ใน Blog ความรู้นี้จะเป็นการอธิบายการใช้ข้อมูลทางการบัญชีเพื่อการตัดสินใจในสถานการณ์รับคำสี่งซื้อพิเศษ โดยใน Blog ความรู้นี้จะไม่กล่าวถึงต้นทุนค่าเสียโอกาส
ลักษณะทั่วไปของสถานการณ์: ธุรกิจที่มีกำลังการผลิตว่างอยู่ (Idle Capacity) แล้วจะนำไปใช้ (รับงาน) เพื่อให้เกิดประโยชน์ (มีกำไรเพิ่มขึ้น)
ข้อมูลที่ต้องใช้และเกณฑ์การตัดสินใจ: ข้อมูลที่ต้องใช้ประกอบด้วย (1) ราคาเสนอซื้อ ซึ่งมักต่ำกว่าราคาขายปกติของกิจการ (2) ต้นทุนการผลิตส่วนเพิ่ม และ (3) ต้นทุนเพิ่มเติมเกี่ยวกับคำสั่งซื้อพิเศษ ขึ้นอยู่กับข้อตกลงระหว่างกิจการกับลูกค้าที่มาสั่งซื้อพิเศษ สำหรับเกณฑ์การตัดสินใจนั้น มีเงื่อนไขสำคัญคือ กิจการต้องมีกำลังการผลิตว่างอยู่ และหากจะรับคำสั่งซื้อพิเศษนี้กิจการต้องมีกำไร (รายได้ส่วนเพิ่ม > ต้นทุนส่วนเพิ่ม)
ตัวอย่างการวิเคราะห์: บริษัท ข. มีกำลังการผลิตปกติ 1,000 หน่วย ปัจจุบันใช้กำลังการผลิตไปแล้ว 800 หน่วย ราคาขายสินค้าหน่วยละ 10 บาท โดยมีต้นทุนการผลิตต่อหน่วยดังนี้ วัตถุทางตรง 6 บาท ค่าแรงงานทางตรง 3 บาท ค่าใช้จ่ายการผลิตผันแปร 2 บาท และค่าใช้จ่ายการผลิตคงที่ 2 บาท นอกจากนี้บริษัทต้องจ่ายค่านายหน้าอีกหน่วยละ 1 บาท ต่อมามีลูกค้ามาขอให้บริษัทผลิตสินค้าให้ โดยเสนอราคาซื้อหน่วยละ 12 บาท จำนวน 150 หน่วย แนวทางการวิเคราะห์เป็นดังนี้ บริษัทมีกำลังการผลิตว่างอยู่ 200 หน่วย ซึ่งเพียงพอสำหรับการรับคำสั่งซื้อพิเศษนี้ และราคาเสนอซื้อสูงกว่าต้นทุนส่วนเพิ่มหน่วยละ 1 บาท (12 > 6+3+2) ดังนั้น บริษัทจึงสามารถรับคำสั่งซื้อพิเศษนี้ได้ เนื่องจากจะมีกำไรเพิ่มขึ้นหน่วยละ 1 บาท
ต้นทุนส่วนเพิ่มอาจมีมากกว่าต้นทุนการผลิต ขึ้นอยู่กับข้อตกลงเพิ่มเติมระหว่างกิจการและลูกค้า เช่น การเปลี่ยนแปลงวัตถุดิบ การเพิ่มการบรรจุหีบห่อ เป็นต้น
