You are currently viewing การบริหารการพัฒนาเมืองอัจฉริยะด้านการเดินทาง (Smart Mobility) ของเทศบาลนครขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น

การบริหารการพัฒนาเมืองอัจฉริยะด้านการเดินทาง (Smart Mobility) ของเทศบาลนครขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น

บริบทของพื้นที่กรณีศึกษาเมืองขอนแก่น

เมืองขอนแก่น หมายถึงพื้นที่เทศบาลนครขอนแก่น อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น ซึ่งถือเป็นหัวเมืองหลักของการพัฒนาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นศูนย์กลางการบริหารราชการของภูมิภาค การศึกษา เศรษฐกิจ การรักษาพยาบาล และการคมนาคมขนส่ง ขอนแก่นมีสนามบิน มีสถานีรถไฟ มีสถานีขนส่งรถโดยสารสาธารณะที่เชื่อมกับจังหวัดต่างๆ เพราะที่ตั้งของเมืองขอนแก่นอยู่ใจกลางภูมิภาค มีถนนสายแผ่นดินสายหลักและสายรองเชื่อมไปยังเมืองต่างๆ ในภูมิภาคได้ ทำให้ขอนแก่นมีผู้คนอาศัยอยู่ในเขตศูนย์กลางบริเวณเทศบาลนครขอนแก่นและพื้นที่เกี่ยวเนื่องกับเขตเทศบาลนครมากกว่า 300,000 คน ทำให้เทศบาลนครขอนแก่น ร่วมกับสำนักงานจังหวัดขอนแก่นได้ยื่นข้อเสนอพัฒนาเมืองอัจฉริยะ ภายใต้วิสัยทัศน์ “มหานครน่าอยู่ มุ่งสู่เมืองนวัตกรรม ศูนย์กลางเชื่อมโยงอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง” มุ่งเน้นให้ขอนแก่นเป็นเมืองน่าอยู่อัจฉริยะ (Smart Livable City) ด้วยการพัฒนาระบบฐานข้อมูลเมือง (City Data Platform) และสร้างสิ่งแวดล้อมเชื่อมโยงข้อมูลของเมืองและฐานข้อมูลเมืองเข้าด้วยกัน (Internet of Things: IoT environment) การพัฒนาการคมนาคมขนส่งอัจฉริยะให้สะดวกทันสมัย เป็นศูนย์กลางการขนส่งและโลจิสติกส์ของลุ่มแม่น้ำโขง สอดคล้องกับโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้วยคมนาคมขนส่งซึ่งเป็นโครงการของจังหวัด ผนวกกับศักยภาพในการขยายท่าอากาศยานนานาชาติขอนแก่นเพื่อเชื่อมโยงทั้งในระดับภูมิภาคและกลุ่มอนุภาคแม่น้ำโขง และการพัฒนาการท่องเที่ยวอัจฉริยะบนพื้นฐานของความยั่งยืน โดยมุ่งเน้นที่การท่องเที่ยวเชิงสัมมนา (MICE) สอดคล้องกับข้อเสนอแผนพัฒนาเมืองอัจฉริยะ “ขอนแก่นเมืองอัจฉริยะ” ให้เป็น MICE City มีการลงทุนก่อสร้างศูนย์ประชุมและแสดงสินค้าของภาคเอกชน และการเดินทางท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมด้วยแหล่งท่องเที่ยวเลื่องชื่อของจังหวัดขอนแก่น อย่าง แหล่งขุดค้นไดโนเสาร์แห่งแรกของประเทศไทยและพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ที่อำเภอเวียงเก่า จังหวัดขอนแก่น ซึ่งสอดคล้องกับกลยุทธ์ “ขอนแก่นโมเดล” และช่วยผลักดันธุรกิจด้านที่พักและการบริการนักท่องเที่ยวที่มีความพร้อมและศักยภาพสูงได้ในอนาคต

          สำหรับข้อเสนอตามแผนพัฒนาเมืองอัจฉริยะ “ขอนแก่นอัจฉริยะ” นั้นมีโครงการ/กิจกรรมบริการที่ออกแบบให้สอดคล้องกับรูปแบบการพัฒนาเมืองอัจฉริยะทั้ง 7 ด้านตามที่คณะกรรมการพัฒนาเมืองอัจฉริยะกำหนดเป้าหมายไว้ กำหนดแต่ด้านที่เป็นสาระสำคัญในการพัฒนาเมืองอัจฉริยะของขอนแก่นคือด้านการเดินทางละขนส่งอัจฉริยะ (Smart Mobility) ซึ่งมุ่งเน้นการเชื่อมโยงโครงข่ายการคมนาคมผ่านเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยจะมีการรายงานข้อมูลตามเวลาจริงและให้ความสำคัญกับความสะดวกสบายในการเดินทางและการกระจายความเจริญไปสู่พื้นที่อื่นของจังหวัดตามเป้าหมายการพัฒนา

กระบวนการพัฒนาสู่เมืองอัจฉริยะด้านการเดินทาง (Smart Mibility)

