คณะกรรมการหมู่บ้าน

  • Post author:

พัฒนาการ

“คณะกรรมการหมู่บ้าน” กำเนิดขึ้นตามพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ. 2457 แก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่ 1 พ.ศ. 2486 ในมาตรา 28 ตรี โดยกำหนดให้มีการจัดตั้ง “คณะกรรมการหมู่บ้าน” โดยเดิมกำหนดให้ผู้ใหญ่บ้านและผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านรวมกันมีฐานะเป็น “คณะกรรมการหมู่บ้าน” มีหน้าที่เสนอข้อแนะนำและให้คำปรึกษาหารือในการปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ของผู้ใหญ่บ้าน โดยมีผู้ใหญ่บ้านเป็นประธาน และยังกำหนดว่าการประชุมคณะกรรมการหมู่บ้านต้องมีผู้มาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งจึงจะเป็นองค์ประชุม และการชี้ขาดข้อปรึกษาของคณะกรรมการหมู่บ้านให้ถือเสียงข้างมากเป็นหลัก ซึ่งนับเป็นจุดเริ่มต้นของ “คณะกรรมการหมู่บ้าน” ที่ได้มีส่วนในการบริหารหมู่บ้านอย่างบูรณาการมากขึ้นในช่วงหลังจากประเทศไทยเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นระบอบประชาธิปไตยมากขึ้น (ปธาน สุวรรณมงคล, 2560: 159) 

ต่อมาในปี พ.ศ. 2524 คณะกรรมการปฏิรูประบบราชการ และระเบียบบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล ได้พิจารณาเห็นว่า การดำเนินงานของคณะกรรมการหมู่บ้านในสภาวการณ์สมัยนั้น (พ.ศ. 2524) ยังไม่ค่อยมีประสิทธิภาพ และไม่สามารถบริหารงานที่ตอบสนองความต้องการของประชาชนได้เท่าที่ควรเนื่องจากเหตุผลดังต่อไปนี้ 1) การดำเนินงานของหมู่บ้านอยู่ในดุลยพินิจของผู้ใหญ่บ้านเพียงคนเดียว 2) กระทรวง ทบวง กรม ต่าง ๆ จัดตั้งคณะกรรมการระดับหมู่บ้านขึ้นซ้ำซ้อนกันหลายรูปแบบ และ 3) รัฐบาลขาดนโยบายที่แน่นอนและต่อเนื่องในการสนับสนุนการจัดการปกครองในระดับหมู่บ้าน (กรมการปกครอง, 2544) ต่อมาคณะกรรมการดังกล่าว จึงได้เสนอความเห็นต่อคณะรัฐมนตรีให้ปรับปรุงรูปแบบการบริหารงานของหมู่บ้านในด้านต่าง ๆ ดังนี้

1) ส่งเสริมให้การดำเนินงานของหมู่บ้านอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบในรูปคณะกรรมการหมู่บ้าน เพื่อให้การวินิจฉัยเรื่องต่าง ๆ เป็นไปอย่างรอบคอบรัดกุม

2) ปรับปรุงโครงสร้างของคณะกรรมการหมู่บ้าน ให้เป็นคณะกรรมการที่มีประสิทธิภาพ คือ

–  ยึดรูปแบบคณะกรรมการหมู่บ้านตามพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พระพุทธศักราช 2457 เป็นหลัก

– ปรับปรุงโครงสร้างให้สอดคล้องกับรูปแบบหมู่บ้านอาสาพัฒนาและป้องกันตนเอง

– ยกเลิกคณะกรรมการระดับหมู่บ้านรูปแบบอื่น ๆ (ยกเว้นคณะกรรมการกลางหมู่บ้านอาสาพัฒนาและป้องกันตนเอง) ให้ใช้คณะกรรมการหมู่บ้านเพียงคณะเดียว

ลำดับต่อมา คณะรัฐมนตรีในรัฐบาลของพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ได้ประชุมเมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2524 และลงมติในหลักการให้มีคณะกรรมการหมู่บ้าน ตามพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ. 2457 เป็นหลัก ตามความเห็นของคณะกรรมการปฏิรูปการบริหารราชการในสมัยนั้น และมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยดำเนินการ  และต่อมากระทรวงมหาดไทย โดยกรมการปกครอง ได้ดำเนินการปรับปรุงรูปแบบคณะกรรมการหมู่บ้านที่มีมาแต่เดิมให้มีประสิทธิภาพ โดยร่วมกับหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องวางแนวทางดำเนินงานซึ่งได้ตราข้อบังคับกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการดำเนินงานของคณะกรรมการหมู่บ้าน พ.ศ. 2526 ขึ้น ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้ประชุมปรึกษาเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2526 ลงมติไว้ดังนี้ (กรมการปกครอง, 2544)

