You are currently viewing การบริหารการพัฒนาเมืองอัจฉริยะด้านการดำรงชีวิต (Smart Living) ของเทศบาลนครปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี

การบริหารการพัฒนาเมืองอัจฉริยะด้านการดำรงชีวิต (Smart Living) ของเทศบาลนครปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี

บริบทของเมืองปากเกร็ด

          เทศบาลนครปากเกร็ด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของศาลากลางจังหวัดนนทบุรี ประมาณ 10 กิโลเมตร และติดต่อกับเขตพื้นที่ของกรุงเทพมหานครทางทิศตะวันออกมีคลองประปาเป็นแนวแบ่งเขตพรมแดนระหว่างกัน มีพื้นที่บริการประมาณ 36.04 ตารางกิโลเมตร มีลักษณะเป็นแหล่งชุมชนที่อยู่อาศัยขนาดใหญ่และเป็นพื้นที่ขยายตัวทางด้านการค้า การลงทุน และที่ตั้งของส่วนราชการต่างๆ หลายหน่วยงาน ในการบริหารจัดการมีการแบ่งการปกครองออกเป็น 66 ชุมชน ครอบคลุมพื้นที่ 5 ตำบล 34 หมู่บ้านของอำเภอปากเกร็ด ได้แก่ ตำบลปากเกร็ด ตำบลบางพูด ตำบลบ้านใหม่ ตำบลบางตลาด และตำบลคลองเกลือ มีประชากรอาศัยอยู่จำนวนราว 189,356 คน แยกเป็น เพศชาย จำนวน 87,574 คน เพศหญิง จำนวน 101,782 คน ความหนาแน่นของประชากรเฉลี่ยต่อพื้นที่เท่ากับ 5,254 คนต่อตารางกิโลเมตร และมีประชากรแฝงอาศัยอยู่อีกราว 200,000 คน (ข้อมูลเทศบาลนครปากเกร็ด ณ 30 กันยายน 2566) และในด้านลักษณะภูมิประเทศของพื้นที่เทศบาลนครปากเกร็ดมีลักษณะเป็นที่ราบลุ่มแม่น้ำ มีแม่น้ำเจ้าพระยาไหลผ่านเมืองทางด้านตะวันตกจึงได้รับผลกระทบจากระดับปริมาณน้ำหนุนและในบางช่วงที่ฝนตกหนัก น้ำเหนือที่ไหลมามีปริมาณสูงก็จะทำให้พื้นที่ของเทศบาลเกิดปัญหาน้ำท่วมได้ เพราะมีลักษณะพื้นที่ทั่วไปเป็นชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยาซึ่งมีคลองขนาดเล็กเชื่อมภายในพื้นที่หลายสายทั้งคลองบางพูด คลองเกลือ คลองบางตลาด เป็นต้น

จากลักษณะทั่วไปของพื้นที่เขตเทศบาลปากเกร็ด ที่มีลักษณะเป็นแหล่งชุมชนที่อยู่อาศัยขนาดใหญ่และเป็นพื้นที่ขยายตัวทางด้านการค้า การลงทุน และที่ตั้งของส่วนราชการต่างๆ หลายหน่วยงาน นำไปสู่ความต้องการความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของเมืองปากเกร็ด และเป็นความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ในการดำรงชีพ ผนวกรวมกับสภาพของเมืองปริมณฑลของอำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรีที่มีสถิติของอุบัติเหตุ และปัญหาอาชญากรรมที่มีผลกระทบด้านความปลอดภัยในการใช้ชีวิตสูงติดอันดับต้นๆ ของเมืองในประเภทเดียวกัน ทั้งเหตุอาชญากรรม ไฟฟ้าส่องสว่าง อุบัติเหตุ ซึ่งการแก้ปัญหาในภาพรวมให้สำเร็จจำเป็นต้องมีชุดข้อมูลในด้านต่างๆ เพื่อการทำงาน สนับสนุนการตัดสินใจในการวางแผนจัดการเมือง ซึ่งถ้าหน่วยงานท้องถิ่นไม่สามารถจัดการปัญหาด้านความปลอดภัยของเมืองได้ เมืองจะมีปัญหาที่เป็นผลกระทบแบบห่วงโซ่ ทั้งด้านการเติบโตทางเศรษฐกิจ สังคม โดยอาจกล่าวได้ว่า หน่วยงานท้องถิ่นจะไม่สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ในการพัฒนาเมืองในด้านใดเลย ถ้าไม่จัดการให้เมืองและประชาชนของตนเองมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน เสียก่อน (อ้างถึงในนพพล อัคฮาด และคณะ, 2566 ก)

