You are currently viewing บทเรียนความสำเร็จในการส่งเสริมการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อพัฒนาท้องถิ่นขององค์การบริหารตำบลยางขี้นก อ.เขื่องใน จ.อุบลราชธานี

บทเรียนความสำเร็จในการส่งเสริมการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อพัฒนาท้องถิ่นขององค์การบริหารตำบลยางขี้นก อ.เขื่องใน จ.อุบลราชธานี

สภาพปัญหาที่ต้องการแก้ไข

จากการเปลี่ยนแปลงทางสังคม ภาวะตกต่ำทางด้านเศรษฐกิจ และความเจริญของเทคโนโลยีที่เข้าถึงทุกพื้นที่อย่างรวดเร็ว ส่งผลต่อการดำรงชีวิต วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมและจารีตประเพณีอันดีงามที่มายาวนานเกิดความเปลี่ยนแปลง ลบเลือน และเริ่มจางหาย ถูกกลืนและแทนที่ด้วยวิถีชีวิตที่มีเทคโนโลยีเข้ามาแทนที่และมีแนวโน้มจะกลายเป็นปัจจัยหลักในการดำรงชีวิตในที่สุด เกิดภาวะของความดิ้นรนเพื่อให้ได้มาซึ่งเทคโนโลยี จนลืมความงดงาม และความสัมพันธ์กันอย่างอบอุ่นผ่านวิถีชีวิตของการใช้ภูมิปัญญาควบคู่วัฒนธรรมที่มีมาแต่โบราณ เป็นการปลูกฝังคนรุ่นต่อรุ่น ให้มีแนวคิดในการไปประกอบอาชีพที่อื่น เนื่องจากเข้าใจว่าภูมิลำเนาของตนไม่สามารถสร้างอาชีพอย่างอื่นได้นอกจากการทำนา จนฝากบุตรหลานไว้กับผู้สูงอายุเพื่อไปประกอบอาชีพที่อื่น อันเป็นสาเหตุที่สำคัญที่ส่งผลต่อปัญหาการขาดความอบอุ่นในครอบครัว และส่งผลต่อเนื่องต่อปัญหาสังคมในระยะยาว ซึ่งอาจเรียกได้ว่าเป็นวงจรในการดำรงชีวิตของชาวตำบลยางขี้นกได้

วัตถุประสงค์

1) เพื่ออนุรักษ์และสืบสานศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น

2) เพื่อเสริมสร้างกระบวนการเรียนรู้ในท้องถิ่น

การดำเนินโครงการ

องค์การบริหารส่วนตำบลยางขี้นก ได้นำภูมิปัญญา และวัฒนธรรมที่ดี ของท้องถิ่น มาสร้างการเรียนรู้กับเด็กปฐมวัย เรียนรู้ร่วมกับผู้ปกครอง ผู้สูงอายุ กลุ่มอาชีพ และปราชญ์ชาวบ้าน และภูมิปัญญาท้องถิ่นตามหลักสูตรภูมิปัญญาท้องถิ่นเด็กปฐมวัย และเด็กและเยาวชนในโรงเรียนเรียนรู้ร่วมกับกับผู้ปกครอง ผู้สูงอายุ กลุ่มอาชีพ และปราชญ์ชาวบ้าน และภูมิปัญญาท้องถิ่นตามหลักสูตรท้องถิ่น เพื่อเป็นการปลูกฝังแนวคิด เรียนรู้และตั้งเป้าหมายในชีวิต เป็นการจุดประกายความคิด และเป็นผู้ที่จะอนุรักษ์และสืบสานต่อวัฒนธรรมและภูมิปัญญาให้คงอยู่สืบไป และนำเอาองค์ความรู้ที่ได้เรียนรู้มาพัฒนาต่อยอดและสร้างอาชีพหรือตั้งเป้าหมายในการสร้างอาชีพตามบริบทของพื้นที่และภูมิลำเนาของตน การเรียนรู้ของวัยแรงงานเป็นการพัฒนาทักษะ ต่อยอดและได้รับการส่งเสริมพัฒนาศักยภาพและสามารถพัฒนาหรือบูรณาการองค์ความรู้ในการประกอบอาชีพเสริมเพื่อสร้างรายได้ให้กับตนเองและครอบครัวโดยไม่ต้องไปทำงานที่อื่น วัยผู้สูงอายุที่ร่วมการเรียนรู้จะเกิดความภาคภูมิใจและรู้สึกมีคุณค่าต่อสังคม มีความสุขและได้ถ่ายทอดความดีงามของวัฒนธรรมและภูมิปัญญาให้กับลูกหลานและสังคมนำไปใช้พัฒนาให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและสังคมได้ ตามหลักสูตรแหล่งเรียนรู้ตำบลยางขี้นก และเส้นทางการเรียนรู้ของตำบลยางขี้นก 