1) รับทราบผลการดำเนินงานปรับปรุงคณะกรรมการหมู่บ้านของกระทรวงมหาดไทย

2) ให้กระทรวง ทบวง กรม ที่เกี่ยวข้องถือปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2524 เรื่อง การปรับปรุงรูปแบบหมู่บ้านซึ่งอนุมัติในหลักการให้มีคณะกรรมการหมู่บ้านเพียงคณะเดียวโดยเคร่งครัด  เว้นแต่หมู่บ้านอาสาพัฒนาและป้องกันตนเอง (อพป.) ตามพระราชบัญญัติจัดระเบียบหมู่บ้านอาสาพัฒนาและป้องกันตนเอง พ.ศ. 2522 ให้คงเป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น

3) อนุมัติในหลักการให้นายอำเภอมีอำนาจแต่งตั้งข้าราชการและบุคคลอื่นใดทุกสังกัดให้เป็นที่ปรึกษาของคณะกรรมการหมู่บ้านและที่ปรึกษาของฝ่ายกิจการต่าง ๆ ตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับกระทรวงมหาดไทยได้  โดยขอให้คำนึงถึงข้อเท็จจริงในทางปฏิบัติด้วยว่า

3.1) ผู้ที่จะเข้าร่วมเป็นที่ปรึกษาของคณะกรรมการหมู่บ้านและที่ปรึกษาของฝ่ายกิจการต่าง ๆ นอกเหนือจากผู้ที่เกี่ยวข้องแล้ว จะต้องมีความเต็มใจ และอุทิศเวลาเพื่อการนี้

3.2) สำหรับที่เป็นข้าราชการ ควรได้รับความเห็นชอบจากหัวหน้าส่วนราชการนั้น ๆ ก่อนด้วย

4) ให้กระทรวงมหาดไทยรับข้อสังเกตของคณะรัฐมนตรีในเรื่องนี้ไปพิจารณาด้วย ดังนี้

4.1) กรรมการหมู่บ้านผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการหมู่บ้านและกรรมการสภาตำบลผู้ทรงคุณวุฒิ ในคณะที่ปรึกษาคณะกรรมการหมู่บ้าน จะต้องไม่มีค่าตอบแทนตลอดไป

4.2) ในกรณีที่บุคคลได้รวมตัวกัน จัดตั้งเป็นกลุ่มเพื่อดำเนินกิจการอย่างใดอย่างหนึ่ง โดยส่วนราชการไม่ได้เกี่ยวข้องด้วยนั้น ถ้ากลุ่มใดมีกิจการทำนองเดียวกับฝ่ายกิจการใดในคณะกรรมการหมู่บ้าน     ก็ควรจัดให้อยู่ในกิจการนั้น ๆ ด้วย

4.3) ควรพิจารณาให้มีกรรมการหมู่บ้าน ทำนองเดียวกันนี้สำหรับชุมชนแออัดในกรุงเทพมหานครด้วย

ต่อมากระทรวงมหาดไทยได้ให้ทุกอำเภอ ได้ปรับปรุงคณะกรรมการหมู่บ้านใหม่ขึ้นในปี 2526 ตามพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ. 2457 และข้อบังคับกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการดำเนินงานของคณะกรรมการหมู่บ้าน (กม.) พ.ศ. 2526 โดยได้มีการเลือกตั้งกรรมการหมู่บ้านผู้ทรงคุณวุฒิขึ้นใหม่ พร้อมทั้งแต่งตั้งฝ่ายกิจการต่าง ๆ ของคณะกรรมการหมู่บ้าน (กม.) และที่ปรึกษาของคณะกรรมการหมู่บ้าน (กม.) พร้อมกันทั่วประเทศ

นอกจากนี้กระทรวงมหาดไทย ได้ออกข้อบังคับกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการดำเนินงานของคณะกรรมการหมู่บ้าน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2524 เพื่อเปิดโอกาสให้บุคคลอื่นนอกจากผู้ใหญ่บ้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสตรี สามารถเป็นประธานคณะกรรมการหมู่บ้านฝ่ายกิจการต่างๆ และให้จังหวัด/อำเภอ จัดตั้งฝ่ายกิจการสตรีเพิ่มขึ้นในคณะกรรมการหมู่บ้านอีก 1 ฝ่าย เพื่อเป็นการส่งเสริมบทบาทของสตรีในการมีส่วนร่วมบริหารและพัฒนาหมู่บ้าน

ต่อมารัฐบาลได้ดำเนินการแก้ไขพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่   พ.ศ. 2457 (แก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 10 พ.ศ. 2542) เพื่อปรับปรุงคณะกรรมการหมู่บ้านโดยให้มีหน้าที่เสนอข้อแนะนำและให้คำปรึกษาต่อผู้ใหญ่บ้านเกี่ยวกับกิจการที่จะปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ของผู้ใหญ่บ้าน โดยคณะกรรมการหมู่บ้านประกอบด้วยผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านเป็นกรรมการหมู่บ้านโดยตำแหน่ง และผู้ที่ราษฎรในหมู่บ้านเลือกตั้งเป็นกรรมการหมู่บ้านผู้ทรงคุณวุฒิตามที่นายอำเภอเห็นสมควรแต่ไม่น้อยกว่าสองคน ซึ่งในการเลือกตั้งกรรมการหมู่บ้านผู้ทรงคุณวุฒิ กำหนดให้ราษฎรที่มีสิทธิเลือกผู้ใหญ่บ้านเป็นผู้เลือกโดยมีนายอำเภอเป็นประธานพร้อมด้วยกำนันหรือผู้ใหญ่บ้านในตำบลนั้นอย่างน้อยหนึ่งคน โดยวิธีเลือกจะทำโดยลับหรือเปิดเผยก็ได้ กรรมการหมู่บ้านผู้ทรงคุณวุฒิอยู่ในตำแหน่งคราวละห้าปีเท่าวาระการดำรงตำแหน่งของผู้ใหญ่บ้านในคราวนั้น

