การใช้ ChatGPT (หรือที่ผู้ใช้อาจหมายถึง “Chat GDP”) ในการบริหารงานก่อสร้าง สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดความซับซ้อนได้ในหลายด้าน โดยเฉพาะการวางแผน การจัดการทรัพยากร และการสื่อสารในโครงการ ต่อไปนี้เป็นตัวอย่างที่สามารถนำไปปรับใช้ได้
1. การวางแผนงานและตารางเวลา
ChatGPT สามารถช่วยสร้างแผนงาน (Project Plan) หรือ Gantt Chart แบบคร่าว ๆ ได้ โดยให้ข้อมูลเช่น
• งานที่ต้องทำ
• ระยะเวลา
• ความเชื่อมโยงระหว่างงาน
ตัวอย่าง: “ช่วยสร้างตารางงานก่อสร้างอาคาร 3 ชั้นที่มีงานโครงสร้าง งานสถาปัตย์ และงานระบบภายใน 6 เดือน”
2. การประมาณการต้นทุน (Cost Estimation)
สามารถช่วยคำนวณต้นทุนหรือสร้างแบบฟอร์มรายการวัสดุ (BOQ – Bill of Quantities) ได้ เช่น
“ช่วยคำนวณต้นทุนปูนซีเมนต์สำหรับพื้นที่ 200 ตารางเมตรที่ใช้คอนกรีตหนา 10 ซม.”
หรือ “ช่วยสร้างรายการวัสดุสำหรับโครงการก่อสร้างบ้าน 2 ชั้น”
3. การจัดการทรัพยากรและแรงงาน
ChatGPT สามารถช่วยสร้างแผนการใช้ทรัพยากร เช่น การจัดการคนงาน วัสดุ และอุปกรณ์ ตัวอย่างเช่น
“ช่วยสร้างตารางการจัดสรรแรงงาน 50 คนสำหรับงานก่อสร้างที่ต้องใช้ช่างไม้ ช่างปูน และช่างเหล็ก”
4. การติดตามความคืบหน้า (Progress Monitoring)
• สร้างรายงานความคืบหน้ารายวัน/รายสัปดาห์
• วิเคราะห์ปัญหาที่เกิดขึ้น เช่น ความล่าช้าหรือวัสดุไม่เพียงพอ
ตัวอย่าง: “ช่วยสร้างรายงานความคืบหน้าการก่อสร้างที่เสร็จไปแล้ว 40% และยังขาดงานทาสี”
5. การบริหารความเสี่ยง (Risk Management)
ChatGPT สามารถช่วยระบุปัจจัยเสี่ยงในโครงการก่อสร้าง เช่น
• ความล่าช้าจากสภาพอากาศ
• ราคาวัสดุที่ปรับตัวสูงขึ้น
ตัวอย่าง: “ช่วยระบุปัจจัยเสี่ยงในโครงการก่อสร้างโรงงานอุตสาหกรรม”
6. การสื่อสารและเอกสาร
• ช่วยเขียนอีเมล แจ้งเตือนผู้รับเหมา หรือรายงานส่งผู้บริหาร
• ช่วยเขียนสัญญาก่อสร้างเบื้องต้น
ตัวอย่าง: “ช่วยร่างอีเมลแจ้งผู้รับเหมาว่าต้องเร่งงานเสร็จภายใน 1 สัปดาห์”
7. การควบคุมคุณภาพ (Quality Control)
สามารถช่วยสร้าง Checklists เพื่อตรวจสอบคุณภาพงาน เช่น “ช่วยสร้างรายการตรวจสอบงานโครงสร้างก่อนเทคอนกรีต”
สรุป
ChatGPT เป็นเครื่องมือที่ช่วยเสริมการทำงานในโครงการก่อสร้างได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นด้านการวางแผน การสื่อสาร หรือการแก้ปัญหา แต่ต้องใช้ควบคู่กับความรู้และประสบการณ์ของผู้จัดการโครงการ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เหมาะสมและแม่นยำที่สุด