ความคิดริเริ่มและความสอดคล้องกับสภาพปัญหาหรือบริบทชุมชนท้องถิ่น ซึ่งนวัตกรรมที่ทำต้องเกิดจากสภาพปัญหาของท้องถิ่นและความต้องการของประชาชน

พื้นที่ตำบลยางขี้นก ได้มีการสำรวจทุนทางด้านสังคม คือ ทุนบุคคลที่เป็นคนดี คนเก่ง และคนสำคัญ ปราชญ์ชาวบ้านที่มีภูมิปัญญา จำนวนทั้งสิ้น ๒๕๔ คน ทุนทางสังคมในระดับกลุ่มและองค์กร เช่น กลุ่มอาชีพ กลุ่มเกษตรกร กลุ่มเลี้ยงโค กลุ่ม อสม. กลุ่มเลี้ยงปลา เป็นต้น จำนวน ๔๕ กลุ่ม  ทุนทางสังคมที่เป็นหน่วยงานและแหล่งประโยชน์ เช่น หอกระจายข่าว ศาลากลางบ้าน วัด โรงเรียน ห้วย อ่างเก็บน้ำ เป็นต้น มีจำนวน ๕๐ กลุ่ม ทุนทางสังคมในระดับหมู่บ้าน ที่เป็นกลุ่ม กองทุน ที่มีสมาชิกโดยส่วนใหญ่ของครัวเรือนในหมู่บ้านที่เป็นสมาชิก เช่น กองทุนหมู่บ้าน กลุ่มฌาปนกิจสงเคราะห์หมู่บ้าน มีจำนวน ๒๓ กลุ่ม ทุนทางสังคมในระดับตำบล คือกลุ่มที่มีการทำเหมือนกันตั้งแต่ 2 ในตำบล เช่น กลุ่ม อสม. กลุ่มอปพร. เป็นต้น มีจำนวน ๑๑ กลุ่ม และทุนทางสังคมในระดับเครือข่าย เช่นมีการเชื่อมโยงการพัฒนาร่วมกับหน่วยงานภาคนอก เครือข่ายภายนอกตำบล หรือเครือข่ายจากหน่วยงานภาครัฐหรือเอกชน และจากการค้นหาข้อมูลเชิงลึกพบว่า ทุนทางด้านสังคม คือ ทุนบุคคลที่เป็นคนดี คนเก่ง และคนสำคัญ ปราชญ์ชาวบ้านที่มีภูมิปัญญา จำนวนทั้งสิ้น ๒๕๔ คน ทุนทางสังคมในระดับกลุ่มและองค์กร เช่น กลุ่มอาชีพ กลุ่มเกษตรกร กลุ่มเลี้ยงโค กลุ่ม อสม. กลุ่มเลี้ยงปลา เป็นต้น จำนวน ๔๕ กลุ่ม  เป็นจำนวนที่น่าสนใจ เพราะสถิติของข้อมูลบ่งว่าหากเรานำเอาองค์ความรู้ทางด้านวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น จำนวน ๒๕๔ คนและกลุ่มอาชีพ จำนวน จำนวน ๔๕ กลุ่ม  มาส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพให้มีความเข้มแข็ง และถ่ายทอดต่อโดยผ่านกระบวนการเรียนรู้ ให้กับคนในพื้นที่ตำบลยางขี้นกนำมาพัฒนาและต่อยอดสู่การสร้างอาชีพในพื้นที่โดยไม่ต้องเดินทางทิ้งครอบครัวไปทำงานที่อื่นจนเกิดปัญหาด้านสังคมที่เป็นวงจรของปัญหาเกิดขึ้น หรือปัญหาลดลงได้ในที่สุด ในขณะที่การกำหนดกลุ่มเป้าหมายที่จะร่วมเรียนรู้ก็เป็นทั้งการเรียนรู้และการอนุรักษ์สืบสานและส่งต่อวัฒนธรรมและภูมิปัญญาเช่นเดียวกัน ดังนั้นองค์การบริหารส่วนตำบลยางขี้นกจึงกำหนดกลุ่มเป้าหมายที่ร่วมกิจกรรมโครงการ คือ ประชากรตั้งแต่เด็กปฐมวัย เด็กและเยาวชน วัยทำงาน และผู้สูงอายุ ที่เรียนรู้ร่วมกัน เป็นทั้งผู้ถ่ายทอดและผู้เรียนรู้ และผู้อนุรักษ์ และสืบสาน พร้อมที่จะถ่ายทอดต่อไปจากรุ่นสู่รุ่นให้เกิดความยั่งยืนไม่เสื่อมสลาย และในขณะเดียวกันก็เป็นการเรียนรู้ได้ทั้งในระบบ นอกระบบ ซึ่งเป็นการเรียนรู้ตลอดชีวิต และเป็นการปลูกฝัง การจุดประกายความคิด ที่ผู้เรียนรู้จะมีความชอบ รัก ภูมิใจและตื่นตัวในการเรียนรู้ภูมิปัญญาหรือวัฒนธรรมด้านใดด้านหนึ่งหรือหลายด้าน และนำไปทำ ฝึกฝน พัฒนาทักษะและสร้างงานสร้างอาชีพซึ่งเป็นภูมิปัญญาที่มีมาช้านานมีความเหมาะสมและเข้ากับบริบทและทรัพยากรที่มีในชุมชนของตน เพื่อสร้างเป็นอาชีพ สร้างงาน สร้างรายได้ ให้ดำรงชีวิตอยู่ได้กับครอบครัวอย่างไม่เดือดร้อน

