จากการศึกษาของผู้เขียนเกี่ยวกับบทบาทตัวแสดงในภาคีเครือข่ายการบูรณาการแก้ไขปัญหาวิกฤติโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (COVID-19) ในพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลเวียงได้มีภาคีเครือข่ายต่างๆ เข้ามีส่วนเกี่ยวข้องในการร่วมมือเพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ในระลอกแรก ปรากฏข้อมูลที่น่าสนใจดังนี้
1. หน่วยงานทางด้านสาธารณสุข ได้แก่ สำนักงานสาธารณสุขอำเภอเทิง โรงพยาบาลเทิง และโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ได้ดำเนินการตรวจคัดกรองผู้ป่วยในพื้นที่ มีการแนะนำให้ผู้ที่สัมผัสกับผู้ป่วยได้กักตัวตามหลักการสาธารณสุข ซึ่งจากการให้ข้อมูลของสาธารณสุขอำเภอเทิงเกี่ยวกับการร่วมมือในการบริหารจัดการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในพื้นที่ อบต. เวียง ได้ข้อมูลที่น่าสนใจดังนี้
“…ในช่วงที่เกิดวิกฤตแล้วมีความสับสนวุ่นวาย ทางนายกฯ อบต. ได้ประสานผมไปเพื่อขอเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่จะสามารถอธิบายให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่เข้าใจแนวทางการปฏิบัติตัวที่ถูกต้อง ซึ่งตอนนั้นผมมอบหมายท่านผู้ช่วยสาธารณสุขอำเภอออกมาช่วยท่านนายกฯ และท่านนายกฯ เนี๊ยะเป็นคนขับรถ เพราะท่านต้องการสร้างความมั่นใจให้กับพี่น้องประชาชน ทุกวันที่มีการดำเนินการเสร็จแล้ว เราจะมานั่งประชุมวางแผนกัน แล้วท่านนายกฯก็ขับรถขยายเสียงเองเพื่อให้ผู้ช่วยสาธารณสุขอำเภอไปประชาสัมพันธ์ ไปพูดสื่อสารเพื่อสร้างความเข้าใจในตอนแรก ซึ่งขณะนั้นเกิดความตรึงเครียดอย่างมาก” (สาธารณสุขอำเภอเทิง, 2564: สัมภาษณ์)
2. อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และกลุ่มพัฒนาสตรีตำบล ในการทำหน้าที่ช่วยเหลือบุคลากรทางการแพทย์ และการเดินสนามเพื่อเคาะประตูบ้านตามครัวเรือนในการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง และการกรอกข้อมูลตามแบบ Google form เพื่อติดตามรายงานผล ซึ่งจากการให้ข้อมูลของตัวแทนอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เกี่ยวกับการร่วมมือในการบริหารจัดการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในพื้นที่ อบต. เวียง ได้ข้อมูลที่น่าสนใจดังนี้
“…พอดีได้ข่าวตอนแรก ผมก็ยังไม่รู้จะทำอย่างไรครับ เพราะมันเป็นเคสแรกของอำเภอเทิงครับ พอดีผมก็ได้ออกช่วยเหลือ เคาะประตูบ้าน แต่ละป๊อก ป๊อกหนึ่งมี 13 – 14 หลังคาเรือน มี อสม. รับผิดชอบ 1 คน ซึ่ง อสม. ทุกคนต้องให้คำแนะนำและช่วยเหลือ แจกแมสท์ที่ อบต. ให้นำไปแจก ตอนนั้น พอดีชาวบ้านเขาก็ยังไม่รู้เรื่อง แรก ๆ ก็แนะนำไปแต่ตอนนี้เขาเข้าใจหมดแล้วครับ เพราะโรคนี้มันระบาดหลายที่แล้ว เขาพอเข้าใจแล้ว…” (อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านรายหนึ่ง, 2564: สัมภาษณ์)
3. ผู้นำในชุมชนได้แก่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล สารวัตรกำนัน สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล ทำหน้าที่ติดต่อประสานงานภาคีเครือข่าย ดูแลความเรียบร้อยให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในชุมชนสามารถเข้าถึงความช่วยเหลือและการสนับสนุนในภารกิจต่างๆ ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยซึ่งจากการให้ข้อมูลของตัวแทนผู้นำฝ่ายปกครองในตำบล เกี่ยวกับการร่วมมือในการบริหารจัดการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในพื้นที่ อบต. เวียง ได้ข้อมูลที่น่าสนใจดังนี้