ทั้งนี้เมื่อเกิดปัญหาแล้ว แม้จะรับรู้ปัญหาดังกล่าวเป็นอย่างดี แต่ปัญหาที่เป็นพื้นฐานที่ทุกหน่วยงานไม่ว่าจะหน่วยงานขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ต้องพบ คือ การจัดการกับชุดข้อมูลที่หน่วยงานเป็นเจ้าของอยู่ โดยเฉพาะหน่วยงานที่มีขนาดใหญ่จำนวนชุดข้อมูลมีปริมาณมาก และมาจากหลายแพลตฟอร์มจนเกิดภาวะท่วมท้นของข้อมูล (Information Overload) ทำให้หน่วยงานประสบความยุ่งยากในการเข้าใจประเด็นและตัดสินใจ อันเนื่องมาจากมีข้อมูลมากเกินไป  การจัดการชุดข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ การจัดการเงื่อนไขของข้อมูล และกำหนดรูปแบบการส่งต่อข้อมูลที่ชัดเจน จะทำให้ข้อมูลที่หน่วยงานถืออยู่มีมูลค่ามากยิ่งขึ้น และใช้ประโยชน์ข้อมูลได้ตรงและสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่มุ่งเน้นการพัฒนาคน เครื่องมือ เทคโนโลยี และระบบฐานข้อมูลขนาดใหญ่ให้มีความพร้อมสามารถรับมือกับภัยคุกคามและภัยพิบัติ แก้ไขปัญหาแบบบูรณาการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน

ประกอบกับในสภาวะปัจจุบันการพัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศเป็นความจำเป็นที่ต้องใช้ในการดำเนินกิจการของเทศบาล รวมถึงการดูแล และให้บริการประชากรในด้านต่าง ๆ ตามอำนาจ หน้าที่ และพันธกิจของเทศบาล ซึ่งเทศบาลนครปากเกร็ดเองมีภารกิจในการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชน ตลอดจน การให้บริการสาธารณะในด้านต่าง ๆ จึงได้ดำเนินกระบวนการพัฒนาเมืองปากเกร็ดสู่การดำรงชีวิตอัจฉริยะ (Smart Living) ซึ่งได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2562 มีการวางแผนไปสู่เมืองอัจฉริยะสมบูรณ์แบบในอนาคต โดยมีโครงการเกี่ยวข้องหลายโครงการที่ปรากฏไว้ในแผนพัฒนาท้องถิ่น  สำหรับตัวอย่างของโครงการที่ทำสำเร็จแล้วและเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการพัฒนาเมืองปากเกร็ดสู่การดำรงชีวิตอัจฉริยะ (Smart Living) คือโครงการการยกระดับด้านความปลอดภัยด้วยการพัฒนาระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์(GIS) มาใช้ในการรวบรวม จัดการ และวิเคราะห์ข้อมูลทางภูมิศาสตร์ด้วยตำแหน่งที่ได้จากกล้องโทรทัศน์วงจรปิด ซึ่งเป็นการพัฒนา โปรแกรมเพื่อจัดการชุดข้อมูลสนับสนุนข้อมูลเพื่อการวิเคราะห์และส่งต่ออย่างเป็นระบบ แก้ไขปัญหาชุดข้อมูลที่มีปริมาณมาก ให้สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ร่วมกันได้ ทำให้พื้นที่ที่มีความรับผิดชอบของหน่วยงานที่ทับซ้อนกัน เกิดการบูรณาการได้อย่างมีประสิทธิภาพ เกิดประโยชน์และการมีส่วนร่วมทุกภาคส่วนผ่านการจัดตั้งศูนย์ข้อมูลกลางความปลอดภัย เพื่อให้เกิดศูนย์รวมของชุดข้อมูลต่างๆ และบริหารจัดการกระบวนการปฏิบัติงานด้านความปลอดภัยให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด ผู้บริหาร ผู้ปฏิบัติงาน ประชาชน ได้รับข้อมูลที่ชัดเจนเป็นประโยชน์ สามารถนำไปปฏิบัติ วางแผนการตัดสินใจ เพื่อเตรียมความพร้อมและรับมือปัญหาต่างๆ ได้ เกิดความชัดเจนของข้อมูลที่ทำให้สามารถสร้างความเชื่อมั่น และสื่อสารข้อมูลด้านความปลอดภัย

กระบวนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะด้านการดำรงชีวิต (Smart Living)

เทศบาลนครปากเกร็ด มีกระบวนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะด้านการดำรงชีวิต (Smart Living) ในลักษณะแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยวางเป้าหมายเข้าสู่เมืองอัจฉริยะที่มีการพัฒนาระบบความปลอดภัยในการตอบสนองต่อการดำรงชีวิตของประชาชนในเมืองปากเกร็ดครบถ้วนทั้ง 8 ระบบ/แพลตฟอร์ม ได้แก่ (อ้างถึงในนพพล อัคฮาด และคณะ, 2566 ก)

1) ระบบกล้องพื้นฐาน 

2) ระบบตรวจจับทะเบียนรถยนต์

3) ระบบแจ้งซ่อมบำรุงไฟฟ้าส่องสว่างสาธารณะ

4) ระบบตรวจสภาพการจราจร

5) ระบบตรวจสภาพน้ำท่วมและจุดเสี่ยงน้ำท่วมขัง 

6) ระบบแจ้งเตือนค่าฝุ่นละออง PM2.5

7) ระบบแผนที่ภูมิศาสตร์ด้านข้อมูลการป้องกันและควบคุมโรค และ

8) ระบบการบำบัดน้ำ

มีการวางเป้าหมายเป็นองค์กรที่ใช้ข้อมูลทางด้านดิจิทัลในลักษณะ Big Data ได้อย่างสมบูรณ์แบบ รวมถึงการพัฒนาองค์กรสู่ระบบราชการ 4.0 และสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของการพัฒนาข้อมูลภาครัฐ ด้วยซึ่งการวางแผนนวัตกรรมนี้ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาไปสู่ระบบการจัดการด้านความปลอดภัยเพื่อเตรียมความพร้อมกับการจัดการภาวะวิกฤตของเมืองด้านความปลอดภัยโดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภายใน ภาคประชาชน และหน่วยงานราชการ บูรณาการร่วมกันขับเคลื่อนดังนี้ 

1. ด้านการรักษาความปลอดภัยและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของเมือง ประกอบด้วยระบบ

1.1 ระบบกล้องพื้นฐาน 573 กล้อง

1.2 ระบบตรวจจับทะเบียนรถยนต์

หน่วยงานความร่วมมือภายใน ที่รับผิดชอบได้แก่ สำนักการช่าง สำนักปลัดเทศบาล  กองวิชาการและแผนงาน  กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม

หน่วยงานความร่วมมือภายนอก ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่  ภาคประชาชน จังหวัดนนทบุรี การไฟฟ้านครหลวงจังหวัดนนทบุรี  กรมทางหลวงชนบท บริษัท TOT จำกัด(มหาชน)  การสื่อสารแห่งประเทศไทย                กรมโยธาธิการและผังเมืองและเจ้าหน้าที่ตำรวจ

2. ระบบแจ้งซ่อมบำรุงไฟฟ้าส่องสว่างสาธารณะ

หน่วยงานความร่วมมือภายใน ที่รับผิดชอบได้แก่ สำนักการช่าง

หน่วยงานความร่วมมือภายนอก  ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่  ภาคประชาชน และคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

