การใช้ข้อมูลทางการบัญชีเพื่อการตัดสินใจ: ผลิตเองหรือซื้อ

  • Post author:

ในสถานการณ์ที่ธุรกิจต้องเผชิญกับปัจจัยต่างๆ ที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน การเปลี่ยนแปลงของปัจจัยนั้นๆ อาจส่งทั้งผลดีและผลเสียต่อธุรกิจ และย่อมกระทบต่อผลการดำเนินงานในภาพรวมของธุรกิจ ดังนั้น ผู้บริหารย่อมเผชิญอยู่กับสถานการณ์ที่ต้องตัดสินใจเลือกทางเลือกที่เหมาะสมที่สุดสำหรับธุรกิจ โดยข้อมูลทางการบัญชีนับว่าเป็นสิ่งสำคัญที่ใช้ประกอบการการตัดสินใจ ก่อนที่จะได้อธิบายการใช้ข้อมูลทางการบัญชีเพื่อตัดสินใจระยะสั้นผ่านสถานการณ์ต่างๆ ขอกล่าวถึงลักษณะของข้อมูล “ที่เกี่ยวข้อง” กับการตัดสินใจ ซึ่งต้องมีลักษณะครบทั้ง 2 ข้อคือ (1) มีความแตกต่างระหว่างทางเลือก และ (2) คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจอาจอยู่ในรูปของรายได้และ/หรือค่าใช้จ่ายขึ้นอยู่กับสถานการณ์ที่ธุรกิจกำลังตัดสินใจ

สำหรับสถานการณ์ที่จะนำมาอธิบายใน Blog ความรู้นี้ จะแยกอธิบายเป็น 5 สถานการณ์คือ (1) ผลิตเองหรือซื้อ (2) คำสั่งซื้อพิเศษ (3) ยกเลิกส่วนงาน (4) ปิดโรงงานชั่วคราว และ (5) ผลิตต่อหรือขาย ณ จุดแยกออก การตัดสินใจทั้ง 5 สถานการณ์จำเป็นต้องใช้ข้อมูลทั้งเชิงปริมาณ (Quantitative Data) และเชิงคุณภาพ (Qualitative Data) ในที่นี้จะกล่าวถึงเฉพาะข้อมูลเชิงปริมาณคือ ข้อมูลทางการบัญชีเท่านั้น

ใน Blog ความรู้แรกนี้จะกล่าวถึงสถานการณ์ผลิตเองหรือซื้อ

ลักษณะทั่วไปของสถานการณ์: ธุรกิจที่่ต้องใช้ช้ินส่วน เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ เป็นต้น มีทางเลือกในการผลิตชิ้นส่วนต่างๆ ด้วยตัวเองหรือซื้อชิ้นส่วนนั้นๆ จากบุคคลภายนอก

ข้อมูลที่ต้องใช้และเกณฑ์การตัดสินใจ: ข้อมูลที่ใช้คือ ต้นทุนการผลิตเองและต้นทุนหากซื้อจากบุคคลภายนอก เช่น การผลิตเองอาจมีต้นทุนวัตถุทางตรง ค่าแรงงานทางตรง ค่าใช้จ่ายการผลิตผันแปร ค่าใช้จ่ายการผลิตคงที่ทางตรง ส่วนการซื้ออาจมีต้นทุนซื้อ ค่าขนส่ง และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการซื้อ สำหรับเกณฑ์ในการตัดสินใจคือ เลือกทางเลือกที่ต้นทุนต่ำกว่า

ตัวอย่างการวิเคราะห์: บริษัท ก. กำลังพิจารณาซื้อชิ้นส่วนชนิดหนึ่ง ซึ่งมีผู้ขายภายนอก (Supplier) มาเสนอขายชิ้นส่วนดังกล่าวชิ้นละ 10 บาท บริษัทต้องรับผิดชอบค่าขนส่งเองอีกช้ินละ 1 บาท หากบริษัทประสงค์จะผลิตชิ้นส่วนนี้เองจะมีต้นทุนการผลิตต่อหน่วยประกอบด้วย วัตถุทางตรง 4 บาท ค่าแรงงานทางตรง 2 บาท ค่าใช้จ่ายการผลิตผันแปร 1 บาท ค่าใช้จ่ายการผลิตคงที่ทางตรง 3 บาท และค่าใช้จ่ายการผลิตคงที่ปันส่วน 1.50 บาท เปรียบเทียบต้นทุนการผลิตเองคือ 10 บาท (4+2+1+3) ส่วนต้นทุนการซื้อคือ 11 บาท (10+1) ดังนั้น บริษัทควรผลิตเองเนื่องจากต้นทุนต่ำกว่า ข้อสังเกตจากตัวอย่างนี้คือ ค่าใช้จ่ายการผลิตคงที่ปันส่วนไม่นำมาร่วมพิจารณาเนื่องจากเป็นข้อมูลที่ไม่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจ กล่าวคือ ไม่ว่าบริษัทจะผลิตเองหรือซื้อจากบุคคลภายนอก บริษัทก็ยังคงต้องจ่าย (แบกรับ) ค่าใช้จ่ายการผลิตคงที่ปันส่วน ส่วนค่าใช้จ่ายการผลิตคงที่ทางตรง ถือว่าเป็นข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจเพราะเป็นต้นทุนที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการตัดสินใจที่บริษัทจะผลิตเอง เช่น ค่าแม่พิมพ์ที่ต้องทำเพิ่ม หรือเงินเดือนผู้ควบคุมงานที่บริษัทต้องจ้างเพิ่ม เป็นต้น