“….แจ้ง อบต. ก็คือแจ้งไปที่นายก อบต. ว่าขณะนี้มีผู้ป่วยในหมู่บ้าน แล้วนายกฯ ก็มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ออกไปดู และก็หาทางช่วยเหลือ ประสัมพันธ์ ออกสื่อ ชี้แจงทำความเข้าใจให้กับชาวบ้าน เพราะช่วงนั้นมันวุ่นวายไปหมด แล้วก็ปิดหมู่บ้าน ทาง อบต. ก็ออกไปให้ความช่วยเหลือ ให้คำแนะนำ ช่วยเหลือของอุปโภคบริโภคต่าง ๆ ของใช้สอยที่จำเป็นในครัวเรือน มีเจลแอลกอฮอล์แจกให้ทุกหลังคาเรือนในหมู่บ้าน แจกผ้าเพื่อให้แม่บ้านทั้งหมู่บ้านได้ตัดเย็บ เป็นผ้าปิดจมูก แล้วก็มีคุณหมอจากโรงพยาบาลเทิงเข้าไปสอบสวนโรควันละสองรอบ เพื่อไปตรวจ ไปพ่นสารเคมีฆ่าเชื้อโรค ซึ่งใช้งบประมาณจาก อบต.” (ผู้ใหญ่บ้านรายหนึ่ง, 2564: สัมภาษณ์)
4. สถานีตำรวจภูธรเทิง เกี่ยวข้องในการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากในขณะนั้นรัฐบาลได้ประกาศการบริหารสถานการณ์ในภาวะฉุกเฉิน ซึ่งมีการจำกัดเวลาเข้า – ออกเคหสถาน การรวมกลุ่มคน การเปิด-ปิดสถานบันเทิง เพื่อควบคุมไม่ให้มีการติดเชื้อเพิ่มเติม
5. ศูนย์บริหารจัดการในสถานการณ์การแพร่ระบาดชองเชื้อไวรัสโควิด 19 ของจังหวัดเชียงราย และอำเภอเทิง ที่เป็นฝ่ายปกครอง ได้มีการบังคับใช้ประกาศหรือมาตรการต่าง ๆจาก ศบค. ส่วนกลางในพื้นที่ รวมทั้งนำรูปแบบการดำเนินงานในพื้นที่ อบต.เวียง ไปใช้เป็นตัวแบบในการบริหารจัดการพื้นที่ในการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 ในพื้นที่ตำบล หมู่บ้านต่าง ๆที่มีการแพร่ระบาดในเขตอำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย ซึ่งจากการให้ข้อมูลของปลัดอำเภอเทิงเกี่ยวกับการร่วมมือในการบริหารจัดการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในพื้นที่ อบต. เวียง ได้ข้อมูลที่น่าสนใจดังนี้
“…สำหรับการแก้ไขปัญหาในช่วงวิกฤติ สิ่งสำคัญที่สุดคือความร่วมไม้ร่วมมือกัน เพราะเรามองว่าในการจัดการปัญหาในภาวะวิกฤติเช่นนั้นไม่สามารถให้หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งดำเนินการเพียงลำพังได้ แต่ในการปฏิบัติงานตามโครงสร้าง เราจะมีศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคระดับอำเภอ หรือ ศบค. อำเภอ ที่จะดูแลและจัดการในเชิงป้องกันและเชิงควบคุมในระดับอำเภอทั้งหมด ในส่วนย่อยลงไปก็จะเป็น ศบค. ตำบล ก็คือศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคตำบล โดยเราก็จะอาศัยกลไกตรงนี้ในการสร้างความร่วมมือทั้งท้องถิ่น ส่วนราชการในระดับพื้นที่ ในการเข้ามานั่งพูดคุยหารือกัน แบ่งหน้าที่และความรับผิดชอบเป็นการจัดการตามความถนัดและความชำนาญ เช่น งานด้านสาธารณสุข เราก็จะต้องให้หน่วยงานทางด้านสาธารณสุขเขาให้ความคิดเห็นว่าทำอย่างไรในการควบคุมและลดการแพร่เชื้อได้เร็วที่สุด ในส่วนของด้านการสนับสนุนงบประมาณ วัสดุอุปกรณ์ ก็แน่นอนว่าทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คือ อบต. เวียง ที่มีการอุดหนุนงบประมาณ ในส่วนของการสร้างความเข้าใจ อันนี้ก็จะเป็นหน้าที่ของฝ่ายปกครอง ซึ่งมีกำนัน ผู้ใหญ่บ้านในการเข้าไปสร้างความเข้าใจด้วย ซึ่งอันนี้ก็เป็นภาคีเครือข่ายที่ทำตามอำนาจหน้าที่ ตามศักยภาพของแต่ละหน่วยงาน แต่ท้ายสุดเราจะทำอย่างไรให้ทุกหน่วยงานได้เข้ามาพูดคุยกันและมีเป้าหมายเดียวกัน” (ปลัดอำเภอเทิงรายหนึ่ง, 2564: สัมภาษณ์)