3. ด้านการพัฒนาระบบการคมนาคมสาธารณูปโภค ประกอบด้วยระบบ

3.1 ระบบตรวจสภาพการจราจร

หน่วยงานความร่วมมือภายใน  ที่รับผิดชอบ ได้แก่ สำนักการช่าง สำนักปลัดเทศบาล                    กองวิชาการและแผนงาน 

หน่วยงานความร่วมมือภายนอก ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่  ภาคประชาชน จังหวัดนนทบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจ ศูนย์ควบคุมการสั่งการจราจรตำรวจภูธร จังหวัดนนทบุรี  กองบังคับการตำรวจจราจร (บก.02)   ศูนย์ป้องกันบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนนทบุรีและสำนักข่าวท้องถิ่น

          3.2 ระบบน้ำท่วมและจุดเสี่ยงน้ำท่วมขัง 

หน่วยงานความร่วมมือภายใน  ที่รับผิดชอบ ได้แก่ สำนักการช่าง สำนักปลัดเทศบาล  กองวิชาการและแผนงาน กองสวัสดิการสังคม กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม

หน่วยงานความร่วมมือภายนอก ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่  ภาคประชาชน กรมชลประทาน ศูนย์ป้องกันบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนนทบุรี  สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และจังหวัดนนทบุรี

4. ด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม  ประกอบด้วยระบบ

4.1 ระบบแจ้งเตือนค่าฝุ่นละออง PM2.5

หน่วยงานความร่วมมือภายใน  ที่รับผิดชอบ ได้แก่ สำนักการช่าง สำนักปลัดเทศบาล                    กองวิชาการและแผนงาน กองสวัสดิการสังคม กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม กองการศึกษา โรงเรียนในสังกัด

หน่วยงานความร่วมมือภายนอก ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่  ภาคประชาชน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กรมควบคุมมลพิษ โรงเรียนในพื้นที่ และจังหวัดนนทบุรี 

4.2 ระบบแผนที่ภูมิศาสตร์ด้านข้อมูลการป้องกันและควบคุมโรค

หน่วยงานความร่วมมือภายใน  ที่รับผิดชอบ ได้แก่ สำนักการช่าง กองสวัสดิการสังคม                        กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม

หน่วยงานความร่วมมือภายนอก ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่  ภาคประชาชน ศูนย์ข้อมูล COVID-19 จังหวัดนนทบุรี   สาธารณสุขจังหวัดนนทบุรี กรมควบคุมโรค  และและคณะวิศวกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

4.3 ระบบการบำบัดน้ำ

หน่วยงานความร่วมมือภายใน  ที่รับผิดชอบ ได้แก่ สำนักการช่าง กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม

          หน่วยงานความร่วมมือภายนอก  ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่  ภาคประชาชนในพื้นที่

ทั้งนี้ จากลักษณะของโครงการจะเห็นได้ว่าเป็นกระบวนการพัฒนาและบูรณาการต่อยอดโครงการด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องหลายโครงการที่ปรากฏไว้ในแผนพัฒนาท้องถิ่น และอาศัยศักยภาพและความพร้อมด้านทรัพยากร บุคลากร และงบประมาณ ซึ่งต่อมาได้มีการจัดตั้งศูนย์ข้อมูลกลางความปลอดภัย ขึ้น โดยมีการพัฒนาแพลตฟอร์ม ที่รวมโปรแกรมด้านความปลอดภัยให้ทุกภาคส่วนเข้าใช้งานได้อย่างสะดวก  มีระบบฐานข้อมูลที่ใช้รวบรวม จัดเก็บ และวิเคราะห์ชุดข้อมูลเชิงเดี่ยว เพื่อหาความสัมพันธ์ตามเงื่อนไขที่กำหนดของระบบแพลตฟอร์มจากการบริหารจัดการโดยศูนย์ข้อมูลกลางความปลอดภัย