You are currently viewing การบริหารการพัฒนาเมืองอัจฉริยะด้านสิ่งแวดล้อม (Smart Environment) ของเทศบาลนครเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่

การบริหารการพัฒนาเมืองอัจฉริยะด้านสิ่งแวดล้อม (Smart Environment) ของเทศบาลนครเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่

บริบทของเมืองเชียงใหม่

เทศบาลนครเชียงใหม่ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ มีพื้นที่บริการสาธารณะประมาณ 40.21 ตารางกิโลเมตร มีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 141,361 คน มีความหนาแน่นของประชากร 11,323.16 ต่อตารางกิโลเมตร นอกจากนี้ยังคาดว่ามีประชากรแฝงอีกราว 200,000 คน ในการบริหารจัดการเทศบาลนครเชียงใหม่มีการแบ่งพื้นที่ออกเป็น 4 แขวง ได้แก่ (1) แขวงนครพิงค์ (2) แขวงกาวิละ (3) แขวงศรีวิชัย และ (4) แขวงเม็งราย ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ 14 ตำบลตามเขตการปกครองท้องที่ของอำเภอเมืองเชียงใหม่ เมืองเชียงใหม่พื้นที่ของเทศบาลถือเป็นศูนย์กลางการบริหารราชการของจังหวัดเชียงใหม่และเป็นเมืองสำคัญของการพัฒนาภาคเหนือของประเทศไทยในทุกมิติ เป็นศูนย์กลางความเจริญทางด้านเศรษฐกิจ การคมนาคม การศึกษา การท่องเที่ยว และการรักษาพยาบาลของภูมิภาค (เทศบาลนครเชียงใหม่, 2566) เป็นหนึ่งใน 20 เมืองเล็กทั่วโลกที่เป็นสุดยอดของเป้าหมายการเดินทางที่ดีที่สุด ทำให้นักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามาในพื้นที่จำนวนมาก เพราะเชียงใหม่เป็นเมืองหลวงทางวัฒนธรรมของประเทศ และอยู่ในบัญชีเบื้องต้นของการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกขององค์การ UNESCO ประกอบกับกระแสความนิยมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ทำให้เกิดกระแสตื่นตัวในการธำรงไว้ซึ่งอัตลักษณ์และวัฒนธรรมของท้องถิ่น นอกจากนี้จังหวัดเชียงใหม่ถูกกำหนดให้เป็นพื้นที่นำร่องในแผนปฏิบัติการวาระแห่งชาติการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ส่งผลให้จังหวัดเชียงใหม่เป็นฐานการพัฒนาในด้านเทคโนโลยีดิจิทัล การพัฒนาด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารที่รวดเร็ว ทำให้มีเทคโนโลยีทางเลือกสำหรับใช้ในการบริหารและบริการประชาชนที่หลากหลายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ด้วยเหตุผลเหล่านี้ เทศบาลนครเชียงใหม่ได้เล็งเห็นถึงการพัฒนาเมืองให้มีความทันสมัยแต่เต็มเปี่ยมไปด้วยเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของท้องถิ่น โดยมีวิสัยทัศน์ “เมืองอัจฉริยะน่าอยู่ ฟื้นฟูศูนย์กลางวัฒนธรรมล้านนา ย่านการค้าการท่องเที่ยวระดับภูมิภาค”