6. ภาคีเครือข่ายภาคเอกชน ชมรมพ่อค้าอำเภอเทิง ผู้ประกอบการธุรกิจห้างร้านในตลาด และประชาชนทั่วไป ได้มีส่วนร่วมในการสนับสนุนข้าวสาร อาหารแห้ง หน้ากากอนามัย เจลแอลกอฮอล์ เพื่อนำไปมอบให้ประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากการเป็นกลุ่มเสี่ยง/อยู่ระหว่างกักตัวในพื้นที่ อบต. เวียง
7. มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ได้มีการให้บุคลากรมาทำการเตรียมความพร้อมของชุมชน หลังจากที่ให้ผู้ป่วยที่รักษาเสร็จแล้วกลับบ้าน
8. องค์การบริหารส่วนตำบลเวียง ทำหน้าที่เป็นเจ้าภาพหลักในการบริหารจัดการในภาวะวิกฤติ เพื่อป้องกันควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (COVID-19) โดยประสานกับภาคี เครือข่ายทุกภาคส่วน สนับสนุนบุคลากร วัสดุอุปกรณ์ งบประมาณ จนสามารถดำเนินงานได้อย่างเป็นรูปธรรมซึ่งจากการให้ข้อมูลของปลัด อบต. เวียง เกี่ยวกับการร่วมมือในการบริหารจัดการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในพื้นที่ อบต. เวียง ได้ข้อมูลที่น่าสนใจดังนี้
“…ในส่วนของงบประมาณในการดำเนินโครงการ เนื่องจากสถานการณ์การดังกล่าวเป็นโรคอุบัติใหม่ เราก็ไม่ได้ตั้งงบประมาณเฉพาะในเรื่องนี้ไว้ ในส่วนของ อบต. เวียง เราจะมีการกำหนดแผนในการพัฒนาท้องถิ่น ไว้เกี่ยวกับการป้องกันโรคติดต่อและโรคไม่ติดต่อ ถ้าหากเกิดสถานการณ์ก็สามารถใช้งบประมาณในส่วนนี้ได้ ผนวกกับเรามีหน่วยงานย่อยอีกหน่วยงานหนึ่งภายใต้สังกัด อบต. เวียง คือ กองทุนหลักประกันสุขภาพองค์การบริหารส่วนตำบลเวียง ในการมีอำนาจหน้าที่ในการดูแล ควบคุม และป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดต่อได้อยู่แล้ว ทำให้งบประมาณส่วนหนึ่งก็ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนหลักประกันสุขภาพของ อบต. เวียง จำนวน 84,000 บาท ในการสนับสนุนการดำเนินงานของโรงพยาบาลเทิงในการอบรมให้ความรู้ให้แก่แกนนำสุขภาพ ซึ่งได้รับความอนุเคราะห์วิทยากรจากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง นอกนั้นก็ได้มีการสนับสนุนงบประมาณให้แก่การดำเนินงานของชมรม อสม. ในพื้นที่ โรงเรียนเด็กเล็กในสังกัด อบต. เพื่อนำไปจัดซื้อเครื่องตรวจวัดอุณหภูมิ เจลแอลกอฮอล์ เพื่อใช้ในการควบคุมโรค ส่วนหนึ่งก็ใช้งบประมาณจากข้อบัญญัติงบประมาณ ในการจัดซื้อสารเคมีฉีดพ่นฆ่าเชื้อไวรัสในพื้นที่ อบต. เจลแอลกอฮอล์ และหน้ากากอนามัย ซึ่งงบประมาณส่วนใหญ่จะเป็นการจัดซื้ออุปกรณ์…”(ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลเวียง, 2564: สัมภาษณ์)
ที่มา : นพพล อัคฮาด (2565). การสังเคราะห์ผลการปฏิบัติงานที่ดีขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีการบริหารจัดการแบบความร่วมมือเพื่อแก้ไขปัญหาในช่วงวิกฤติการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019. ทุนสนับสนุนการวิจัยในโครงการพัฒนานักวิจัยรุ่นใหม่ สาขาวิชาวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
