คุณลักษณะของผู้นำการเปลี่ยนแปลงที่ประสบความสำเร็จ
ผู้นำการเปลี่ยนแปลงที่มีประสิทธิภาพจะมีคุณสมบัติ 5 ประการที่สำคัญ การพัฒนาคุณสมบัติทั้งห้าประการเหล่านี้ขึ้นมาจะทำให้ผู้นำการเปลี่ยนแปลงประสบความสำเร็จในการบริหารการเปลี่ยนแปลงให้กับหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชน (Michiganstateuniversityonline, 2023) (Lunenburg, 2010) สำหรับสาระสำคัญ มีดังนี้
1. ความยืดหยุ่นในการเปิดรับการเปลี่ยนแปลง (Flexibility)
ผู้นำการเปลี่ยนแปลงที่ประสบความสำเร็จจะมีความยืดหยุ่นและพร้อมเปิดรับการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ ผู้นำจำเป็นต้องมีทัศนคติแบบผู้ประกอบการ ผู้นำต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมเพื่อค้นหาวิธีที่แปลกใหม่สำหรับธุรกิจที่จะเติบโตและใช้ประโยชน์จากโอกาสที่มี ซึ่งรวมถึงการใช้ประโยชน์จากความคิดสร้างสรรค์ของผู้อื่นโดยการเชื่อมต่อกับผู้คนทั้งจากภายในและภายนอกองค์การ รวมถึงที่มีอายุและภูมิหลังที่แตกต่างต่างกันเพื่อทำความเข้าใจมุมมอง ประสบการณ์ และบุคลิกภาพที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
2. ความรู้ที่หลากหลาย (Diversified Knowledge) ผู้นำที่ประสบความสำเร็จจะหลีกเลี่ยงการติดอยู่กับความรู้ที่มีในขอบเขตของหน่วยงานของตนเอง (หรือความรู้ที่มีในอุตสาหกรรมของตนในกรณีภาคธุรกิจ) โดยจะทำการพิจารณาสิ่งที่เกิดขึ้นในภาคส่วนอื่นๆประกอบ และจะพิจารณาดูว่าความรู้อะไรที่ใช้ได้ผลและใช้ได้กับหน่วยงานของตนได้ดี (หรือใช้ได้กับอุตสาหกรรมของตน) ผู้นำจะได้รับข้อมูลเชิงลึกที่มีค่าและมองเห็นโอกาสใหม่ๆสำหรับการเติบโตของหน่วยงาน และมีการกระจายความรู้ไปอย่างกว้างขวาง สิ่งสำคัญที่ผู้นำต้องมีคือต้องพัฒนาความอยากรู้อยากเห็นในฐานะผู้เรียนรู้ตลอดชีวิต นอกเหนือจากการติดตามสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งในและนอกอุตสาหกรรมแล้ว การได้รับความรู้ใหม่ๆผ่านหลักสูตรปริญญาโทออนไลน์ ผ่านการอบมต่างๆและผ่านการเรียนในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพต่างๆ รวมถึงรูปแบบการเรียนรู้สมัยใหม่ผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลต่างๆจะสามารถช่วยสนับสนุนการพัฒนาการเปลี่ยนแปลงได้
3. การจัดลำดับความสำคัญในการสร้างการเปลี่ยนแปลง (Prioritization) มีลักษณะเป็นการใช้ประโยชน์ในการจัดลำดับความสำคัญที่เฉพาะเจาะจงกับเป้าหมายของหน่วยงานของผู้นำการเปลี่ยนแปลง รวมถึงมีลักษณะเป็นการต่อสู้ในการดำเนินงานที่ต้องเอาชนะอุปสรรคต่างๆทั้งจากภายในหน่วยงาน ร่วมกับอุปสรรคและคู่แข่งจากภายนอก ซึ่งจะตัดสินความสำเร็จหรือความล้มเหลวของหน่วยงานได้ รวมไปถึงจะต้องมุ่งเน้นไปที่การปรับปรุงประสิทธิภาพของหน่วยงานตลอดเวลา การทำเช่นนี้จะเพิ่มความคล่องตัวในการตัดสินใจและสร้างภาพในการทำงานที่ชัดเจน การจัดลำดับความสำคัญในการสร้างการเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งจำเป็น สามารถทำการวัดผลตามความคาดหวังได้ ซึ่งจะนำไปสู่ผลลัพธ์และความสำเร็จของหน่วยงาน
4. ความรับผิดชอบและตรวจสอบได้ (Accountability and Responsibility) ผู้คนส่วนใหญ่จะเคารพในความกล้าหาญและความรับผิดชอบในการทำงานร่วมกัน ในการเป็นผู้นำอย่างมีประสิทธิภาพ ผู้บริหารและผู้จัดการจำเป็นต้องรับผิดชอบต่อผลการปฏิบัติงานของทีมงานที่เกิดขึ้น ซึ่งทำให้ในบางครั้งผู้นำอาจต้องตัดสินใจที่จะขัดแย้งกับกลุ่มคนที่มีความคิดเห็นที่ไม่เห็นด้วยและอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งในหน่วยงานได้ แต่การทำเช่นนั้นด้วยความเชื่อมั่นและเป็นเจ้าของผลงานที่ตามมาจะแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจของผู้นำการเปลี่ยนแปลงที่มีแรงจูงใจที่มุ่งไปที่ผลประโยชน์สูงสุดและความสำเร็จของหน่วยงานเป็นหลัก จึงทำให้ผู้นำได้รับความไว้วางใจจากพนักงานและผู้ใต้บังคับบัญชา
5.ทักษะการฟังที่มีประสิทธิภาพ (Effective Listening Skills) ผู้นำการเปลี่ยนแปลงที่มีประสิทธิภาพจะทำการสำรวจมุมมองและนำมาพิจารณาโดยละเอียดและรอบด้าน เมื่อผู้นำต้องการมองหาแนวทางแก้ไขหน่วยงานของตน สิ่งนี้เริ่มต้นด้วยการฟังบุคลากรและพนักงาน ไม่มีใครในหน่วยงาน อยากรู้สึกว่าการเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นและส่งผลกระทบเชิงลบกับตน บุคลากรในหน่วยงานโดยส่วนใหญ่อยากเห็นการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงและรู้สึกว่าคนอื่นกำลังฟังความคิดเห็นของตน ผู้นำที่มีทักษะการฟังที่มีประสิทธิภาพจะรับฟังและสามารถพัฒนาความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นกับผู้คนโดยได้รับความไว้วางใจภายในหน่วยงาน และความไว้วางใจนี้จะช่วยให้การเปลี่ยนแปลงของผู้นำประสบความสำเร็จ
