สรุปรายละเอียดของผลงาน
| สภาพปัญหาที่ต้องการแก้ไข พื้นที่ตำบลป่าแป๋ อำเภอแม่สะเรียง เป็นเป้าหมายในการผลักดันในการแก้ปัญหาความยากจนในพื้นที่โครงการหลวง ซึ่งมี 12 หมู่บ้าน พื้นที่ 213 ตารางกิโลเมตร พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูง สลับซับซ้อน มีประชากร 5,885 คน ส่วนใหญ่เป็นชนเผ่าละเวือะ มีความยากจนและขาดความรู้ทางการเกษตร เกษตรกรปลูกกะหล่ำปลี ซึ่งมีการใช้สารเคมีเป็นจำนวนมากส่งผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมในชุมชน มีการขยายพื้นที่ปลูกบุกรุกป่าเสื่อมโทรมเพิ่มมากขึ้น ก่อให้เกิดปัญหาภัยแล้งและประสบปัญหาด้านการตลาดรับซื้อผลผลิตเนื่องจากถูกกดราคาโดยพ่อค้า คนกลาง ซึ่งใช้ข้ออ้างว่าผลผลิตไม่ได้มาตรฐานตามที่ตลาดต้องการ เกษตรกรต้องแบกรับภาระต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นทุกปีจากราคาปัจจัยการผลิต และความเสี่ยงในด้านตลาดรับซื้อผลผลิต เกษตรกรมีรายได้เฉลี่ย 48,000 บาท/ครัวเรือน/ปี ซึ่งไม่เพียงพอกับค่าครองชีพ เกษตรกรวัยแรงงานออกไปทำงานนอกพื้นที่ |
| กระบวนการดำเนินงาน สำนักงานสหกรณ์จังหวัดแม่ฮ่องสอนมีภารกิจขับเคลื่อนงานส่งเสริมสหกรณ์ ส่งเสริมการรวมกลุ่มสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรเพื่อช่วยแก้ปัญหาความยากจนด้วยระบบสหกรณ์ ให้สมาชิกสหกรณ์มีความอยู่ดี กินดี ยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น ได้ใช้ระบบสหกรณ์เป็นกลไกในการขับเคลื่อนให้เกษตรกรตำบลป่าแป๋รวมกลุ่มในรูปแบบสหกรณ์ ให้สหกรณ์เป็นศูนย์กลางในการบริหารจัดการผลผลิตตลอดห่วงโซ่อุปทาน เพื่อให้เกษตรกรในชุมชนมีอาชีพและมีรายได้เพียงพอต่อการดำรงชีพตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงด้วยการทำเกษตรแบบประณีต ส่งเสริมให้สมาชิกสหกรณ์ปลูกผักปลอดภัยในโรงเรือนพลาสติกโดยได้ประสานความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เป็นหน่วยงานภาคี ให้การสนับสนุนและบูรณาการร่วมกัน ในปี พ.ศ. 2557 ได้เริ่มดำเนินการจัดเตรียมความพร้อมก่อนจัดตั้งเป็นสหกรณ์ ได้เข้าประชุมร่วมกับคณะทำงานโครงการหลวงเพื่อวางแผนการดำเนินงาน การดำเนินธุรกิจและการสร้างการรับรู้ข้อมูลข่าวสารให้กับชาวบ้าน ผู้นำชุมชน แกนนำกลุ่มธรรมชาติและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยจัดทำเวทีเสวนาเพื่อร่วมกันหาแนวทางการแก้ไข ปัญหาของเกษตรกรในพื้นที่ โดยให้เกษตรกรเป็นผู้วิเคราะห์ความพร้อม กำหนดแนวทางการพัฒนาร่วมกันซึ่งสำนักงานสหกรณ์จังหวัดฯ ได้ถ่ายทอดองค์ความรู้เรื่องสหกรณ์และการเตรียมความพร้อมในการรวมกลุ่มเพื่อจัดตั้งสหกรณ์ ในปี พ.ศ. 2558 ได้จดทะเบียนจัดตั้งสหกรณ์การเกษตรโครงการหลวงบ้านอมพาย จำกัด บริหารงานโดยคณะกรรมการดำเนินการของสหกรณ์ ซึ่งได้รับการเลือกตั้งจากสมาชิก ดำเนินงานภายใต้พระราชบัญญัติสหกรณ์ ข้อบังคับ ระเบียบของสหกรณ์,มติที่ประชุมและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง มีเจ้าหน้าที่ส่งเสริมสหกรณ์จากสำนักงานสหกรณ์จังหวัดฯ ให้การสนับสนุนช่วยเหลือ แนะนำ ส่งเสริม และกำกับการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด ในปี พ.