ทองคำเป็นโลหะมีค่าที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก ทั้งการลงทุนและการนำมาใช้เพื่อประกอบเป็นเครื่องประดับต่างๆ ทองคำเป็นวัตถุมีค่าที่ใช้สะสมความมั่งคั่งที่มนุษย์ยอมรับมายาวนานกว่าหนึ่งพันปี และปัจจุบันผู้คนก็ยังนิยมลงทุนในทองคำ โดยเชื่อว่าทองคำจะมีมูลค่าที่ค่อนข้างเสถียรมากกว่าสินทรัพย์อื่นๆในยามเกิดวิกฤตการณ์ต่างๆ รวมทั้งในระยะยาวราคาทองคำก็มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นโดยตลอด
การลงทุนในทองคำให้อัตราผลตอบแทนค่อนข้างสูง ในช่วงเวลาต้นปี พ.ศ.2514 จนถึงปลายปี พ.ศ.2565 รวมประมาณ 52 ปี ทองคำให้อัตราผลตอบแทนในการลงทุนเฉลี่ย 7.78%ต่อปี ซึ่งสูงกว่าค่าเงินเฟ้อของประเทศสหรัฐอเมริกาที่มีค่าเฉลี่ย 3.70%ต่อปี นอกจากนี้ในช่วงของวิกฤตเศรษฐกิจต่างๆทั่วโลกที่เกิดขึ้นการลงทุนในทองคำยังคงให้อัตราผลตอบแทนเป็นบวก ในขณะที่การลงทุนในตลาดหุ้นส่วนใหญ่ให้ผลตอบแทนเป็นค่าลบ (ฐิติเมธ โภคชัย, 2566)
ทองคำเป็นสินทรัพย์ที่มีตัวตนที่มีสถาพคล่องสูงให้อัตราผลตอบแทนค่อนข้างสูง ในระยะสั้นจะมีความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาทองคำได้ แต่ในระยะยาวราคาทองคำมีแนวโน้มการเติบโตมาโดยตลอด ทองคำยังได้รับความเชื่อมั่นในช่วงที่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยหรือตกต่ำ แต่ข้อจำกัดของทองคำคือเป็นสินทรัพย์ที่มีราคาสูงมีโอกาสจะถูกโจรกรรมได้ง่ายกว่าสินทรัพย์ลงทุนอื่นๆ ทำให้ปัญหาของคนจำนวนมากที่ลงทุนในทองคำคือต้องหาที่เก็บรักษาทองคำที่ปลอดภัย
การลงทุนในทองคำให้ผลค่อนข้างดีในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ แต่สิ่งที่โลกกำลังวิตกกังวลคือวิกฤตจากภัยสงครามว่าทองคำยังคงให้อัตราผลตอบแทนเป็นบวกได้หรือไม่ ในภาวะสงครามสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับมนุษย์คือสินค้าจำเป็นสำหรับยังชีพซึ่งจะขาดแคลนในช่วงสงคราม ดังนั้นในช่วงสงครามทองคำที่เป็นของฟุ่มเฟือยอาจจะมีความต้องการน้อยกว่าปัจจัยสี่ที่ใช้ในการดำรงชีพ อย่างไรก็ตาม สิ่งจำเป็นที่ต้องใช้ดำรงชีพ เช่น อาหาร ยารักษาโรค เป็นต้น ล้วนแต่มีอายุการใช้งานจำกัด ในขณะที่ทองคำนั้นอยู่คงทนกว่ามาก
เอกสารอ้างอิง
ฐิติเมธ โภคชัย. (2566). ทำไมต้องลงทุนทองคำ. สืบค้นเมื่อ 13 มีนาคม 2567 จาก: https://www.setinvestnow.com/th/knowledge/article/365-tsi-why-it-is-important-to-invest-in-gold
