You are currently viewing บทเรียนความสำเร็จของการจัดตั้งศูนย์เพาะพันธุ์สัตว์น้ำขององค์การบริหารส่วนตำบลเกาะหมาก อ.ปากพะยูน จ.พัทลุง

บทเรียนความสำเร็จของการจัดตั้งศูนย์เพาะพันธุ์สัตว์น้ำขององค์การบริหารส่วนตำบลเกาะหมาก อ.ปากพะยูน จ.พัทลุง

สภาพปัญหาที่ต้องการแก้ไข

จากความมุ่งมั่นในการแก้ปัญหาความเสื่อมโทรมของทะเลสาบสงขลา อันเนื่องมาจากการระบายมลพิษลงสู่ทะเล การใช้เครื่องมือประมงผิดกฎหมาย การใช้เครื่องดักจับที่มีความทันสมัยมากขึ้น ประกอบกับการจับปลาเพื่อประกอบธุรกิจเพื่อการค้า เกิดการแข่งขันในการแสวงหาทรัพยากรที่สามารถก่อให้เกิดรายได้โดยขาดจิตสำนึกในการอนุรักษ์ การเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตและวัฒนธรรม ทำให้ปริมาณสัตว์น้ำในธรรมชาติลดลงอย่างรวดเร็ว จนไม่สามารถขยายพันธุ์เองในธรรมชาติได้เพียงพอ อบต.เกาะหมาก จึงได้ก่อตั้ง “ศูนย์เพาะพันธุ์สัตว์น้ำ” ขึ้น โดยเริ่มเพาะพันธุ์กุ้งก้ามกรามเป็นชนิดแรก เนื่องจากทะเลช่วงดังกล่าวมีการหมุนเวียนของน้ำจืด น้ำกร่อย และน้ำเค็ม ทำให้กุ้งก้ามกรามหรือกุ้งสามน้ำมีรสชาติอร่อย เนื้อกุ้งแน่น และมีความหวานอร่อย ส่วนหัวจะมีความมันเป็นพิเศษ เป็นที่ต้องการของผู้บริโภค โดยในปี ๒๕๖๕ สามารถผลิตลูกกุ้งได้ประมาณ ๒๐ ล้านตัว เพื่อปล่อยลงสู่ทะเลสาบสงขลา โดยการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน ประกอบด้วย ท้องถิ่น ท้องที่ หน่วยงานภาครัฐ และภาคประชาชน เป็นการสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ  ประชาชนได้บริโภคกุ้งในราคาถูก บางส่วนสามารถนำไปขายสร้างรายได้ มีความมั่นคงในอาชีพ มีเงินออมไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน ลดความเหลื่อมล้ำในสังคม และมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

วัตถุประสงค์

๑. เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิต และความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดีขึ้น

๒. เพื่อพัฒนาศักยภาพของแหล่งน้ำ เพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรสัตว์น้ำ

๓. เพื่อปรับสมดุลทางธรรมชาติให้กับท้องทะเล

๔. เพื่อพัฒนาระบบเศรษฐกิจในพื้นที่ ส่งเสริมอาชีพประมงและเพิ่มรายได้ให้กับประชาชน

การดำเนินโครงการ

การสนับสนุนและเพิ่มศักยภาพให้ชุมชนท้องถิ่น มีการกระตุ้นหรือสร้างเงื่อนไขให้กลุ่มทางสังคมและองค์กรหรือหน่วยงานในพื้นที่ได้พัฒนาแนวทางและวิธีการในการพัฒนานวัตกรรมที่ต่อยอดจากภูมิปัญญาท้องถิ่น หรือ สร้างสรรค์ขึ้นมาใหม่ จากระดับบุคคล กลไก ข้อมูลและงานวิชาการ จะนำไปสู่วิธีการใหม่ ๆ ในด้านการรักษาและฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติพื้นที่ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา มุ่งเน้นยกระดับกิจกรรมการอนุรักษ์ ฟื้นฟูทะเลสาบที่ทำอยู่ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น การยกระดับศูนย์เพาะพันธุ์สัตว์น้ำ การพัฒนาและจัดตั้งเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำเพิ่มเติม เช่น มีการทำแนวเขตให้ชัดเจน มีการทำสัญลักษณ์ มีการทบทวนกติกาชุมชนให้เหมาะสม การปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ บ้านปลา การปลูกพืชพื้นถิ่นในแนวชายฝั่ง รวมทั้งการสนับสนุนความเข้มแข็งขององค์กรอนุรักษ์ทะเลสาบสงขลา และการสร้างจิตสำนึกแก่ประชาชนรอบทะเลสาบ มีการพัฒนากลไกการดำเนินงานแบบมีส่วนร่วม เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของชุมชนท้องถิ่นในการจัดกระบวนการเรียนรู้ พัฒนาศักยภาพผู้นำ แกนนำ วิทยากรชุมชนและองค์กรชุมชน ให้ทำหน้าที่เป็น นักจัดกระบวนการเรียนรู้ ที่มีความสามารถในการถ่ายทอดและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ในการเสริมสร้างความเข้มแข็งของการร่วมอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ รวมทั้งการจัดกิจกรรมรณรงค์ด้านการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะ เช่น นโยบายการจัดทำศูนย์เพาะพันธุ์สัตว์น้ำตำบล นโยบายการจัดทำเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำ นโยบายด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยว เช่น มหกรรมกินกุ้ง ๓ น้ำ เป็นต้น