          การบริหารการพัฒนาเมืองเชียงใหม่สู่การจัดการสิ่งแวดล้อมอัจฉริยะ (Smart Environment) เป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนาเมืองอัจฉริยะ “การพัฒนาเมืองเก่าอย่างชาญฉลาด” ของเทศบาลนครเชียงใหม่ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ทั้งนี้แผนพัฒนาเมืองอัจฉริยะได้ออกแบบตามแผนพัฒนาท้องถิ่นของเทศบาลและแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาเมืองอัจฉริยะจังหวัดเชียงใหม่ โดยวางแผนทางการแก้ไขปัญหาและพัฒนาพื้นที่ให้สอดคล้องกับบริบทการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและก้าวทันกับกระแสเทคโนโลยีดิจิทัลในปัจจุบัน รวมถึงการให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน แต่อย่างไรก็ตามแนวทางการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเมืองอัจฉริยะ ดำเนินการโดยใช้งบประมาณภาครัฐเป็นหลัก โดยโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลดำเนินการภายใต้แผนแม่บทระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของเทศบาลนครเชียงใหม่ และโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพดำเนินการภายใต้แผนพัฒนาท้องถิ่นของเทศบาลนครเชียงใหม่ ในยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อให้เขตพื้นที่เทศบาลนครเชียงใหม่มีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน อาทิ การวางสายเคเบิ้ล Fiber Optic การวางสายไฟฟ้าใต้ดิน การติดตั้งกล้อง CCTV ให้ครอบคลุมทั่วพื้นที่ และการติดตั้งอุปกรณ์เก็บข้อมูลรถแบบไร้สาย เป็นต้น เพื่อรองรับและเพิ่มศักยภาพในการพัฒนาให้เป็นเมืองอัจฉริยะ โดยเฉพาะในด้านสิ่งแวดล้อมอัจฉริยะ (Smart Environment)

กระบวนการพัฒนาสู่เมืองสิ่งแวดล้อมอัจฉริยะ (Smart Environment)

          เทศบาลนครเชียงใหม่ได้ทำการพัฒนาระบบจัดเก็บและบริหารข้อมูลเมือง (City Data Platform) เป็นสิ่งที่เทศบาลนครเชียงใหม่ให้ความสำคัญ โดยดำเนินการก่อตั้ง “ศูนย์สร้างสรรค์และพัฒนาเมืองเชียงใหม่” ซึ่งใช้เป็นทั้งศูนย์ข้อมูลกลาง (Data Center) และมีพื้นที่สร้างสรรค์การทำงานร่วมกัน (Co-working space) บริการให้ประชาชน ในการดำเนินการตั้งอยู่บนหลักการ การนำข้อมูลที่จำเป็นและเป็นประโยชน์เข้าสู่ระบบการจัดเก็บข้อมูลในคลาวด์ (Cloud – Based) การจัดเก็บและเชื่อมโยงข้อมูลที่เกี่ยวข้องทุกแพลตฟอร์มตามองค์ประกอบของการเป็นเมืองอัจฉริยะทางด้านสิ่งแวดล้อม เช่น ข้อมูลคุณภาพน้ำในคลองแม่ข่า ข้อมูลจำนวนสุนัขและแมวที่ได้รับการฉีดวัคซีน ข้อมูลการตรวจจับปริมาณรถบนท้องถนนและข้อมูลที่จอดรถในเขตพื้นที่ เป็นต้น ซึ่งข้อมูลเหล่านี้สามารถตรวจวัดและติดตาม เพื่อนำไปวิเคราะห์และแสดงผลตามความต้องการแบบปัจจุบัน (Real-Time) และนำไปประยุกต์ใช้กับการพัฒนาเมืองอัจฉริยะด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อผลักดันเป้าหมายแผนพัฒนาเมืองอัจฉริยะ “การพัฒนาเมืองเก่าอย่างชาญฉลาด” ของเทศบาลนครเชียงใหม่ต่อไป