ศ. 2559 เป็นต้นมา สำนักงานสหกรณ์จังหวัดฯ ได้ขับเคลื่อนพัฒนาสหกรณ์ให้มีความเข้มแข็งโดยใช้ระบบส่งเสริมสหกรณ์ (CPS) การจัดเวทีเสวนาสามฝ่ายระหว่าง สหกรณ์ เจ้าหน้าที่ส่งเสริมสหกรณ์ และเจ้าหน้าที่โครงการหลวง เพื่อร่วมกันระดมความคิดในการกำหนดรูปแบบการบริหารงานสหกรณ์และการดำเนินธุรกิจด้านการทำเกษตรแบบประณีต เพื่อสร้างรายได้ให้แก่สมาชิก ดังนี้ ต้นน้ำ พัฒนาบุคลากรของสหกรณ์ทั้งฝ่ายบริหาร ฝ่ายจัดการและสมาชิกสหกรณ์ให้มีความรู้และศักยภาพในการดำเนินงานและการบริหารงานผ่านการอบรม ถ่ายทอดจากผู้มีประสบการณ์ กลางน้ำ นำผลงานวิจัยและนวัตกรรม เทคโนโลยีการมาใช้ในการพัฒนาคุณภาพผลผลิต เพิ่มผลผลิตลดต้นทุนการผลิต และยกระดับมาตรฐานการผลิตให้ได้คุณภาพ GAP พร้อมทั้งนำวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาแปรรูปนำไปใช้ในการทำปุ๋ยหมักและเป็นอาหารหมูหลุม (Zero waste) สร้างอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ ปลายน้ำ ใช้หลักการตลาดนำการผลิต เพิ่มช่องทางการตลาดมากขึ้น ผ่านหน่วยงานภาคีทั้งภาครัฐ เครือข่ายสหกรณ์และภาคเอกชนในการดำเนินงาน ได้ส่งเสริมให้สมาชิกสหกรณ์มีส่วนร่วมในการเสนอความเห็นและร่วมตัดสินใจ ผ่านการประชุมกลุ่มสมาชิก การประชุมใหญ่สามัญประจำปี ใช้หลักประชาธิปไตยในการคัดเลือกคณะกรรมการดำเนินงานสหกรณ์ มีการวางแผน มีการกำหนดระเบียบและข้อบังคับถือใช้ร่วมกัน มีการพิจารณาจัดสวัสดิการให้กับสมาชิกและชุมชน ภายหลังจัดตั้งเป็นสหกรณ์ เกษตรกรในพื้นที่สนใจสมัครเข้าเป็นสมาชิกสหกรณ์ปรับเปลี่ยนอาชีพมาปลูกผักปลอดภัยในโรงเรือนพลาสติกเพิ่มมากขึ้น ลดพื้นที่ทำการเกษตร ลดการบุกรุกพื้นที่ทำไร่ ถือเป็นอาชีพที่มั่นคง รอบระยะเวลาการผลิตสั้น เพาะปลูกตลอดปี มีรายได้เพิ่มขึ้น โดยสหกรณ์ฯสนับสนุนให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนอัตราดอกเบี้ยต่ำ สมาชิกมีรายได้เหลือเก็บจึงมีเงินออมกับสหกรณ์ ได้รับสวัสดิการจากสหกรณ์ให้กับตนเองและครอบครัว |
| ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น จากการจดทะเบียนจัดตั้งเป็นสหกรณ์การเกษตรโครงการหลวงบ้านอมพาย จำกัด ทำให้เกิดผลลัพธ์ที่สำคัญดังนี้ 1. มีเกษตรกรในพื้นที่สนใจเข้าร่วมเป็นสมาชิกสหกรณ์จากสมาชิกแรกตั้ง 40 ราย (ปี 2558) เพิ่มเป็น 105 ราย (2566) 2. การดำเนินธุรกิจของสหกรณ์ฯ สามารถให้บริการแก่สมาชิกสหกรณ์ได้ครบ 100 % สหกรณ์มีปริมาณธุรกิจเพิ่มขึ้น (ปี พ.ศ.2562 – พ.ศ. 2566) จาก 4,914,514 บาท เป็น 7,620,354.47 บาท มีผลกำไรสุทธิติดต่อกันทุกปี ส่งผลให้สมาชิกทุกคน (105 ราย) ได้รับการจัดสรรเงินปันผล ร้อยละ 19.50 เงินเฉลี่ยคืน ร้อยละ 25 และเงินสวัสดิการ (ค่ารักษาพยาบาลและสงเคราะห์ครอบครัว) ร้อยละ 8 ของกำไรสุทธิที่ได้รับในแต่ละปี 3. สมาชิกสหกรณ์ขยายพื้นที่การปลูกผักในโรงเรือนพลาสติกและได้รับมาตรฐาน GAP เพิ่มขึ้น จากเดิม ได้รับการสนับสนุนโรงเรือนจากกรมส่งเสริมสหกรณ์ 30 โรง ขยายเป็นสมาชิก 105 ราย มีโรงเรือนพลาสติกรวม 310 โรง ส่งผลให้จำนวนผลผลิตเพิ่มมากขึ้น 4. ลดต้นทุนการผลิตกล้าพันธุ์ผักของสหกรณ์จาก 9,500 บาท/โรง (ปี 2565) เหลือ 8,400 บาท/โรง (ปี 2566) 5. สมาชิกสหกรณ์มีรายได้เพิ่มขึ้นจาก 48,000 บาท/ราย/ปี เป็น 90,000 บาท/ราย/ปี (ปี 2565) และ 130,000 บาท/ราย/ปี (ปี 2566) 6. สมาชิกสหกรณ์มีเงินออมเฉลี่ยเพิ่มขึ้น จาก 10,812.06 บาท/ราย เป็น 21,493.01 บาท/ราย (ปี พ.