ความคิดริเริ่มและความสอดคล้องกับสภาพปัญหาหรือบริบทชุมชนท้องถิ่น ซึ่งนวัตกรรมที่ทำต้องเกิดจากสภาพปัญหาของท้องถิ่นและความต้องการของประชาชน

ประชาชนในพื้นที่ตำบลเกาะหมาก ร้อยละ ๘๐ ประกอบอาชีพประมง ซึ่งถือเป็นอาชีพหลักในการหารายได้ ทำให้มีการจับสัตว์น้ำเป็นจำนวนมาก จำนวนสัตว์น้ำน้อยลง รายได้ก็ลดลงตามไปด้วย และเมื่อถึงฤดูมรสุมชาวประมงก็ไม่สามารถจับสัตว์น้ำได้ ขาดความมั่นคงทางด้านอาหารและรายได้ ส่งผลต่อการดำรงชีพในแต่ละวัน ประกอบกับ อบต.เกาะหมาก มีการตั้งงบประมาณในข้อบัญญัติเพื่อการจัดซื้อพันธุ์ลูกกุ้งจาก จ.สุพรรณบุรี เพื่อมาปล่อยลงสู่ทะเลสาบสงขลา โดยเฉลี่ยปีละ ๒,๐๐๐,๐๐๐.-บาท ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่สูงและอัตรารอดของลูกกุ้งน้อย เนื่องจากระยะทางในการขนส่งไกล และชาวประมงจับกุ้งได้เพียง ๒๐ -๓๐% ของกุ้งที่ อบต.เกาะหมากได้ปล่อยไป เมื่อเปรียบเทียบแล้วไม่คุ้มค่ากับค่าใช้จ่ายที่จ่ายไป จึงมีแนวคิดที่จะลดต้นทุนค่าใช้จ่ายและสร้างความยั่งยืนในการผลิตลูกกุ้งก้ามกรามขึ้นเอง เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือให้ชาวประมงได้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มีรายได้เพิ่มมากขึ้นจากการประกอบอาชีพ และยังสามารถลดต้นทุนการจัดซื้อพันธุ์ลูกกุ้งก้ามกราม ทั้งยังสร้างความยั่งยืนในการผลิตลูกกุ้งเพื่อปล่อยเอง ดังนั้น จึงได้ตกลงสร้างศูนย์เพาะพันธุ์สัตว์น้ำขึ้นในปี พ.ศ. ๒๕๕๙ โดยกรมป่าไม้ได้อนุญาตให้ใช้พื้นที่ในปี พ.ศ. ๒๕๖๓ อบต.เกาะหมากจึงดำเนินการปรับปรุงโรงเรือน และจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์ เพื่อให้ศูนย์เพาะพันธุ์สัตว์น้ำเกิดประโยชน์สูงสุดกับประชากรในตำบลเกาะหมากและพื้นที่ใกล้เคียงโดยเร็วที่สุด โดยมีการประชุมหารือผู้บริหาร สำนักงานประมงอำเภอปากพะยูน นักวิชาการ และชาวบ้านที่ประกอบอาชีพประมง ตกลงเลือกที่จะทดลองเพาะพันธุ์กุ้งก้ามกรามเป็นอันดับแรก เพราะเจริญเติบโตและให้ผลผลิตเร็ว จากนั้นได้จัดตั้งคณะทำงานฝ่ายบริหาร และดำเนินการรับสมัครเจ้าหน้าที่มาดำเนินงานโดยเลือกบุคลากรในชุมชนที่มีความรู้ด้านประมงมาทำงานที่ศูนย์เพาะพันธุ์สัตว์น้ำ มีการทดลองเพาะพันธุ์กุ้งก้ามกราม โดยรับซื้อแม่พันธุ์กุ้งที่ตั้งไข่จากชาวประมงที่หามาได้ในท้องถิ่น มาฟักไข่และอนุบาลลูกกุ้งให้สมบูรณ์แล้วปล่อยกับคืนสู่ทะเลสาบสงขลา