การบริหารแบบมืออาชีพ ลดขั้นตอน อำนวยความสะดวก ความรวดเร็ว ช่องทางการบริการที่หลากหลาย และการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล

โครงการเป็นการพัฒนาและปรับเปลี่ยนบริบทการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต ภายใต้การมีส่วนร่วมของ ๔ องค์กรหลักในพื้นที่ ได้แก่ ท้องถิ่น ท้องที่ หน่วยงาน และภาคประชาชน ร่วมกันสร้างการเรียนรู้ของคนสามวัย โดยมีหลักสูตรภูมิปัญญาท้องถิ่นเด็กปฐมวัย หลักสูตรท้องถิ่นเด็กและเยาวชนและหลักสูตรแหล่งเรียนรู้ตำบลยางขี้นก และเส้นทางแหล่งเรียนรู้ตำบลยางขี้นก เพื่อการอนุรักษ์ การสืบสาน วัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น ไปพัฒนาต่อยอดและขยายผลในการส่งเสริมอาชีพ สร้างอาชีพ และบูรณาการสร้างนวัตกรรมสร้างงานสร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้ตนเองและครอบครัวได้

การใช้ทรัพยากรทางการบริหาร ผู้นำท้องถิ่น วางนโยบาย สนับสนุนงบประมาณ และร่วมสำรวจข้อมูลและนำใช้ข้อมูล และตรวจสอบข้อมูล ร่วมกับบุคลากรเจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลยางขี้นก และร่วมกับผู้นำท้องที่ คือ กำนันตำบลยางขี้นกและผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน คณะกรรมการหมู่บ้าน ร่วมสำรวจข้อมูล นำใช้ข้อมูลและตรวจสอบข้อมูล ให้ถูกต้องตรงกัน หน่วยงานได้แก่ รพ.สต.ยางขี้นก  รพ.สต.ผักแว่น  อสม.มีส่วนร่วมในการร่วมกระบวนการเรียนรู้และสร้างการเรียนรู้ในส่วนที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนวัดทั้ง ๙ แห่งในตำบลยางขี้นก  โรงเรียนประถมศึกษา ทั้ง ๕ แห่ง ในตำบลยางขี้นก ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ทั้ง ๕ แห่ง ในตำบลยางขี้นก ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีบทบาทในการร่วมสร้างการเรียนรู้ และภาคประชาชน ได้แก่ ปราชญ์ชาวบ้านผู้มีภูมิปัญญา กลุ่มอาชีพ ผู้สูงอายุ กลุ่มวัฒนธรรม  สภาวัฒนธรรมตำบลยางขี้นก กลุ่มวัฒนธรรมฟ้อนนกกาบบัว ชมรมผู้สูงอายุ โรงเรียนผู้สูงอายุ เป็นต้น

