You are currently viewing กลุ่มแปลงใหญ่ไม้ดอกไม้ประดับ บ้านห้วยสำราญ จังหวัดอุดรธานี สร้างเศรษฐกิจชุมชน ชาวบ้านหายจน

กลุ่มแปลงใหญ่ไม้ดอกไม้ประดับ บ้านห้วยสำราญ จังหวัดอุดรธานี สร้างเศรษฐกิจชุมชน ชาวบ้านหายจน

สรุปรายละเอียดของผลงาน

สภาพปัญหาที่ต้องการแก้ไข เดิมเกษตรกรบ้านห้วยสำราญ ตำบลหนองไฮ อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี มีอาชีพทำนา ทำไร่มันสำปะหลัง ภายหลังปี พ.ศ. 2523 มีเกษตรกรในหมู่บ้าน ได้ริเริ่มนำเบญจมาศพันธุ์มูเซอมาปลูก และเกิดรายได้ ทำให้เกษตรกรในหมู่บ้านสนใจทำการปลูกดอกเบญจมาศกันมากขึ้น แต่ผลผลิตไม่ได้คุณภาพ สำนักงานเกษตรจังหวัดอุดรธานี โดยสำนักงานเกษตรอำเภอเมืองอุดรธานีได้เข้าไปให้ความรู้ และส่งเสริมการรวมกลุ่มเกษตรกร     ผู้ปลูกไม้ดอกบ้านห้วยสำราญ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร และมีการนำพันธุ์เบญจมาศจากต่างประเทศเข้ามาทดลองปลูกในพื้นที่ มีการใช้เทคโนโลยีต่างๆ มาประยุกต์ใช้ในพื้นที่ อีกทั้งนำเกษตรกรไปศึกษาดูงานการปลูกไม้ดอก ที่จังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดเชียงราย เกษตรกรจึงนำความรู้ที่ได้ มาปรับปรุง ทำให้ผลผลิตได้มาตรฐานเป็นที่ต้องการของตลาดมากยิ่งขึ้น
กระบวนการดำเนินงาน ในปี พ.ศ. 2560 สำนักงานเกษตรจังหวัดอุดรธานีและสำนักงานเกษตรอำเภอเมืองอุดรธานี ได้ส่งเสริมให้กลุ่มเกษตรกรจัดตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกไม้ดอก   ไม้ประดับบ้านห้วยสำราญ เพื่อให้เข้าถึงการสนับสนุนจากภาครัฐ ปี พ.ศ. 2562 ได้จัดตั้งเป็นกลุ่มแปลงใหญ่ไม้ดอกไม้ประดับบ้านห้วยสำราญ และเข้าร่วมโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ โดยมีเป้าหมายในการลดต้นทุน การเพิ่มผลผลิต การพัฒนาคุณภาพผลผลิต การบริหารจัดการ และด้านการตลาด และในปี พ.ศ. 2564 กลุ่มได้เข้าร่วมโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด ได้รับการสนับสนุนโรงเรือนเพาะปลูก จำนวน 13 โรงเรือน รถแทรกเตอร์  1 คัน และรถไถพรวนดิน 2 คัน และได้จัดตั้งเป็น หจก.วิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่ไม้ดอกไม้ประดับบ้านห้วยสำราญ เพื่อให้กลุ่มเกษตรกรมีความเข้มแข็งยิ่งขึ้น ซึ่งการดำเนินการได้นำระบบส่งเสริมการเกษตร Training and Visit System (T & V System) ใช้เป็นเครื่องมือในการติดตาม ตรวจเยี่ยม เป็นพี่เลี้ยง คอยสนับสนุน ให้คำปรึกษาอย่างต่อเนื่องและใกล้ชิด เพื่อรับทราบการดำเนินงานที่เป็นปัจจุบัน ปัญหา อุปสรรค และความต้องการของกลุ่มอย่างแท้จริง พร้อมทั้งเป็นสื่อกลางในการเชื่อมโยงภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน และภาคประชาชน เช่น กรมวิชาการเกษตร เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้การผลิตไม้ดอกไม้ประดับที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และตรงตามความต้องการของตลาด สภาอุตสาหกรรม เป็นศูนย์นำร่องในโครงการยุวชนสร้างชาติ บัณฑิตอาสายุวชนอาสาร่วมพัฒนาหนองไฮโมเดลเกษตรพื้นบ้านสู่เกษตรปลอดสารมาตรฐาน GAP นำร่องของภาคอีสาน มียุวชนเข้าร่วมโครงการ จำนวน 30 ราย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เป็นแหล่งศึกษาดูงานและแหล่งท่องเที่ยวด้านไม้ดอกไม้ประดับ นับตั้งแต่ 20 มกราคม พ.