ความท้าทายและการสร้างความร่วมมือกับทุกภาคส่วนในนวัตกรรมท้องถิ่น จุดเด่นที่สร้างความแตกต่างที่ทำให้เรียกว่านวัตกรรม

ศูนย์เพาะพันธุ์สัตว์น้ำ อบต.เกาะหมาก ดำเนินการฝ่ายกลไกคณะทำงานฝ่ายบริหาร โดยมีนายกองค์การบริหารส่วนตำบลเกาะหมาก เป็นประธาน มีการแต่งตั้งที่ปรึกษาคณะทำงาน ประกอบด้วย สำนักงานประมงอำเภอปากพะยูน หน่วยป้องกันและปราบปรามประมงน้ำจืดพัทลุง ศูนย์วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีชายฝั่งและนวัตกรรมสัตว์น้ำชายฝั่ง จังหวัดสงขลา มหาวิทยาลัยทักษิณ กลุ่มผู้นำชุมชนในพื้นที่ ซึ่งมีหน้าที่ความรับผิดชอบ ดังนี้ (๑) กำหนดแนวทางการดำเนินงานเพื่อให้ศูนย์เพาะพันธุ์สัตว์น้ำเกิดประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และเกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชนในพื้นที่ตำบลเกาะหมากและพื้นที่ใกล้เคียง โดยให้ความรู้และถ่ายทอดเทคโนโลยีอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ ให้บริการทางวิชาการที่เกี่ยวข้อง ให้บริการด้านการประมงแก่ชาวประมง และเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ    ตรวจสอบติดตามและควบคุมกระบวนการผลิตให้ถูกสุขลักษณะมาตรฐานที่กำหนด ให้คำปรึกษา แนะนำและสนับสนุนให้องค์การบริหารส่วนท้องถิ่นดำเนินการพัฒนาด้านการประมง จัดทำข้อมูลการประมง ประชาสัมพันธ์ และเผยแพร่ (๒) เสนอแนะข้อคิดเห็นเกี่ยวกับการดำเนินงานของศูนย์เพาะพันธุ์สัตว์น้ำ (๓) สำรวจข้อมูลเพื่อทำแผนการเพาะพันธุ์สัตว์น้ำ (๔) จัดทำแผนการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำลงสู่ทะเลต่อไป (๕) เบิกจ่ายงบประมาณ (๖) ดำเนินการอื่นใด เพื่อให้ศูนย์เพาะพันธุ์สัตว์น้ำเกิดประสิทธิภาพและบรรลุวัตถุประสงค์ ทั้งนี้ ศูนย์เพาะพันธุ์สัตว์น้ำ อบต.เกาะหมาก ถือกำเนิดขึ้นภายใต้การดำเนินงานโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งแรกในจังหวัดพัทลุง และพัฒนาสู่ความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเครือข่าย ๘ แห่ง ประกอบด้วย ทต.ปากพะยูน ทต.เกาะนางคำ อบต.ฝาละมี อบต.โคกสัก อบต.หานโพธิ์ อบต.คลองรี อบต.คูขุด และ อบต.ป่าขาด ภายใต้โครงการสานพลังชุมชนท้องถิ่นลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา เพื่อจัดการสุขภาวะที่ยั่งยืน โดยมีเป้าหมายเพิ่มจำนวนศูนย์เพาะพันธุ์สัตว์น้ำสำหรับท้องถิ่นที่มีศักยภาพ คืนความอุดมสมบูรณ์ให้กับทะเลสาบสงขลา

การบริหารแบบมืออาชีพ ลดขั้นตอน อำนวยความสะดวก ความรวดเร็ว ช่องทางการบริการที่หลากหลาย