และครั้งล่าสุดรัฐบาลได้ดำเนินการปรับปรุงคณะกรรมการหมู่บ้านผ่านการแก้ไขพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่  พ.ศ. 2457 (แก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 11 พ.ศ. 2551) เหตุผลเพราะต้องการปรับปรุงการบริหารราชการแผ่นดินที่ให้เป็นไปโดยรวดเร็ว คล่องตัว และมีประสิทธิภาพ โดยปรับปรุงโครงสร้าง บทบาท อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการหมู่บ้าน ตามมาตรา 28 ตรี แห่งพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ. 2457 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 125 ตอนที่ 27 ก เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2551 มีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 6 เมษายน 2551 รวมทั้งต่อมากระทรวงมหาดไทยได้ยกเลิกข้อบังคับกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการดำเนินงานของคณะกรรมการหมู่บ้าน พ.ศ. 2526 ข้อบังคับกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการดำเนินงานของคณะกรรมการหมู่บ้าน (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2534 และข้อบังคับกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการเลือกตั้งกรรมการหมู่บ้านผู้ทรงคุณวุฒิ พ.ศ. 2533 โดยได้ออกระเบียบกระทรวงมหาดไทย  ว่าด้วยหลักเกณฑ์การเป็นกรรมการหมู่บ้าน การปฏิบัติหน้าที่และการประชุมของคณะกรรมการหมู่บ้าน พ.ศ. 2551 เพื่อให้สอดคล้องกับโครงสร้างบทบาท อำนาจหน้าที่ ของคณะกรรมการหมู่บ้าน ตามพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ. 2457 (แก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 11) พ.ศ. 2551 ที่ได้มีการปรับปรุงคณะกรรมการหมู่บ้านโดยนอกจากผู้ใหญ่บ้านเป็นประธานคณะกรรมการหมู่บ้าน และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านเป็นกรรมการแล้ว ยังกำหนดให้สมาชิกสภาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีภูมิลำเนาในหมู่บ้าน ผู้นำหรือผู้แทนกลุ่มหรือองค์กรในหมู่บ้านเป็นกรรมการหมู่บ้านโดยตำแหน่ง รวมถึงกรรมการหมู่บ้านผู้ทรงคุณวุฒิที่นายอำเภอแต่งตั้งจากราษฎรในหมู่บ้านเลือกเป็นกรรมการหมู่บ้านผู้ทรงคุณวุฒิไม่น้อยกว่าสองคนแต่ไม่เกินสิบคน กรรมการหมู่บ้านผู้ทรงคุณวุฒิอยู่ในตำแหน่งคราวละสี่ปี นับแต่วันที่นายอำเภอมีประกาศแต่งตั้ง ทั้งนี้ผู้นำหรือผู้แทนกลุ่มหรือองค์กรใดในหมู่บ้านจะมีสิทธิเป็นกรรมการหมู่บ้านต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กระทรวงมหาดไทยกำหนดด้วยซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มหรือองค์กรชุมชนที่ได้รับการจดทะเบียนให้มีการดำเนินกิจการต่างๆขึ้นในหมู่บ้าน

และรัฐบาลพลเอกประยุทธ์  จันทร์โอชา (กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560) สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เสนอการจัดระเบียบการบริหารจัดการหมู่บ้านโดยกลไกคณะกรรมการหมู่บ้าน (กม.) เพื่อให้เกิดเอกภาพและบูรณาการตามแนวทางประชารัฐของรัฐบาล ดังนี้ (สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี,17 กุมภาพันธ์ 2560) 1) ห้ามมิให้ส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ รวมถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จัดตั้งอาสาสมัคร มวลชน เครือข่าย หรือมวลชนอื่นที่เรียกชื่ออื่นใดในพื้นที่ซึ่งมีคณะกรรมการหมู่บ้าน (กม.) ปฏิบัติหน้าที่อยู่แล้ว  และ 2) กำหนดให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล) นำแผนพัฒนาหมู่บ้านที่จัดทำโดยคณะกรรมการหมู่บ้าน (กม.) เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาในการวางแผนพัฒนาท้องถิ่นนั้น กล่าวคือ ในการดำเนินการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะต้องนำข้อมูลในแผนพัฒนาหมู่บ้านซึ่งคณะกรรมการหมู่บ้าน (กม.) จัดทำมาใช้ประกอบการพิจารณาในการวางแผนพัฒนาท้องถิ่นและการจัดทำงบประมาณ โดยมีระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการจัดทำแผนพัฒนาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกำหนดขั้นตอนการดำเนินการไว้แล้วด้วย