          แผนพัฒนาเมืองอัจฉริยะด้านสิ่งแวดล้อมของเทศบาลนครเชียงใหม่ มุ่งเน้นการดำเนินโครงการพัฒนาคลองแม่ข่า โดยมุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีในการบริหารจัดการปัญหาสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่เสื่อมโทรมริมคลองแม่ข่า ที่มีปัญหาน้ำเสีย พื้นที่ถูกรุกล้ำโดยชุมชนจนกลายเป็นแหล่งสะสมของขยะมูลฝอยตามตลิ่งริมคลอง จากการที่คลองแม่ข่าไหลผ่านเขตพื้นที่เทศบาลนครเชียงใหม่ ซึ่งเป็นย่านที่อยู่อาศัยและพื้นเขตเศรษฐกิจของเมืองเชียงใหม่ ทำให้มีการขยายตัวของสถานประกอบการ  และบ้านเรือนของประชาชน โดยเฉพาะริมคลองแม่ข่า ซึ่งถือเป็นลำน้ำที่มีสำคัญรองมาจากแม่น้ำปิง จากลักษณะทำเลที่ตั้งของคลองแม่ข่านี้เอง เป็นเหตุให้คลองแม่ข่า กลายเป็นแหล่งรองรับน้ำทิ้งจากบ้านเรือนประชาชน ก่อให้เกิดปัญหาน้ำเสียและคุณภาพน้ำเสื่อมโทรมต่ำกว่าคามาตรฐานคุณภาพน้ำผิวดิน ประกอบกับลำคลองแม่ข่าตั้งอยู่บริเวณที่เป็นด้านหลังบ้านเรือนของประชาชนที่อยู่อาศัยอย่างหนาแน่นในชุมชนที่ติดคลองแม่ข่า ทำให้การเข้าถึงคลองแม่ข่าซึ่งเป็นแม่น้ำสาธารณะนี้กระทำได้ยาก เทศบาลนครเชียงใหม่จึงมีแนวคิดในการพัฒนาพื้นที่ริมคลองแม่ข่า โดยร่วมกับภาคีเครือข่ายต่างๆ และภาคประชาสังคม จัดทำโครงการพัฒนาคลองแม่ข่า โดยมุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีในการบริหารจัดการปัญหาสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ ขึ้นเพื่อ วัตถุประสงค์สำคัญดังนี้

1. เป็นโครงการต้นแบบด้านการพัฒนาพื้นที่ริมคลองแม่ข่า และลำน้ำสาขาอย่างรอบด้านในมิติของสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน และเป็นรูปธรรม

2.พัฒนา และการฟื้นฟูคุณภาพน้ำและระบบนิเวศน์คลองแม่ข่า และปรับปรุงภูมิทัศน์สองฝั่งคลองแบบมีสวนรวม และเพิ่มพื้นที่สาธารณะในชุมชนที่สามารถเขาถึงไดง่าย ทั้งนี้ในการพัฒนาพื้นที่ริมคลองแม่ข่าเป็นโครงการที่อยู่ในแผนแม่บทคลองแม่ข่า ซึ่งมีการจัดตั้งคณะทำงานที่ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้ในหลากหลายสาขาวิชามาร่วมกันขับเคลื่อน การวางโครงสร้างพื้นฐานในการปรับปรุงคลองแม่ข่า เช่น การสร้างระบบรวบรวมน้ำเสีย การปรับภูมิทัศน์และพื้นที่ประกอบกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ รวมถึงการใช้เซนเซอร์ตรวจวัดคุณภาพน้ำและแจ้งเตือนเมื่อคุณภาพน้ำอยู่ต่ำกว่าค่ามาตรฐาน ผ่านระบบ Cloud Computing ที่เชื่อมโยงกับ Smart Phone ซึ่งรายงานข้อมูลแบบ Real time เพื่อผลลัพธ์ทำให้คลองแม่ข่ากลับมามีชีวิต มีคุณภาพน้ำ (Water Quality Index) ที่มีค่าเฉลี่ยดีขึ้นจากปีฐานร้อยละ 30 มีปริมาณน้ำที่ไหลลงสู่คลองต่อปริมาณน้ำในคลอง 1 ลูกบาตรเมตร/วินาที และมีจำนวนพื้นที่สีเขียวเพิ่มมากขึ้น ดังรายละเอียดแผนพัฒนาเชียงใหม่อัจฉริยะด้านสิ่งแวดล้อมอัจฉริยะ (Smart Environment)