ศูนย์เพาะพันธุ์สัตว์น้ำ อบต.เกาะหมาก มีการจัดตั้งคณะกรรมการฝ่ายเพาะพันธุ์สัตว์น้ำ โดยรับสมัครเจ้าหน้าที่ที่มีความรู้ความชำนาญด้านการเพาะพันธุ์กุ้งมาดำเนินงานในศูนย์เพาะพันธุ์ เนื่องจากต้องเฝ้าระวังตลอด ๒๔ ชั่วโมง แบ่งเป็น ๓ ผลัดในการเฝ้าระวังดูแล แบ่งหน้าที่กัน ดังนี้ ผลัดเช้าจะมีการให้อาหาร โดยให้อาหาร ๔ ครั้งต่อวัน เวลา ๐๖.๐๐ น. ๐๙.๐๐ น. ๑๒.๐๐ น. และ ๑๕.๐๐ น.และเวลา ๑๙.๐๐ น.จะมีการถ่ายน้ำออก โดยใช้วิธีกาลักน้ำ เอาน้ำออกประมาณ ๘๐% แล้วเติมน้ำใหม่ที่พักไว้ลงไป รอบค่ำจะทำการล้างทำความสะอาดถังและอุปกรณ์ทุกอย่างให้สะอาด

ผลลัพธ์ของโครงการนวัตกรรม

๑) ผลต่อกลุ่มประชากรเป้าหมาย : ชาวประมงในตำบลเกาะหมากและพื้นที่ใกล้เคียงที่ประกอบอาชีพประมงมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มีรายได้เพิ่มมากขึ้น ประชาชนมีกำลังการซื้อสูง เศรษฐกิจเฟื่องฟูประชากรมีสุขภาพดี ทั้งทางด้านจิตใจที่ไม่ต้องมีภาวะเครียดจากปัญหาเรื่องหนี้สินและรายได้ที่ไม่พอกับรายจ่าย สุขภาพกายที่สมบูรณ์ เรื่องอาหารการกินที่เพียงพอ และประชาชนทั่วไปสามารถหาซื้อกุ้งมารับประทานได้ในราคาถูกลง ต่างจากในอดีตที่กุ้งมีราคาแพง รวมถึงสามารถเพิ่มจำนวน/ชนิดเครื่องมือในการประกอบอาชีพได้มากขึ้น

๒) ผลต่อหน่วยงาน : เจ้าหน้าที่มีความรู้ความสามารถ เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน พัฒนาต่อยอดในการเพาะพันธุ์สัตว์น้ำชนิดอื่น ๆ มีความพร้อมในการถ่ายทอดความรู้ไปยังหน่วยงานอื่น ๆ หรือบุคคลที่สนใจได้ เกิดความร่วมมือกันของทุกภาคส่วนในตำบลเกาะหมาก ทั้ง ๔ องค์กรหลัก ได้แก่ ผู้บริหาร กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ประมงอำเภอปากพะยูน กรมประมง จังหวัดสงขลา และประชาชนที่ประกอบอาชีพประมงในตำบลเกาะหมาก ในการมีส่วนร่วมในการพัฒนาการเพาะพันธุ์สัตว์น้ำของทางศูนย์เพาะพันธุ์สัตว์น้ำ ต่อไป

๓) ผลต่อชุมชน : มีจำนวนกุ้งเพิ่มมากขึ้น ระบบนิเวศน์มีความอุดมสมบูรณ์เป็นที่อยู่ของสัตว์น้ำได้อย่างปลอดภัยและเจริญเติบโตจนสามารถจับได้ในเวลาต่อมา โดยในปี ๒๕๖๕ ทำการเพาะพันธุ์กุ้งก้ามกรามจำนวน ๙ รอบ ได้จำนวนลูกกุ้งที่ผลิตได้ประมาณ ๒๐ ล้านตัว และปล่อยคืนสู่ทะเลสาบสงขลา ดังนี้

ตารางการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕

วัน/เดือน/ปีพื้นที่ปล่อยจำนวนสัตว์น้ำที่ปล่อยได้
๑๕ ก.พ. ๖๕หมู่ที่ ๙๑ ล้านตัว
๑ มี.ค. ๖๕หมู่ที่ ๖๕๐๐,๐๐๐ ตัว
๒๔ มี.ค. ๖๕หมู่ที่ ๑๐๑ ล้านตัว
๑๑ พ.ค. ๖๕หมู่ที่ ๑  และหมู่ที่ ๒๒ ล้านตัว
๑๘ พ.ค. ๖๕หมู่ที่ ๗  และหมู่ที่ ๓๓ ล้านตัว
๒๘ มิ.ย. ๖๕หมู่ที่ ๔๔ ล้านตัว
๒๓ ก.ค. ๖๕หมู่ที่ ๗๑ ล้านตัว
๔ ส.ค. ๖๕หมู่ที่ ๘๔ ล้านตัว