นอกจากนี้ในส่วนของการบริหารการขับเคลื่อนมวลชน  อาสาสมัคร เครือข่าย หรือมวลชนซึ่งเรียกเป็นชื่ออื่นใดที่ส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้จัดตั้งขึ้นในหมู่บ้าน ไม่ว่าจะมีกฎหมายหรือระเบียบรองรับการจัดตั้งหรือไม่ก็ตาม ควรให้มีการสร้างกลไกที่จะควบคุมการได้มาในการคัดเลือกคณะกรรมการหมู่บ้าน หรือคณะทำงานฝ่ายต่างๆเพื่อให้ดำเนินการตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล รวมทั้งในกรณีที่ส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ รวมทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้จัดตั้งอาสาสมัคร มวลชน เครือข่าย หรือมวลชนที่เรียกชื่ออื่นใดที่อยู่ในพื้นที่ซึ่งมีคณะกรรมการหมู่บ้าน (กม.) ปฏิบัติหน้าที่อยู่แล้ว มีภารกิจที่ต้องดำเนินการในหมู่บ้าน ให้มอบหมายให้คณะกรรมการหมู่บ้าน (กม.) ดำเนินการหรือร่วมดำเนินการ และในการดำเนินการจัดสรรงบประมาณและค่าใช้จ่ายในการอำนวยการตามภารกิจของคณะกรรมการหมู่บ้าน (กม.)  จำเป็นต้องมีการกำหนดตามกรอบภารกิจของคณะกรรมการหมู่บ้าน (กม.) ที่ชัดเจน ครอบคลุมงานที่รับมอบหมาย ซึ่งต้องมีหลักเกณฑ์และแนวทางการปฏิบัติที่ชัดเจน (กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.), 2560) ดังนั้นคณะกรรมการหมู่บ้านจึงเป็นองค์กรภาคประชาชนเพียงองค์กรเดียวที่มีความชอบธรรมในการจัดตั้งขึ้นในระดับหมู่บ้าน

องค์ประกอบของคณะกรรมการหมู่บ้าน

องค์ประกอบของคณะกรรมการหมู่บ้าน (กม.) ถือปฏิบัติตามพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พระพุทธศักราช 2457 ซึ่งแก้ไขปรับปรุง  (ฉบับที่ 11) พ.ศ. 2551  ประกอบด้วย กรรมการ 2 ประเภท คือ

1) กรรมการหมู่บ้านโดยตำแหน่ง ได้แก่ ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน สมาชิกสภาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีภูมิลำเนาในหมู่บ้าน ผู้นำหรือผู้แทนกลุ่มหรือองค์กรในหมู่บ้าน

2) กรรมการหมู่บ้านโดยการเลือก ได้แก่ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งราษฎรผู้มีสิทธิเลือกผู้ใหญ่บ้าน เป็นผู้เลือกกรรมการหมู่บ้านผู้ทรงคุณวุฒิ โดยมีจำนวน 2 – 10 คน โดยให้ที่ประชุมเลือกกรรมการหมู่บ้านผู้ทรงคุณวุฒิเป็นผู้กำหนด จำนวนที่พึงมีในหมู่บ้าน

นอกจากนี้ตามพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ (ฉบับที่ 11) พ.ศ. 2551 ได้กำหนดให้ผู้ใหญ่บ้านเป็นประธาน และระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การเป็นกรรมการหมู่บ้าน การปฏิบัติหน้าที่และการประชุมของคณะกรรมการหมู่บ้าน พ.ศ.2551 กำหนดให้กรรมการหมู่บ้านเลือกรองประธานกรรมการหมู่บ้านจากกรรมการหมู่บ้านโดยตำแหน่งคนหนึ่ง   และจากกรรมการหมู่บ้านผู้ทรงคุณวุฒิอีกคนหนึ่ง โดยให้คณะกรรมการหมู่บ้านเลือกรองประธานคนใดคนหนึ่งเป็นรองประธานคนที่หนึ่ง และประธานคณะกรรมการหมู่บ้านเลือกกรรมการหมู่บ้านคนหนึ่ง เป็นเลขานุการคณะกรรมการหมู่บ้าน และให้คณะกรรมการหมู่บ้านเลือกกรรมการหมู่บ้านคนหนึ่งเป็นเหรัญญิก ส่วนกรรมการหมู่บ้านคนอื่น ๆ  ก็จะแบ่งหน้าที่รับผิดชอบงานของคณะทำงานด้านต่าง ๆ

ดังนั้น รูปแบบคณะกรรมการหมู่บ้านจะมีลักษณะ ดังนี้

1. ผู้ใหญ่บ้าน                                              เป็นประธาน

2. ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน                                       เป็นกรรมการ

3. สมาชิกสภาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น             เป็นกรรมการ

4. ผู้นำหรือผู้แทนกลุ่มหรือองค์กรในหมู่บ้าน          เป็นกรรมการ

5. กรรมการหมู่บ้านผู้ทรงคุณวุฒิ 2 – 10 คน         เป็นกรรมการ

ลำดับที่ 1 – 4 เป็นโดยตำแหน่ง

ลำดับที่ 5 เป็นโดยการเลือกของราษฎรในหมู่บ้าน

สำหรับการได้มาและการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการหมู่บ้าน มีดังนี้

1. การได้มาของกรรมการหมู่บ้านของผู้นำหรือผู้แทนหรือองค์กรในหมู่บ้าน

1) ผู้นำของกลุ่มดังต่อไปนี้ มีสิทธิเป็นกรรมการหมู่บ้านโดยตำแหน่ง

(1) กลุ่มบ้านตามประกาศของนายอำเภอ

(2) กลุ่มอาชีพ หรือกลุ่มกิจกรรมที่มาจากการรวมตัวกันของสมาชิก ซึ่งตั้งขึ้นตามกฎหมายระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่งของทางราชการ ตามที่กระทรวงมหาดไทยประกาศ

(3) กลุ่มอาชีพ หรือกลุ่มกิจกรรมที่มาจากการรวมตัวกันของสมาชิก หรือตั้งขึ้นเพื่อดำเนินกิจกรรมร่วมกันระหว่างสมาชิกภายในกลุ่ม และต้องมีลักษณะดังต่อไปนี้

(ก) เป็นกลุ่มที่มีสมาชิกไม่น้อยกว่า 20 คน

(ข) สมาชิกของกลุ่มไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง มีภูมิลำเนาอยู่ในหมู่บ้าน

(ค) เป็นกลุ่มที่มีการดำเนินกิจกรรมในหมู่บ้าน อย่างต่อเนื่องมาแล้วไม่น้อยกว่า 6 เดือน

(ง) เป็นกลุ่มที่มีกฎระเบียบที่กำหนดไว้ชัดเจน และต้องเกิดจากสมาชิกร่วมกันกำหนด

ทั้งนี้ นายอำเภออาจพิจารณายกเว้นลักษณะตาม (ก) ได้ในกรณีที่เห็นสมควร      

2. เงื่อนไขเวลาที่ต้องจัดให้มีการเลือกกรรมการหมู่บ้านผู้ทรงคุณวุฒิ

1) ถ้าตำแหน่งกรรมการหมู่บ้านผู้ทรงคุณวุฒิครบวาระการดำรงตำแหน่งซึ่งกำหนดไว้ 5 ปี หรือพ้นจากตำแหน่งพร้อมกันทั้งคณะ ให้นายอำเภอดำเนินการจัดให้มีการประชุมเลือกกรรมการหมู่บ้านผู้ทรงคุณวุฒิขึ้นใหม่ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่กรรมการหมู่บ้านผู้ทรงคุณวุฒิครบวาระการดำรงตำแหน่งหรือพ้นจากตำแหน่งพร้อมกัน

2) ถ้ากรรมการหมู่บ้านผู้ทรงคุณวุฒิว่างลง จนเป็นเหตุให้กรรมการหมู่บ้านที่เหลืออยู่มีจำนวนน้อยกว่า 2 คน และกรรมการหมู่บ้านผู้ทรงคุณวุฒิที่เหลือมีวาระการดำรงตำแหน่งไม่น้อยกว่า 180 วัน ให้นายอำเภอจัดให้มีการเลือกกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิขึ้นแทนตำแหน่งที่ว่างภายใน 30 วัน ทั้งนี้การเลือกแทนตำแหน่งที่ว่างดังกล่าวให้มีวาระการดำรงตำแหน่งเท่ากับกรรมการหมู่บ้านผู้ทรงคุณวุฒิที่มาแทน

3.  การพ้นจากตำแหน่ง พิจารณาได้จากกรรมการหมู่บ้านโดยตำแหน่ง ได้แก่

1) ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน สมาชิกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีผู้ภูมิลำเนา เมื่อพ้นจากการดำรงตำแหน่งที่บุคคลนั้นดำรงตำแหน่งอยู่

2) ผู้นำหรือผู้แทนกลุ่มในหมู่บ้านสิ้นสุดลงเมื่อมีการเลือกผู้นำหรือผู้แทนขึ้นใหม่

นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวรรคหนึ่งแล้ว การเป็นกรรมการหมู่บ้านโดยตำแหน่งของผู้นำกลุ่มในหมู่บ้านต้องสิ้นสุดลง ด้วยเหตุใดเหตุหนึ่ง ดังต่อไปนี้