          ในส่วนของกลไกการขับเคลื่อนการพัฒนาไปสู่เมืองอัจฉริยะด้านการเดินทางนั้น เทศบาลนครขอนแก่น ได้ดำเนินการขับเคลื่อนร่วมกับภาคีเครือข่ายต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมตามแผนพัฒนาเมืองอัจฉริยะระดับจังหวัดและเสนอแผนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะต่อคณะกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะเพื่อสิทธิประโยชน์ด้านการลงทุนและสร้างพื้นที่นำร่อง (Sand Box) เพื่อดึงดูดนักลงทุนและนักพัฒนาให้เข้ามาในพื้นที่ นอกจากนี้ยังสร้างพื้นฐานส่วนใหญ่รองรับ อาทิ อินเตอร์เน็ตไร้สายสาธารณะ (Free Public WiFi) ในขณะที่ภาคเอกชนนำโดยกลุ่มนักธุรกิจในจังหวัดได้ดำเนินการจัดตั้งบริษัทขอนแก่นพัฒนาเมือง จำกัด[1] เพื่อขับเคลื่อนและลงทุนในด้านที่มีความซับซ้อนและภาระทางการคลังที่อยู่ในระดับสูง ได้แก่ โครงการที่เกี่ยวข้องกับการคมนาคมขนส่งมวลชล อาทิ โครงการรถไฟฟ้ารางเบา LRT โดยสามารถจำแนกแหล่งเงินทุนได้ 4 กลุ่ม ได้แก่ (1) งบประมาณของจังหวัด, งบประมาณของกลุ่มจังหวัด (2) งบประมาณของภาคเอกชน (3) กองทุน DE กองทุนพลังงาน กองทุนคมนาคม กองทุน กสทช. (4) เงินทุนจากต่างประเทศ นอกจากภาคการศึกษา โรงพยาบาล ธนาคาร สมาคมและชมรม ยังมีบทบาทร่วมในการขับเคลื่อนผ่านสัญญา MOU ร่วมกับภาครัฐ อาทิ กระทรวง DEPA และเทศบาลนครขอนแก่น ภาคเอกชนที่ผ่านการคัดเลือก และรัฐวิสาหกิจ บจม. กสท โทรคมนาคม (CAT) เครือข่ายสื่อสารระยะไกลอัจฉริยะ LoRaWAN และโครงการนำร่องเทคโนโลยี IoT

          ทั้งนี้ข้อเสนอแผนพัฒนาเมืองอัจฉริยะ “ขอนแก่นเมืองอัจฉริยะ” ที่เสนอโดยสำนักงานจังหวัดขอนแก่นได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการลงทุน สามารถส่งเสริมการลงทุนผ่านมาตรการพัฒนาเมืองอัจฉริยะตามประเภทกิจการและเงื่อนไข ข้อกำหนด โดยข้อเสนอแผนพัฒนาเมืองขอนแก่นอัจฉริยะด้านการเดินทาง (Smart Mobility) ดังรายละเอียดต่อไปนี้ (สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล, 2564)

ตารางที่ 13.2 : สรุปข้อเสนอแผนพัฒนาเมืองขอนแก่นอัจฉริยะด้านการเดินทาง (Smart Mobility)

โครงการที่นำเสนอเทคโนโลยีดิจิทัลที่ใช้ตัวชี้วัด
โครงการรถฟ้ารางเบา LRT1) Application แสดงตำแหน่งและเส้นทางการวิ่งของรถ 2) GPS Tracking1) จำนวนผู้ใช้บริการของระบบรถไฟฟ้ารางเบาจำนวน 150,000 คน/ปี 2) จำนวนนักท่องเที่ยวหรือผู้มาเยือนได้ใช้บริการจำนวน 200,000 คน/ปี
โครงการขอนแก่นสมาร์ทบัส1) Platform Smart Bus 2) WiFi ระบุพิกัดและเวลาให้บริการ1) ระบบอัจฉริยะ/บริการ Smart Bus และเครือข่ายรถสาธารณะอัจฉริยะ 1 ระบบ 2) จำนวนผู้ใช้บริการของระบบสมาร์ทบัสจำนวน 150,000 คน/ปี 3) จำนวนนักท่องเที่ยวหรือผู้มาเยือนได้ใช้บริการจำนวน 200,000 คน/ปี
โครงการพัฒนาพื้นที่โดยรอบระบบขนส่งมวลชนและพื้นที่เศรษฐกิจเดิมและใหม่ตามรูปแบบ TOO in Urban Design Context สร้างเมืองให้กระชับ1) ระบบขนส่งมวลชน (Public Transport Development) ในรูปแบบของการใช้รถไฟฟ้ารางเบา (LRT) และ Shuttle Bus ภายในเมือง1) ประชาชนเข้ารับบริการระบบสาธารณะอย่างทั่วถึง 100,000 คน/ปี
โครงการป้ายบอกข้อมูล จุดเชื่อมต่อ ที่พักและร้านอาหารอัจฉริยะ สำหรับ บขส 3 ป้ายรถเมล์และสถานีรถไฟสำหรับเทศบาลนครขอนแก่น 1) จำนวนผู้ใช้บริการของระบบจำนวน 150,000 คน/ปี 2) จำนวนนักท่องเที่ยวหรือผู้มาเยือนได้ใช้บริการจำนวน 200,000 คน/ปี
โครงการจัดตั้งศูนย์ทดสอบ ซ่อมบำรุง และถ่ายทอดเทคโนโลยีรถไฟฟ้า มหาวิทยาลัยราชมงคลอีสาน วิทยาเขตขอนแก่น 1) การเข้าถึงบริการโดยมีประชาชนเข้ารับบริการ 100,000 คน/ปี
โครงการสวัสดิการสำหรับการเดินทางเพื่อเข้ารับบริการทางการแพทย์ของผู้สูงอายุ1) Platform จัดระบบรถไฟฟ้าสามล้อ1) รถไฟฟ้าสำหรับผู้สูงอายุอย่างน้อย 50 คัน 2) จำนวนผู้ใช้บริการ 100,000 คน/ปี 3) แพลตฟอร์มในการบริหารจัดการและจัดระบบของรถสามล้อไฟฟ้าให้เป็นสวัสดิการสำหรับผู้สูงอายุในระยะยาว อย่างน้อย 1 ระบบ