ศ. 2563 ถึงปัจจุบันจำนวนนักท่องเที่ยวไม่น้อยกว่า 50,000 คน สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เพื่อวิจัยและพัฒนาสายพันธุ์ปทุมมา จำนวน 11 สายพันธุ์ และมีสายพันธุ์ปทุมมาเป็นของชุมชน ชื่อพันธุ์ “ห้วยสำราญ” ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซาอุดรธานี เพื่อสนับสนุนช่องทางการจำหน่ายสินค้า และเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผลการดำเนินงานของกลุ่ม เป็นต้น
ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น วิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่ไม้ดอกไม้ประดับบ้านห้วยสำราญ อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี เดิมมีสมาชิก 30 คน มีพื้นที่ 300 ไร่ ปัจจุบันได้ขยายผลไปสู่การจัดตั้งเป็น หจก.วิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่ไม้ดอก  ไม้ประดับบ้านห้วยสำราญ มีสมาชิก 67 คน พื้นที่ 645 ไร่ และใช้การดำเนินงานในรูปแบบกิจกรรมแปลงใหญ่
เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจน และปัญหาหนี้สินเกษตรกร จากการดำเนินงานขับเคลื่อนแก้ปัญหาในพื้นที่ โดยเน้นหนัก 5 ด้าน ปรากฏผลดังนี้ ประเด็นพัฒนา ก่อนเข้าร่วมโครงการ หลังเข้าร่วมโครงการ ด้านการลดต้นทุน 61,550 บาท/ไร่ 58,050บาท/ไร่ (ลดต้นทุนได้ร้อยละ 5.68) ด้านเพิ่มผลผลิต 1,600 กิโลกรัม /ไร่ 2,000 กิโลกรัม/ไร่ (เพิ่มผลผลิตได้ร้อยละ 25) ด้านพัฒนาคุณภาพ ราคา *ขึ้นอยู่กับกลไกทางการตลาด ณ ปีนั้นๆ 30 – 40 บาท/กิโลกรัม 50 บาท/กิโลกรัม (มูลค่าจำหน่ายไม่น้อยกว่า 20 ล้านบาท/ปี) มาตรฐาน ไม่ตรงตามความต้องการตลาด ตรงตามความต้องการตลาด ร้อยละ 100 การต่อยอด – แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร จำนวน 14 ไร่ ด้านการบริหารจัดการกลุ่ม การรวมกลุ่มแบบธรรมชาติ มีการตั้งคณะกรรมการกลุ่ม มีการถือหุ้นร่วมกัน ด้านการตลาด ไม่แน่นอน มีตลาดในจังหวัดและต่างจังหวัด      จากผลการดำเนินการส่งเสริมแบบแปลงใหญ่ที่เน้นหนัก 5 ด้าน จะเห็นได้ว่าสามารถแก้ปัญหาความยากจน และแก้ไขปัญหาหนี้สินครัวเรือนเกษตรกรได้ดี สมาชิกในกลุ่มมีความมั่นคงในอาชีพเกษตรกรมากขึ้น กลุ่มฯ มีความเข้มแข็งมากขึ้น ปรากฏผลดังนี้ ประเด็น ผลการดำเนินโครงการ ผลผลิตกลุ่มฯ ไม่ต่ำกว่า 1,290 ตัน/ปี มูลค่าจำหน่ายกลุ่มฯ ในปี 2566 สามารถสร้างมูลค่าจำหน่ายได้ 64,500,000 บาท เฉลี่ยมูลค่าจำหน่าย 100,000 บาท/ไร่ สามารถจำหน่ายผลผลิตได้ร้อยละ 100 การถือหุ้นรวมของสมาชิก และการบริหารจัดการกลุ่ม การถือหุ้นร่วมกันจำนวน 39,140 บาท เงินบริหารจัดการกลุ่ม 823,000 บาท    เพื่อใช้เป็นเงินหมุนเวียนในยามฉุกเฉิน และปันผลหุ้นให้สมาชิกกลุ่มทุกปี รายได้ของสมาชิกในกลุ่มฯ เดิมเกษตรกรทำนาและทำไร่ มีรายได้ 1,500 – 2,600 บาท/ไร่ หลังเข้าร่วมโครงการแล้ว มีรายได้ 41,950 บาท/ไร่ สมาชิกกลุ่มมีรายได้เฉลี่ย 398,525 บาท/คน    