(1) ขาดคุณสมบัติของผู้มีสิทธิเลือกผู้ใหญ่บ้าน

(2) ตาย

(3) เมื่อนายอำเภอมีประกาศให้กลุ่ม หรือสิ้นสุดสภาพของการเป็นกลุ่ม หรือขาดคุณสมบัติของการเป็นกลุ่ม ในกรณีที่กลุ่มถูกยุบ เลิก หรือไม่มีการดำเนินกิจกรรมต่อเนื่องกันเป็นเวลาเกินหนึ่งปี ให้ถือว่าสิ้นสุดสภาพของการเป็นกลุ่ม หรือขาดคุณสมบัติของการเป็นกลุ่ม และให้กรรมการหมู่บ้านรายงานให้นายอำเภอประกาศเลิกกลุ่มนั้น

4.  วิธีการเลือกตั้งกรรมการหมู่บ้านผู้ทรงคุณวุฒิ

1) ให้ผู้ใหญ่บ้านเป็นประธาน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านเป็นกรรมการทำหน้าที่ดำเนินการเลือก และให้นายอำเภอแต่งตั้ง ปลัดอำเภอประจำตำบล ข้าราชการในอำเภอ 1 คน และกำนันหรือผู้ใหญ่บ้านในอำเภอนั้น 1 คน เป็นที่ปรึกษาทำหน้าที่สักขีพยานด้วย

2) วิธีการเลือกกระทำโดยวิธีลับหรือเปิดเผยก็ได้ ทั้งนี้ให้ปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การเป็นกรรมการหมู่บ้าน การปฏิบัติหน้าที่และการประชุมของคณะกรรมการหมู่บ้าน พ.ศ. 2551

3) ราษฎรที่มีสิทธิเข้าประชุมส่วนมากที่มาประชุมเลือกผู้ใดแล้วให้ถือว่า ผู้นั้นเป็นกรรมการหมู่บ้านผู้ทรงคุณวุฒิและให้นายอำเภอออกหนังสือสำคัญไว้เป็นหลักฐาน

4) กรณีผู้รับเลือกมีคะแนนเสียงเท่ากันหลายคน และเป็นเหตุให้มีผู้ที่ได้รับคะแนนเท่ากันเกินกว่าจำนวนที่ประชุมราษฎรกำหนด ให้ทำการจับสลาก

5. คุณสมบัติของผู้ที่จะได้รับเลือกเป็นกรรมการหมู่บ้านผู้ทรงคุณวุฒิและผู้มีสิทธิเลือกกรรมการหมู่บ้านผู้ทรงคุณวุฒิ มีดังนี้

1) มีสัญชาติไทยและมีอายุไม่ต่ำกว่าสิบแปดปีบริบูรณ์ในวันที่ 1 มกราคม ของปีที่มีการเลือกตั้ง

2)  ไม่เป็นภิกษุ สามเณร นักพรต หรือนักบวช

3) ไม่เป็นคนวิกลจริต หรือจิตฟั่นเฟือน ไม่สมประกอบ

4) มีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่เป็นประจำ และมีชื่อในทะเบียนบ้านตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎรในหมู่บ้านนั้น ติดต่อกันมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 เดือนจนถึงวันเลือก

อำนาจหน้าที่และการปฏิบัติงานของคณะกรรมการหมู่บ้าน

อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการหมู่บ้านสามารถรวบรวมได้ในแต่ละภารกิจที่เกิดขึ้นดังนี้

1) ภารกิจตามอำนาจหน้าที่ตามที่ปรากฏในพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ. 2457 (ฉบับที่ 11 แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2551) ดังนี้

1.1) มาตรา 28 ตรี วรรคสอง คณะกรรมการหมู่บ้านมีหน้าที่ช่วยเหลือ แนะนำ และให้คำปรึกษาแก่ผู้ใหญ่บ้านเกี่ยวกับกิจการอันเป็นอำนาจหน้าที่ของผู้ใหญ่บ้าน และปฏิบัติหน้าที่อื่นตามกฎหมายหรือระเบียบแบบแผนของทางราชการหรือที่นายอำเภอมอบหมาย หรือที่ผู้ใหญ่บ้านร้องขอ

1.2) มาตรา 28 ตรี วรรคสาม ให้คณะกรรมการหมู่บ้านเป็นองค์กรหลักที่รับผิดชอบในการบูรณาการจัดทำแผนพัฒนาหมู่บ้าน และบริหารจัดการกิจกรรมที่ดำเนินงานในหมู่บ้านร่วมกับองค์กรอื่นทุกภาคส่วน

2)  ภารกิจตามอำนาจหน้าที่ ตามกฎหมายอื่น ๆ ได้แก่ อำนาจหน้าที่ในการประนีประนอมข้อพิพาทในระดับหมู่บ้าน  ซึ่งคณะกรรมการหมู่บ้านมีอำนาจหน้าที่ในการประนีประนอมข้อพิพาทในระดับหมู่บ้าน โดยมีข้อบังคับกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการปฏิบัติงานประนีประนอมข้อพิพาทของคณะกรรมการหมู่บ้าน พ.ศ. 2530 โดยลักษณะของข้อพิพาทที่จะทำการประนีประนอม ข้อพิพาทนั้น ๆ เป็นข้อพิพาทเกี่ยวกับ