ประโยชน์ที่ได้รับ

1. นำไปพัฒนาและส่งเสริมอาชีพ จากการนำใช้องค์ความรู้จากวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น เป็นการยกระดับศักยภาพของตำบลยางขี้นกและเป็นการอนุรักษ์และสืบสานวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น ซึ่งเป็นการ“ต่อยอดอดีต” โดยนำอัตลักษณ์ วัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต ซึ่งเป็นจุดเด่นทางทรัพยากรด้านวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น มาเพิ่มและพัฒนาศักยภาพของกลุ่มอาชีพและปราชญ์ พร้อมทั้งการส่งเสริมและสนับสนุนจากองค์การบริหารส่วนตำบลยางขี้นกให้สามารถสร้างงานสร้างรายได้และการกินดีอยู่ดีของประชาชนตลอดจนการพัฒนาผลผลิต หรือผลิตภัณฑ์ให้ได้มาตรฐานเพื่อที่จะเป็นสินค้าที่นำเสนอสู่ระบบการตลาดได้อย่างมีมาตรฐานและน่าสนใจ เช่น ผลิตภัณฑ์ผ้าก่วย ผ้าก่วยลายอัตลักษณ์ ได้รับมาตรฐานผลิตภัณฑ์สินค้า OTOP ระดับ ๔ ดาว   ผลิตภัณฑ์จักสานเถาวัลย์แดง(เครือซูด) ได้รับมาตรฐานผลิตภัณฑ์สินค้าโอท้อป ระดับ ๓ ดาว  สมุนไพรแปรรูป น้ำมันไพล สบู่ ลูกประคบ น้ำมันเหลือง ของวิสาหกิจแปรรูปสมุนไพร  จดทะเบียน อย.ผ่านและได้รับมาตรฐานสมุนไพรแปรรูป อันดับ ๙ ของภาคอีสาน จากกลุ่มแปรรูปสมุนไพรที่ส่งผลิตภัณฑ์เข้าแข่งขัน จำนวน  ๓๐๐ กลุ่ม เป็นต้น

2. การพัฒนาคนในทุกมิติและในทุกช่วงวัยตั้งแต่วัยเด็กปฐมวัย เด็กและเยาวชน วัยทำงาน ผู้สูงอายุ ให้ได้รับการพัฒนาและเติมเต็มศักยภาพ เช่น เด็กปฐมวัยได้เรียนรู้ผ่านประสบการณ์ตรง เด็กและเยาวชนเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อสร้างการเรียนรุ้และนำไปต่อยอดในการสร้างอาชีพหรือสร้างรายได้ให้กับตนเอง เช่น นายถกลเกียรติ บุญอารีย์ เรียนรู้การทำพานบายศรี และสามารถพัฒนาทักษะการจัดทำพานบายศรีได้งดงาม และรับจ้างทำพานบายศรีเพื่อเป็นรายได้เฉลี่ยปีละ 35,500-50,000 บาท ในวัยแรงงานนั้นเป็นทั้งผู้เรียนรู้และผู้ถ่ายทอดในกรณีที่เป็นปราชญ์ชาวบ้านที่มีภูมิปัญญา การถ่ายทอดเรื่องราวเป็นอีกทักษะหนึ่งที่เป็นการพัฒนาศักยภาพและความเชี่ยวชาญ ผู้สูงอายุที่ร่วมโครงการมีความภาคภูมิใจในตนเองที่ได้มีโอกาสในการถ่ายทอดภูมิปัญญา และสร้างคุณค่าของตนเองต่อสังคม ไม่เครียดและมีสุขภาพดี ซึ่งกระบวนการเรียนรู้ จากโครงการนี้เป็นการเรียนรู้ได้ทุกที่ เป็นการศึกษานอกระบบก็ได้ ในระบบก็ได้ และเป็นการเรียนรุ้ตลอดชีวิตของคนทุกช่วงวัย   ให้เป็นคนดี เก่ง และมีคุณภาพ  มีความพร้อมทั้งกาย ใจ สติปัญญา มีพัฒนาการที่ดีรอบด้านและมีสุขภาวะที่ดีในทุกช่วงวัย มีจิตสาธารณะ รับผิดชอบต่อสังคมและผู้อื่น เป็นพลเมืองดีของชาติบ้านเมือง  สร้างการเป็นอนุรักษ์ภาษาท้องถิ่น มีนิสัยรักการเรียนรู้และการพัฒนาตนเอง อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต

3. การดูแลรักษาทรัพยากรทางธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เช่น การผลิตปุ๋ยอินทรีย์ และข้าวอินทรีย์ ของกลุ่มวิสาหกิจข้าวอินทรีย์ ที่ดีต่อสุขภาพ การนำพลังงานทางเลือก เช่นพลังงานจากโซล่าเซลล์มาใช้ในระบบสูบน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ของกลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่และเครือข่าย การใช้ระบบพลังงานเชื้อเพลิงจากเตาชีวมวลของกลุ่มจักสานเถาวัลย์แดง(เครือซูด) เป็นต้น

ผลกระทบในการดำเนินการ

1) ภูมิปัญญาท้องถิ่นและวัฒนธรรมอันดีงามของท้องถิ่น ยังคงอยู่ไม่สูญหายหรือถูกกลืนด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ ภายใต้การอนุรักษ์และสืบสานภายใต้กระบวนการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชนจากรุ่นสู่รุ่น เชื่อมโยงการส่งเสริมอาชีพสร้างรายได้และพึ่งพาตนเองได้ และมีความเข้มแข็งจัดการตนเองได้และมีความยั่งยืน เป็นแหล่งเรียนรู้ในชุมชน

2) เด็กและเยาวชน  ได้รับการส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาสืบสานและต่อยอดภูมิปัญญา และปลูกฝังให้สามารถถ่ายทอดและพัฒนาและนำใช้ในการไปประกอบอาชีพได้ ตลอดจนได้ทำหน้าที่ในการเป็นพลเมืองที่ดีในการอนุรักษ์และสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นและวัฒนธรรมอันดีงาม

3) ปราชญ์ชาวบ้าน ภูมิปัญญาท้องถิ่น และผู้สูงอายุ  สามารถถ่ายทอดและมอบองค์ความรู้ด้านภูมิปัญญาและวัฒนธรรมของท้องถิ่น ให้ผู้เรียนรู้นำไปพัฒนาและต่อยอดในการสร้างอาชีพ สร้างงานและสร้างรายได้ให้กับตนเองและครอบครัว  ตลอดจนได้รับความภาคภูมิใจ มีความสุขและมีคุณค่าที่ได้มีโอกาสในการช่วยเหลือสังคมและชุมชน

4) ประชากรวัยแรงงาน  มีโอกาสเข้าถึงต้นทุนด้านองค์ความรู้ในการไปต่อยอดและพัฒนาอาชีพได้

5) กลุ่มอาชีพ  ได้สร้างเครือข่าย พัฒนาทักษะและเกิดองค์ความรู้ใหม่ๆจากการที่ได้เป็นทั้งผู้เรียนรู้และผู้ทำหน้าที่ถ่ายทอดองค์ความรู้ พัฒนาความเป็นมาตรฐานของผลิตภัณฑ์และทักษะในการประกอบอาชีพ และมีศักยภาพในการถ่ายทอดได้

6) หน่วยงาน   ได้ร่วมส่งเสริมละพัฒนาศักยภาพของคนในชุมชน  ตลอดจนเป็นที่พึ่งของคนในชุมชน ที่แสดงออกถึงการมีส่วนร่วมในการพัฒนาท้องถิ่น และมีหลักสูตรและแนวทางในการออกแบบการจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาและส่งเสริมการเรียนรู้ เพื่อส่งเสริมการพัฒนาอาชีพ สร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับประชาชน

7) ชุมชน   เกิดเส้นทางแหล่งเรียนรู้ และแหล่งเรียนรู้ด้านภูมิปัญญาท้องถิ่นและวัฒนธรรม เพื่อการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพให้คนในชุมชน พัฒนาเป็นชุมชนเข้มแข็งที่สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน

อ้างอิงข้อมูล

สรุปรายงานการตรวจประเมินคัดเลือกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีการบริหารจัดการที่ดี ประจำปีงบประมาณ 2566 ขององค์การบริหารส่วนตำบลยางขี้นก อำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2566 โดยผศ.ดร.นพพล อัคฮาด และ อ.ดร.กิตติพงษ์ เพียรพิทักษ์