สำหรับการวางแผนพัฒนารถไฟฟ้ารางเบา ซึ่งถือเป็นแนวคิดการพัฒนาระบบรถไฟฟ้ารางเบาแห่งแรกของภาคตะวันออกเฉียงเหนือและที่เกิดขึ้นในหัวเมืองในภูมิภาคของประเทศไทย วางแผนไว้ให้ครอบคลุมเส้นทางทั้งหมด 5 เส้นทาง พาดผ่านพื้นที่สำคัญอย่างมหาวิทยาลัยขอนแก่น พื้นที่ย่านเศรษฐกิจ ห้างสรรพสินค้า โรงแรม สถานศึกษา ตลาดสด สถานที่ราชการสำคัญ เป็นต้น ซึ่งหากระบบรถไฟฟ้ารางเบาสร้างแล้วเสร็จ คาดว่าจะช่วยอำนวยความสะดวกให้ประชาชนได้มากกว่า 40,000 คน และยังช่วยลดการปล่อยมลภาวะได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังเป็นการกระตุ้นการพัฒนาพื้นที่ตามแนวรถไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็นการสร้างพื้นที่สีเขียวและแหล่งเรียนรู้อย่างพิพิธภัณฑ์ให้กับคนในเมืองขอนแก่นและผู้มาเยือนได้อีกด้วย นอกจากนั้นแผนการพัฒนารถไฟฟ้ารางเบาของเมืองขอนแก่น ยังให้ความสำคัญกับการคมนาคมภายในเขตเมืองด้วยเช่นกัน โดยมีทั้งโครงการพัฒนาการเชื่อมต่อรอบบึงแก่นนครด้วยระบบขนส่งสาธารณะที่เรียกกันว่า “รถแทรมน้อย” ซึ่งได้รับมอบมาจากรัฐบาลญี่ปุ่น (สาลิกา, มมป.: เว็บไซต์) รวมถึงโครงการขอนแก่นซิตี้บัส ซึ่งเป็นรถปรับอากาศขนาดสี่ล้อที่ให้บริการจากสถานีขนส่งแห่งที่ 3 (บขส. 3) ที่อยู่ทางทิศใต้ของเมือง เชื่อมกับตัวเมืองและสนามบินนานาชาติขอนแก่น ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันตกของเมืองอีกด้วย ซึ่งเป็นการออกแบบให้วิ่งรถเป็นเส้นทางวงกลมรอบเมือง บนรถบัสอากาศที่เรียกว่า รถซิตี้บัสดังกล่าวมีการให้บริการ Free Wi-Fi และกล้องโทรทัศน์วงจรปิดบนรถ พร้อมทั้งยังมีแอพพลิเคชั่นติดตามตำแหน่งของรถซิตี้บัสได้อีกด้วย โดยการบริการของรถซิตี้บัสี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาเมืองอัจฉริยะด้านการขนส่งที่เกิดประโยชน์และประชาชนเข้าถึงได้สะดวกซึ่งคิดค่าโดยสารประชาชนทั่วไปเพียงแค่ 15 บาทตลอดสาย


[1] บริษัท ขอนแก่นพัฒนาเมือง KKTT เป็นบริษัทของชาวขอนแก่น เกิดจากการรวมตัวของกลุ่มธุรกิจชั้นแนวหน้าของจังหวัดขอนแก่น ทั้งหมดกว่า 20 บริษัท ซึ่งการรวมตัวก็เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของจังหวัดตนเองในเชิงออกแบบและพัฒนาเมือง อย่างถูกหลักวิชาการ เพื่อให้เมืองขอนแก่น เติบโตอย่างถูกทิศทาง ให้สมเป็นเมืองศูนย์กลางของภูมิภาคอาเซียน และเมืองในอนาคต เพื่อเตรียมตัวก่อนเข้าสู่ ประชาคมอาเซียน ดูรายละเอียดเพิ่มเติม https://www.khonkaenthinktank.com/profile.php