การขยายผลและความยั่งยืน จากผลการดําเนินงานของแปลงใหญ่ไม้ดอกไม้ประดับบ้านห้วยสำราญ สามารถนําไปขยายผลในพื้นที่อื่น และต่อยอดไปยังเป้าหมายอื่นได้ ดังนี้ 1.ขยายผลความสำเร็จไปยังกลุ่มผู้ปลูกไม้ดอกไม้ประดับและผู้สนใจอื่นๆในอำเภอเมืองอุดรธานี และต่างอำเภอในจังหวัดอุดรธานี จำนวน 19 อำเภอ เพื่อขยายเครือข่ายการปลูกไม้ดอกไม้ประดับเป็นการค้าเพิ่มรายได้ 2. เพิ่มมูลค่าจากการปลูกเพื่อจำหน่ายไม้ตัดดอกเป็นการทำพวงมาลัย จัดช่อดอกไม้ ทำพวงหรีด ทำไม้กระถาง รับจัดพาน รับตกแต่งสถานที่ หรือรับจัดสวน เป็นต้น 3.พัฒนาเป็นแหล่ง/ศูนย์เรียนรู้ศึกษาดูงานด้านการผลิตไม้ดอกไม้ประดับ แปลงใหญ่ และวิสาหกิจชุมชน 4. พัฒนาเป็นแหล่งขยายพันธุ์และรวบรวมพันธุ์เบญจมาศ โดยแหล่งพันธุ์เบญจมาศที่ได้รับการสนับสนุนมาจากสถาบันวิจัยและวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) มากกว่า 20 สายพันธุ์ 5. พัฒนาเป็นแหล่งศึกษาวิจัยเทคโนโลยีและนวัตกรรม โดยร่วมกับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) วิจัยและพัฒนาสายพันธุ์ปทุมมา จำนวน 11 สายพันธุ์ และมีสายพันธุ์ปทุมมาเป็นของชุมชน ชื่อพันธุ์ “ห้วยสำราญ” 6. พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรของอำเภอเมืองอุดรธานี และจังหวัดอุดรธานี โดยเริ่มจากได้รับสนับสนุนจากสำนักงานพัฒนาชุมชนเป็นหมู่บ้านท่องเที่ยวนวัตวิถีหมู่บ้านไม้ดอก มีโฮมสเตย์ในหมู่บ้าน จำนวน 3 หลัง และมีการขยายเครือข่ายแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร จำนวน 8 แห่ง ได้แก่ สวนดอกไม้ DN คาเฟ่, สวนดอกไม้พิจิตรา&ชมสวนคาเฟ่@อุดรธานี, แปลงไม้ดอกแม่เหรียญ บ้านห้วยสำราญ ,สวนแบงค์เบญจมาศ Flower Café, สวนดอกไม้ไร่สักนิด, ทุ่งหลิวทอง, สวนเจ้หมวยดอกไม้สด และสวนตาเสือ  
ปัจจัยความสำเร็จ 1. กลุ่มมีผู้นำกลุ่มที่เข้มแข็ง มีการคิดนอกกรอบในการทำเกษตร เนื่องจากพื้นที่หมู่บ้านอยู่มีจำนวนจำกัดและอยู่ในพื้นที่ราชพัสดุส่วนใหญ่ทำให้การทำนาไม่คุ้มค่าจึงมีการนำไม้ดอกมาปลูกและเกิดเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญในชุมชนบ้านห้วยสำราญ 2. การสนับสนุนของภาคส่วนต่าง ๆ ในพื้นที่สำหรับการสนับสนุนการเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวในช่วงฤดูหนาว เกิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรแห่งใหม่ของจังหวัดอุดรธานี ๓. การสร้างรายได้ชุมชน โดยกระบวนการผลิตและจัดจำหน่ายไม้ดอกของกลุ่มเกษตรมีการเชื่อมโยงกับการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากเกิดอาชีพต่าง ๆ ทั้งผู้ปลูก ผู้ขาย คนดูแลสวน คนรับจัดดอกไม้ คนส่งไม้ดอกไปยังปลายทางให้ลูกค้า เป็นต้น ทำให้ประชาชนในหมู่บ้านมีรายได้เพิ่มสูงขึ้น มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น