสียหาย โดยผู้เสียหายสามารถฟ้องหน่วยงานของรัฐโดยตรงได้ และไม่สามารถฟ้องเจ้าหน้าที่ได้
เอกสารอ้างอิง
อนุชา ฮุนสวัสดิกุล. (กุมภาพันธ์ 2568). หลักกฎหมายความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่และความรับผิดอย่างอื่น. เอกสารประกอบการอบรมหลักสูตรหลักกฎหมายปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง, นนทบุรี: มูลนิธิวิจัยและพัฒนากระบวนการยุติธรรมทางปกครอง