ศ. 2562 – พ.ศ. 2566) 7. สมาชิกสหกรณ์มีอัตราเงินออมเฉลี่ยต่อหนี้สินเฉลี่ยต่อรายเพิ่มขึ้น จาก – 4,555.65 บาท เป็น 13,471,25 บาท (ปี พ.ศ. 2562 –พ.ศ. 2566) สะท้อนถึงความสามารถในการชำระหนี้ของสมาชิกสูง |
| การขยายผลและความยั่งยืน สหกรณ์การเกษตรโครงการหลวงบ้านอมพาย จำกัด เป็นสหกรณ์เป็นสหกรณ์ที่มีความเข้มแข็งและเป็นผู้ผลิตอาหารปลอดภัย เป็นศูนย์กลางในการบริหารจัดการผลผลิตทางการเกษตร การส่งเสริมอาชีพ (เลี้ยงหมูหลุม/ปลูกไม้ผลเสาวรสและอโวคาโด้ )และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของสมาชิกได้อย่างต่อเนื่อง สร้างความเชื่อมั่นให้กับสมาชิกสหกรณ์และเป็นต้นแบบให้กับผู้อื่นโดยเฉพาะเป็นแหล่งเรียนรู้ศึกษาดูงานด้านการผลิตผักปลอดภัยในโรงเรือนพลาสติก การบริหารจัดสหกรณ์ และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ให้กับนักเรียน เกษตรกรและหน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนและต่างจังหวัด และมีกระบวนการดำเนินงานที่ยั่งยืนดังนี้ 1. มีการจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) การจัดการผลผลิตเพื่อยกระดับรายได้เกษตรกรและสหกรณ์อย่างยั่งยืน เกี่ยวกับการจัดการตลาด ราคา ปริมาณ การตรวจสอบคุณภาพ และการขนส่ง ระหว่างศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่สะเรียงและสหกรณ์ 2. สหกรณ์มีแผนความร่วมมือด้านการตลาด การเชื่อมโยงตลาดรับซื้อระหว่างเครือข่ายสหกรณ์ในจังหวัดและต่างจังหวัดและภาคเอกชน (หอการค้าจังหวัดแม่ฮ่องสอน) ในการรับซื้อผลผลิตทางการเกษตรจากสมาชิก 3. สหกรณ์ขยายโครงการ “พ่อปลูก ลูกขาย” ให้ทายาทคนรุ่นใหม่เข้ามาต่อยอดและพัฒนาอาชีพการเกษตร |
| ปัจจัยความสำเร็จ 1. การกำหนดเป้าหมายการพัฒนาพื้นที่ที่ชัดเจน โดยมีการรวมกลุ่มเกษตรกรภายใต้วิสัยทัศน์เดียวกันกับเป้าหมายของส่วนราชการ สอคล้องกับยุทธศาสตร์และตัวชี้วัดการพัฒนาจังหวัดแม่ฮ่องสอน ในมิติเน้นการท่องเที่ยวเชิงเกษตร การเกษตรเพื่อการท่องเที่ยวควบคู่กับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนให้สูงขึ้น ๒. การมีแกนนำที่เข้มแข็ง มีการรับแนวคิดการพัฒนาจากการฝึกอบรมจากหน่วยงานต่าง ๆ เป็นประจำเพื่อใช้ในการพัฒนากลุ่มอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งมีการสร้างสมาร์ทฟาร์มเมอร์ในการเข้ามาร่วมดำเนินการผลิตและการตลาดของกลุ่ม ๓. การพัฒนาพื้นที่แบบร่วมกันในการใช้กลไกสหกรณ์ในการร่วมกับกิจกรรมของชุมชนในมิติต่าง ๆ อย่างมีการพึ่งพาอาศัยกัน ๔. การเน้นให้คนสามารถอาศัยอยู่ร่วมกับป่าบนฐานของการอนุรักษ์อย่างยั่งยืน โดยการใช้โรงเรือนในการปลูกผักยังช่วยลดพื้นที่การบุกรุกป่า แก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมและหมอกควันในพื้นที่ได้อีกด้วย |
