การใช้ข้อมูลทางการบัญชีเพื่อการตัดสินใจ: ผลิตต่อหรือขาย ณ จุดแยกออก

  • Post author:

ลักษณะทั่วไปของสถานการณ์: กระบวนการผลิตที่ทำให้เกิดสินค้า ณ จุดแยกออก (Split-off) หลายชนิด กิจการอาจเลือกที่จะขายสินค้าบางชนิดทันที ณ จุดแยกออก หรือสินค้าบางชนิดกิจการอาจนำไปผลิตต่อเพื่อทำให้เกิดมูลค่าเพิ่ม (ราคาขายสูงขึ้น) แต่การนำสินค้าไปผลิตต่อต้องมีต้นทุนเพิ่มเติม

ข้อมูลที่ต้องใช้และเกณฑ์การตัดสินใจ: ข้อมูลที่ใช้ประกอบด้วย (1) ราคาขาย 2 จุดเวลาคือ จุดแยกออกและหลังการผลิตต่อ (2) ต้นทุนที่ต้องจ่ายเพิ่มในกรณีที่กิจการประสงค์จะผลิตต่อ สำหรับเกณฑ์การตัดสินใจนั้นเป็นการเปรียบเทียบรายได้ส่วนเพิ่ม (ราคาขายหลังผลิตต่อกับราคาขาย ณ จุดแยกออก) กับต้นทุนการผลิตต่อ หากรายได้ส่วนเพิ่มสูงกว่าต้นทุนส่วนเพิ่ม กิจการก็ควรนำสินค้าชนิดนั้นไปผลิตต่อ ในทางตรงกันข้าม หากรายได้ส่วนเพิ่มต่ำกว่าต้นทุนส่วนเพิ่ม กิจการก็ควรขายสินค้าชนิดนั้น ณ จุดแยกออก

ตัวอย่างการวิเคราะห์: บริษัทแห่งหนึ่งผลิตสินค้าโดยมีต้นทุนร่วม (Joint Cost) 40,000 บาท เมื่อถึงจุดแยกออกได้สินค้า 2 ชนิดคือ สินค้า ก. และ ข. โดยมีราคาขาย ณ จุดแยกออกหน่วยละ 15 บาทและ 10 บาทตามลำดับ หากกิจการนำ ก. และ ข. ไปผลิตต่อต้องมีต้นทุนการผลิตต่อหน่วยละ 5 บาท และ 3 บาทตามลำดับ โดยจะทำให้ได้สินค้าใหม่คือ ก1 และ ข1 ซึ่งมีราคาขายหน่วยละ 22 บาท และ 12 บาทตามลำดับ

ผลการวิเคราะห์เป็นดังนี้ หากนำสินค้า ก. ไปผลิตต่อเป็น ก1 มีรายได้ส่วนเพิ่ม 7 บาท (22-15) ซึ่งสูงกว่าต้นทุนส่วนเพิ่ม 5 บาท มีกำไรหน่วยละ 2 บาท ส่วนการนำสินค้า ข. ไปผลิตต่อเป็น ข1 มีรายได้ส่วนเพิ่ม 2 บาท (12-10) ซึ่งต่ำกว่าต้นทุนส่วนเพิ่ม 3 บาท จึงขาดทุนหน่วยละ 1 บาท ดังนั้น กิจการควรนำเฉพาะสินค้า ก. ไปผลิตต่อเป็น ก1 ส่วนสินค้า ข. ควรขาย ณ จุดแยกออก

มีข้อสังเกตที่สำคัญคือ ต้นทุนร่วมคือ ต้นทุนที่เกิดขึ้นก่อนจุดแยกออก ถือเป็นต้นทุนจม (Sunk Cost) จึงไม่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจ ซึ่งหมายความว่า ไม่ว่ากิจการจะผลิตต่อหรือขาย ณ จุดแยกออก ต้นทุนจำนวนนี้ก็ไม่เปลี่ยนแปลง