(1) คดีแพ่งทุกประเภท

(2) คดีอาญาประเภทความผิดที่ยอมความกันได้

(3) คู่กรณีทั้งสองฝ่ายตกลงให้คณะกรรมการหมู่บ้านประนีประนอมข้อพิพาทและ

(4) ข้อพิพาทดังกล่าวที่เกิดขึ้นในหมู่บ้านหรือคู่กรณีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ในหมู่บ้าน

3) ภารกิจตามนโยบายของรัฐ คณะกรรมการหมู่บ้าน มีหน้าที่ช่วยเหลือแนะนำและให้คำปรึกษาแก่ผู้ใหญ่บ้านในการดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาลที่ดำเนินงานในหมู่บ้าน เช่น โครงการหมู่บ้าน SML กองทุนหมู่บ้าน การแก้ไขปัญหายาเสพติด ฯลฯ ซึ่งผู้ใหญ่บ้านอาจมอบหมายคณะทำงานของคณะกรรมการหมู่บ้านในแต่ละด้าน เพื่อเป็นการกระจายอำนาจในการทำงาน อำนวยความสะดวก และสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างทั่วถึงและครอบคลุม

4) ภารกิจงานประจำกระทรวง ทบวง กรม คณะกรรมการหมู่บ้านมีหน้าที่ในการปฏิบัติงานของทุกกระทรวง ทบวง กรม โดยสั่งการผ่าน จังหวัด และอำเภอ โดยเฉพาะการเป็นผู้ช่วยเหลือนายอำเภอในพื้นที่

5) ภารกิจเฉพาะตามลักษณะพื้นที่ คณะกรรมการหมู่บ้านเป็นองค์กรหรือผู้แทนของประชาชนในการสะท้อนปัญหาความต้องการของประชาชน ซึ่งมีความแตกต่างตามลักษณะโครงสร้างทางสังคม เศรษฐกิจ วัฒนธรรม ประเพณี และสภาพปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนตามภูมิประเทศ และภูมิสังคม เพื่อให้การปฏิบัติงานมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การเป็นกรรมการหมู่บ้าน การปฏิบัติหน้าที่และการประชุมของคณะกรรมการหมู่บ้าน พ.ศ. 2551 กำหนดให้ภายในหมู่บ้านมีคณะทำงานต่าง ๆ เพื่อปฏิบัติภารกิจในรูปแบบคณะกรรมการหมู่บ้าน ดังนี้ (ปธาน สุวรรณมงคล, 2560: 196 – 199)

1. คณะทำงานด้านอำนวยการประกอบด้วย ประธานกรรมการหมู่บ้าน รองประธานกรรมการหมู่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หัวหน้าคณะทำงานด้านต่าง ๆ เลขานุการ และเหรัญญิก โดยให้ประธานกรรมการหมู่บ้านและเลขานุการ เป็นหัวหน้าและเลขานุการคณะทำงาน มีหน้าที่เกี่ยวกับ งานธุรการ การจัดประชุม การรับจ่ายและเก็บรักษาเงินและทรัพย์สินของหมู่บ้าน การประชาสัมพันธ์  การประสานงานและติดตามการทำงานของคณะทำงานด้านต่างๆ การจัดทำรายงานผลการดำเนินการของคณะกรรมการในรอบปี  หรืองานอื่นใดตามที่ประธานกรรมการหมู่บ้านหรือคณะกรรมการหมู่บ้านมอบหมายให้รับผิดชอบ

2. คณะทำงานด้านการปกครองและรักษาความสงบเรียบร้อย ประกอบด้วย กรรมการหมู่บ้านซึ่งเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านเป็นหัวหน้าคณะทำงาน และกรรมการหมู่บ้านที่คณะกรรมการเลือก มีหน้าที่เกี่ยวกับการส่งเสริมให้ราษฎรมีส่วนร่วมในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข การส่งเสริมอุดมการณ์และวิถีชีวิตแบบประชาธิปไตยให้กับราษฎรในหมู่บ้าน การส่งเสริมดูแลให้ราษฎรปฏิบัติตามกฎหมาย และกฎระเบียบ ข้อบังคับของหมู่บ้าน การสร้างความเป็นธรรมและประนีประนอมข้อพิพาท การตรวจตรารักษาความสงบเรียบร้อย  การป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภายในหมู่บ้าน การคุ้มครองดูแลรักษาทรัพย์สินอันเป็นสาธารณประโยชน์ของหมู่บ้าน การป้องกันบรรเทาสาธารณภัยและภยันตรายของหมู่บ้าน รวมทั้งงานอื่นใดตามที่ประธานกรรมการหมู่บ้าน หรือคณะกรรมการหมู่บ้านมอบหมายให้รับผิดชอบ