จากการปล่อยสัตว์น้ำผลที่ได้รับเปรียบเทียบปริมาณการจับกุ้งก้ามกราม ในเขตพื้นที่ตำบลเกาะหมากดังนี้

ปีงบประมาณพ.ศ. ๒๕๖๓พ.ศ. ๒๕๖๔พ.ศ. ๒๕๖๕
ปริมาณการจับสัตว์น้ำ๓,๗๙๒.๕๐๓,๖๘๗.๕๐๕๙,๓๐๐.๐๐

ผลกระทบจากการดำเนินโครงการนวัตกรรม

ด้านสังคม : การพัฒนาแบบมีส่วนร่วม โดยการนำเอาทุกกลุ่มของสังคมหรือชุมชนเข้ามาอยู่ในกระบวนการพัฒนาภายในท้องถิ่นจึงมีความสำคัญในแง่ของการสร้างพลังให้กับกลุ่มคนต่าง ๆ ได้เข้ามามีส่วนร่วมด้วยสำนึกของการเป็นส่วนหนึ่ง สามารถผนวกรวมเอาทุกภาคส่วนเข้ามาอยู่ในกระบวนการทำให้เกิดความเท่าเทียม และให้ความสำคัญกับการสร้างรายได้ให้กับกลุ่มต่าง ๆ ในชุมชนมากขึ้น โดยเฉพาะอาชีพประมง การท่องเที่ยวชุมชน แหล่งเรียนรู้ชุมชน โดยเชื่อมโยงกับการนำเอาภูมิปัญญาท้องถิ่น ทรัพยากรธรรมชาติที่อยู่ในรูปแบบทุนทางสังคมที่มีอยู่ในชุมชนมาใช้ประโยชน์มากขึ้น กล่าวคือทั้งในแง่ขององค์กรที่เข้ามาร่วมทำงาน และขอบเขตของงานที่ทำ มีการสร้างความร่วมมือแบบภาคีเครือข่ายเพื่อการพัฒนาอย่างครบวงจร ทั้งในส่วนของภาครัฐ เอกชน องค์กรพัฒนาเอกชน และภาคประชาชน เป็นต้น

ด้านเศรษฐกิจ : จะเห็นได้ว่าเมื่อประชาชนจับสัตว์น้ำได้เพิ่มขึ้น ครัวเรือนมีรายได้มากกว่ารายจ่าย สะท้อนว่าครัวเรือนนั้นมีรายได้คงเหลือสำหรับเป็นเงินออมหรือมีเงินสำรองที่สามารถนำมาใช้จ่ายในภาวะฉุกเฉิน หรือครอบครัวประสบภาวะวิกฤตต่าง ๆ เช่น วิกฤตด้านสุขภาพที่ส่งผลกระทบต่อการทำงานหรือการประกอบอาชีพ วิกฤตจากการประสบกับภัยพิบัติทางธรรมชาติ เป็นต้น ประชาชนสามารถตอบสนองต่อความต้องการของตัวเองได้อย่างสม่ำเสมอ และยั่งยืน ซึ่งอาจจะเป็นความต้องการขั้นพื้นฐานทั่ว ๆ ไป เช่น ที่พัก อาหาร เสื้อผ้า และยารักษาโรค ไปจนถึงความต้องการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น สินทรัพย์ที่จำเป็นต่อการหาเลี้ยงชีพ ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการดูแลสุขภาพ รวมถึงการศึกษา เป็นต้น   

ด้านสิ่งแวดล้อม : การเพิ่มผลผลิตของทรัพยากรสัตว์น้ำ เพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชนในทุกมิติ รวมทั้งการรักษาความอุดมสมบูรณ์ ฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำ ให้มีความสมดุลในระบบนิเวศ โดยบูรณาการร่วมกันระหว่างภาครัฐและประชาชน ในรูปแบบสร้างการมีส่วนร่วมโดยให้ชุมชนร่วมในการฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำ อีกทั้งยังช่วยสร้างความสมดุลของระบบนิเวศในแหล่งน้ำส่งผลให้เกิดความมั่นคงทางด้านอาชีพประมง สร้างรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นแก่ประชาชนในพื้นที่

อ้างอิงข้อมูลจาก

สรุปรายงานการตรวจประเมินคัดเลือกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีการบริหารจัดการที่ดี ประจำปีงบประมาณ 2566 ขององค์การบริหารส่วนตำบลเกาะหมาก อำเภอปากพะยูน จังหวัดพัทลุง เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2566 โดย ผศ.ดร.นพพล อัคฮาด ผู้ประเมินรอบพื้นที่