ในการขับเคลื่อนเมืองสิ่งแวดล้อมอัจฉริยะของเทศบาลนครเชียงใหม่ ได้มีการจัดตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนแผนพัฒนาเมืองอัจฉริยะ ซึ่งทำงานแบบบูรณาการระหว่างหน่วยงาน โดยแบ่งออกเป็น 3 ระดับ ดังนี้ 1) ระดับผู้บริหารเมืองอัจฉริยะ ซึ่งประกอบด้วย นายกเทศมนตรี รองนายกเทศมนตรี ปลัดเทศบาล รองปลัดเทศบาล และผู้อำนวยการสำนักช่าง 2) ระดับคณะที่ปรึกษา ซึ่งมาจากเลขานุการนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ และสมาชิกสภาเทศบาลทุกคน 3) ระดับคณะทำงาน ซึ่งประกอบด้วย ผู้อำนวยการโครงการ ฝ่ายเทคโนโลยีและสารสนเทศ ฝ่ายบริหารและพัฒนา และฝ่ายติดตามและประเมินผล ต่อมาในด้านงบประมาณ นอกจากงบประมาณของเทศบาลฯตามแผนพัฒนาท้องถิ่นแล้ว เทศบาลนครเชียงใหม่ยังได้รับการสนับสนุนในเรื่องงบประมาณจากหน่วยงานภาครัฐอื่นภายในประเทศและขอรับการสนับสนุนจากรัฐบาลต่างประเทศด้วย รวมถึง มีการแลกเปลี่ยนความรู้ทางด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมระหว่างมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยต่างๆ ความร่วมมือของภาคเอกชนเป็นไปในลักษณะการช่วยริเริ่มก่อตั้งโครงการและนำร่องโครงการ ตลอดจนดำเนินการต่อหลังจากโครงการเสร็จสิ้น เช่น สถาบันนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่  สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) เพื่อสร้างโอกาสการพัฒนาพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นการใช้นวัตกรรมทางสังคม (Social Innovation) เป็นเครื่องมือเพื่อสร้างการรับรูแนวทางการพัฒนาคลองแม่ข่าของภาคประชาสังคมต่อกระบวนการการมีส่วนร่วม (Community Engagement ) การเรียนรู้ของกลุ่มต่าง ๆ ภายในเมืองและพื้นที่ (City’s Learning) รวมถึงการลดความเหลื่อมล้ำของสังคม และสร้างเศรษฐกิจใหม่ในระดับชุมชน (Local & Creative Economy) ทำให้เห็นได้ว่าการออกแบบคลองแม่ข่านั้น อยู่บนพื้นฐานของการมีส่วนร่วมของชุมชนและตอบสนองต่อความต้องการของชุมชนเป็นสำคัญ ชุมชนและประชาชน จะเป็นผู้กำหนดการพัฒนาพื้นที่ตั้งแต่แรกเริ่ม แม้กระทั่งรายละเอียดของการออกแบบคลองแม่ข่า (Detail Design) โดยเทศบาลเป็นผู้อำนวยความสะดวกและสนับสนุนในทุกมิติของการพัฒนาพื้นที่คลองแม่ขาและลำน้ำสาขา ตามขอบเขต อำนาจและหน้าที่อย่างเหมาะสม และเปิดโอกาสให้ชุมชนหรือประชาชนเสนอปัญหาและความต้องการได้อย่างเสรี พร้อมร่วมมือกันแก้ไขปัญหา โดยจัดตั้งเป็นคณะทำงานเฉพาะกิจหรือภาคีเครือข่าย รวมถึงมีการจัดตั้งวิสาหกิจชุมชน เพื่อดูแลผลประโยชน์ที่จะได้รับและผลประกอบการที่จะเกิดกับชุมชนอย่างสูงสุดและมีความยั่งยืนในการพัฒนา

จากการขับเคลื่อนเมืองสิ่งแวดล้อมอัจฉริยะของเทศบาลนครเชียงใหม่ ในโครงการพัฒนาคลองแม่ข่า ทำให้เกิดผลประโยชน์ต่อมิติการพัฒนาด้านต่างๆ นอกจากสิ่งแวดล้อม ได้แก่ การสร้างแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของเมืองเชียงใหม่ ในการกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวระดับเมือง โดยคาดวาการพัฒนาพื้นที่นี้จะส่งผลต่อชุมชนสองฝั่งคลองแม่ข่า จำนวน 2 ชุมชน และประชากรประมาณ 3,000 คน และได้มีการคาดว่าหากโครงการนี้เสร็จสมบูรณ์ก็จะสามารถเป็นโครงการตนแบบ (Best practice) ให้กับทองถิ่น อื่นๆได้