3. คณะทำงานด้านแผนพัฒนาหมู่บ้าน ประกอบด้วยกรรมการหมู่บ้านที่คณะกรรมการเลือก มีหน้าที่เกี่ยวกับการจัดทำแผนพัฒนาหมู่บ้าน ประสานการจัดทำโครงการเกี่ยวกับการพัฒนาหมู่บ้านกับคณะทำงานด้านต่างๆ เพื่อดำเนินการหรือเสนอของบประมาณจากหน่วยงานภายนอก การรวบรวมและจัดทำข้อมูลต่างๆ ของหมู่บ้าน การติดตามผลการดำเนินงานตามแผนพัฒนาหมู่บ้านและงานอื่นใด ตามที่ประธานกรรมการหมู่บ้านหรือคณะกรรมการหมู่บ้านมอบหมายให้รับผิดชอบ

4. คณะทำงานด้านส่งเสริมเศรษฐกิจ ประกอบด้วยกรรมการหมู่บ้านที่คณะกรรมการเลือก มีหน้าที่เกี่ยวกับการส่งเสริมการดำเนินการตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในหมู่บ้าน การพัฒนาและส่งเสริมการประกอบอาชีพ การผลิตและการตลาดเพื่อเสริมสร้างรายได้ให้กับราษฎรในหมู่บ้าน หรืองานอื่นใดตามที่ประธานกรรมการหมู่บ้านหรือคณะกรรมการหมู่บ้านมอบหมายให้รับผิดชอบ

5 คณะทำงานด้านสังคม สิ่งแวดล้อมและสาธารณสุข ประกอบด้วยกรรมการหมู่บ้านที่คณะกรรมการเลือก มีหน้าที่เกี่ยวกับการพัฒนาสตรี เด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุและผู้พิการ การจัดสวัสดิการในหมู่บ้าน การสงเคราะห์ผู้ยากจนที่ไม่สามารถช่วยตนเองได้ การส่งเสริมอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การสาธารณสุข หรืองานอื่นใดตามที่ประธานกรรมการหมู่บ้านหรือคณะกรรมการหมู่บ้านมอบหมายให้รับผิดชอบ

6. คณะทำงานด้านการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม  ประกอบด้วยกรรมการหมู่บ้านที่คณะกรรมการเลือก มีหน้าที่เกี่ยวกับการส่งเสริมการศึกษา ศาสนา การบำรุงรักษาศิลปะ จารีตประเพณีภูมิปัญญาและวัฒนธรรมของหมู่บ้าน หรืองานอื่นใดตามที่ประธานกรรมการหมู่บ้านหรือคณะกรรมการหมู่บ้านมอบหมายให้รับผิดชอบ

7. คณะทำงานด้านอื่นๆที่คณะกรรมการหมู่บ้านเสนอและนายอำเภอเห็นชอบ เช่น การจัดการท่องเที่ยวชุมชน การจัดตั้งธนาคารขยะชุมชน การพัฒนาและส่งเสริมศักยภาพสตรี เด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ หรือผู้พิการในหมู่บ้าน เป็นต้น

การควบคุมดูแล

ตามพระราชบัญญัติลักษณะการปกครองท้องที่ พ.ศ. 2457 กำหนดให้นายอำเภอมีอำนาจหน้าที่ควบคุมดูแล การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการหมู่บ้านและมติที่ประชุมประชาคมหมู่บ้านให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบข้อบังคับของทางราชการ และให้ปลัดอำเภอประจำตำบลเป็นผู้ช่วยเหลือนายอำเภอในการปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ของนายอำเภอในตำบลที่รับผิดชอบ

และตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การเป็นกรรมการหมู่บ้าน การปฏิบัติหน้าที่และการประชุมของคณะกรรมการหมู่บ้าน พ.ศ. 2551 อยู่ภายใต้การให้คำแนะนำของปลัดอำเภอประจำตำบล กำนัน นายกเทศมนตรีตำบล/นายกองค์การบริหารส่วนตำบล และนายอำเภออาจแต่งตั้งข้าราชการที่ปฏิบัติงานในตำบลหรือหมู่บ้านนั้นหรือบุคคลอื่นใดที่คณะกรรมการหมู่บ้านเห็นสมควร เพิ่มเติมก็ได้

เอกสารอ้างอิง

กรมการปกครอง. (2544). คู่มือการปฏิบัติงานของคณะกรรมการหมู่บ้าน (กม.). กรุงเทพฯ :โรงพิมพ์อาสารักษาดินแดน.

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน. (17 กุมภาพันธ์ 2560). ข้อเสนอการจัดระเบียบการบริหารจัดการหมู่บ้านโดยกลไกคณะกรรมการหมู่บ้าน (กม.) เพื่อให้เกิดเอกภาพและบูรณาการตามแนวทางประชารัฐ. (เอกสารอัดสำเนา)

ปธาน  สุวรรณมงคล. (2560). การปกครองท้องที่ไทย: อดีต ปัจจุบัน และอนาคต. นนทบุรี:มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช

Akahat, N. (2019). The Village Committee And Public Service Promotion. A Thesis in Doctor of Public Administration (Public Policy & Public Management), Faculty of Graduate Studies, Mahidol University.